วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ชัยวุฒิ จี้กกต. สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง 'งบหาเสียงสายดำ' ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO
เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 เวลา 14.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ IO ในโซเชียลมีเดีย ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการแถที่ขัดกับความเป็นจริง วันนี้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้าว่ามีการใช้ IO เข้าไปยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง รวมถึงทำลายคู่แข่ง
“วันนี้ ถึงแม้ว่าพรรคการเมืองจะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ IO ไม่ได้มีการปฏิบัติการทางเรื่องข้อมูลข่าวสารในโซเชียลมีเดีย แต่อย่าไป แถเลย วันนี้ทุกคนก็รู้ว่ามีการกระทำเหล่านี้ มี IO มีการเข้าไปยุยงปลุกปั่นในโซเชียลมีเดีย” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ ระบุอีกด้วยว่า กกต. ต้องเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายแฝงโดยการทำ IO ไม่ได้ทำฟรี ๆ แต่มีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา และมีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล หากพรรคใดไม่ได้แจ้งงบประมาณส่วนนี้ในบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียง ถือว่ามีความผิดชัดเจน และอาจนำไปสู่การให้ ใบแดง หรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ทันที เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต. ควรจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าการใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง มันต้องมีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา มีการจ่ายเงินจำนวนมาก ซึ่งอันนี้ต้องแจ้งมาในค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย ถ้าแจ้งไม่ครบหรือไม่แจ้งทั้งหมด ก็มีความผิด หรือถ้าแจ้งแล้ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วยอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไปดู
นายชัยวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกรณีการเข้าตรวจสอบออฟฟิศ สเปกเตอร์ ซี ที่ถูกสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการ IO โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ตลกและน่าสงสัย ที่จู่ ๆ ออฟฟิศกลับปิดหนีและเอาผ้าคลุมอุปกรณ์ไว้ เมื่อมีคนไปตรวจสอบ
“ผมเห็นในคลิปที่เค้าไปตรวจสอบออฟฟิศ สเปกเตอร์ ซี นะครับ ก็ตลก ว่าไม่มีคนอยู่เลย ปิดออฟฟิศหนีเลย พูดง่าย ๆ นะ เอาผ้าคลุม ซึ่งจริง ๆ เนี่ย เค้าน่าจะให้ไปตรวจสอบว่ามีคนจริง ๆ อยู่ไหม ทำงานอย่างไร ให้มีการพูดคุยกับนักข่าวหรือสื่อมวลชนด้วย จะได้เข้าใจว่าจริง ๆ ทำงานอะไรนะครับ ไม่ใช่ปิดหนีเลย อันนี้ก็ยิ่งน่าสงสัย” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมในฐานะอดีตรัฐมนตรีที่คลุกคลีกับงานด้านดิจิทัล ว่า "รอยนิ้วมือทางดิจิทัลไม่มีทางลบเลือน" การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หมด ว่า โพสต์มาจากจุดไหน อาคารใด หรือหน่วยงานใด พร้อมท้าให้เจ้าหน้าที่ลากตัวการที่ฟีดข้อมูล IO ออกมาแฉให้ชัดเจน ต่อหน้าประชาชน
นอกจากนั้น นายชัยวุฒิ ยังเตือนถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และกลุ่มผู้ใช้นามแฝง ว่า การใช้ บอท หรือ แอคเคาท์อวตาร มาปั่นกระแสการเมืองนั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแพลตฟอร์มต่าง ๆ เนี่ย การใช้โซเชียลมีเดียในลักษณะที่เป็นอวตาร เป็นบอท เป็นแอคเคาท์ปลอม พูดง่าย ๆไม่ใช่คนจริงเนี่ย มันผิดกฎหมาย และมันก็ผิดหลักของการใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกด้วย ซึ่งเราต้องพยายามเข้าไปดูแลแล้วก็ลดสิ่งเหล่านี้ลงให้ได้ครับ ไม่ให้มันมีปัญหาเหล่านี้อีก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี