ธิษะณา ชุณหะวัณ ทายาทรุ่น 4 ซอยราชครู ดาบเดียวเสียวทั้งพรรค

ธิษะณา ชุณหะวัณ ทายาทรุ่น 4 ซอยราชครู ดาบเดียวเสียวทั้งพรรค

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.54 น.

ในแวดวงการเมืองนาทีนี้ ชื่อของ แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. กทม. พรรคประชาชน กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่ไม่ได้ลงสมัคร สส.ในครั้งนี้ เธอตัดสินใจหันหลังให้ต้นสังกัดเดิม พร้อมเปิดปฏิบัติการ "แฉ" ขบวนการภายในอย่างเผ็ดร้อน

นอกเหนือจากการปะทะคารม ในโซเชียลมีเดีย อย่างดุเดือดแบบชนิดด่ามาด่ากลับไม่โกง กับ ตัวตึงของพรรคอย่าง ไอซ์ รักชนก และอดีต สส.รุ่นใหญ่ของพรรคส้มอย่าง อมรัตน์ โชคปมิตกุล ไปแล้ว


เธอยังเปิดประเด็น ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และถูกสื่อและฝ่ายตรงข้ามกับพรรคส้มไปขยี้ต่ออย่างเมามัน นั่นคือการออกมาเปิดโปงเรื่อง IO (Information Operation) และความเชื่อมโยงกับบริษัท สเปคเตอร์ซี (Spectre C) ที่เธอระบุว่าเป็นกลไกในการปั่นกระแสและโจมตีผู้เห็นต่าง ที่มีที่ตั้งอยู่บนอาคารอนาคตใหม่ อันเป็นอาคารเดียวกับที่ทำการพรรคประชาชน ที่ทำให้บรรดาสมาชิกพรรคส้ม ตลอดจนด้อมส้มทั้งหลายที่ยังไม่หายตกตะลึงกับความพ่ายแพ้แบบยับเยินของพรรค ต้องตกใจซ้ำซ้อนอีกครั้ง เพราะปฏิบัติการ “ดาบเดียวสะเทือนทั้งพรรค” ครั้งนี้

เป็นความจริงที่ว่า เรื่องการทำไอโอ กับพรรคส้มนั้น สังคมทั่วไปมีความเชื่อเรื่องนี้กันอยู่แล้ว หากแต่การที่มีคนในที่เคยเป็นถึงอดีต สส.ของพรรคออกมาแฉแบบละเอียด ระบุชื่อบริษัท ระบุพฤติกรรมเช่นนี้ ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำข้อสงสัยดังกล่าวให้ “มีน้ำหนัก”มากขึ้น

การเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อ ของแก้วตา โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์บรรดาแกนนำพรรคหลายคน รวมถึง ด้านลบของระบบภายในพรรค อย่างต่อเนื่อง ต้องถือว่า สามารถเขย่าพรรคส้มให้สะเทือนได้มากทีเดียว

ทายาทรุ่นที่ 4 แห่ง "ซอยราชครู"

หลังการเลือกตั้ง ปี 66  แก้วตา เดินเข้าสู่สภาในฐานะ สส.หน้าใหม่ แต่จากพื้นฐานครอบครัวแล้ว เธอคือ "ลูกไม้ใต้ต้น" รุ่นที่ 4 ของตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดตระกูลหนึ่งของไทย โดยเธอเป็นบุตรสาวของ อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ปัญญาชนและนักการเมืองชื่อดัง กับ คุณอโนทัย ชุณหะวัณ ศิลปินนักวาดภาพ

และยังเป็นหลานปู่ของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 17 ของไทย เจ้าของสโลแกน “No Problem ไม่มีปัญหา”

หากจะเข้าใจตัวตนของเธอ ต้องย้อนไปดูรากเหง้าของ "กลุ่มซอยราชครู" ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่มีบทบาทกำหนดทิศทางประเทศไทยมาหลายทศวรรษ

รุ่นที่ 1 - จอมพลผิน ชุณหะวัณ : ต้นตระกูลผู้มีบทบาทสำคัญในการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และนายทหารที่อยู่ในกลุ่มศูนย์กลางอำนาจในยุคนั้น

รุ่นที่ 2 - พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ : บุตรชายของจอมพลผิน และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 เจ้าของนโยบาย "เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า" ผู้สร้างยุคทองทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย นอกจากนี้ พลเอกชาติชาย ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งพรรคชาติไทย ร่วมกับพลตำรวจเอกประมาณ อดิเรกสาร เมื่อปี 2517

รุ่นที่ 3 - อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ : บุตรชายพลเอกชาติชาย  นักวิชาการและนักการเมืองสายสิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม เคยเป็นทั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้ง และสส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของตระกูลเชื่อมโยงกับความเป็นประชาธิปไตยและการตรวจสอบอำนาจรัฐมากขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีนักการเมืองที่ถือเป็นเครือญาติทั้งสายตรง และเกี่ยวดองกันจากการแต่งงานกับคนในตระกูลนี้ และมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทยอีกหลายคน เช่น พลตำรวจเอกประมาณ อดิเรกสาร อดีต รมว.มหาดไทย, นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกฯและรัฐมนตรี หลายกระทรวง ,ดร.ปรานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ เป็นต้น

ไม่ใช่ "ตะเกียงไร้น้ำมัน" การคัมแบ็กที่เหนือความคาดหมาย

หากพิจารณาจากประวัติการศึกษาจะพบว่าเธอมีพื้นฐานทางวิชาการที่เข้มข้นในระดับสากล โดยเฉพาะด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกฎหมาย 

โดยศึกษาระดับปริญญาตรีที่ คณะศิลปศาสตรบัณฑิต (สังคมศาสตร์) สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการทั่วโลก วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC)

ระดับปริญญาโท : MA in Public International Law (Human Rights concentration) จาก SOAS University of London สหราชอาณาจักร

SOAS (School of Oriental and African Studies) เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นทางวิชาการสาย "การเมือง-สังคมศาสตร์" ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดและการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนของเธออย่างชัดเจน

ด้วยดีกรี ด้านกฎหมายมหาชนระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน ทำให้บทบาทของเธอในสภาไม่ได้มีเพียงเรื่องการเมืองภายในพรรค แต่เธอยังเป็นหนึ่งใน สส. ที่มีบทบาทโดดเด่นในด้านงานด้านผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติ

ในช่วงแรกของการเป็น สส. ภาพพจน์ของแก้วตาอาจดูไม่สู้ดีนักในสายตาชาวเน็ตบางกลุ่ม เธอเคยถูกล้อเลียนเรื่อง "การนับเลขผิดกลางสภา" ซึ่งภายหลังเธอได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นเพราะเธอไปใช้ชีวิตและเรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ทำให้การสื่อสารภาษาไทยบางคำหรือการนับตัวเลขในที่สาธารณะเกิดความประหม่า รวมถึงประเด็นภาพหลุด "สูบบุหรี่ไฟฟ้า" ที่ทำให้เธอถูกโจมตีอย่างหนัก

"การเติบโตในต่างแดนอาจทำให้ภาษาไทยไม่คล่องแคล่ว แต่ไม่ได้แปลว่าความเข้าใจทางการเมืองของเธอนั้นอ่อนด้อย"

แต่บทเรียนจากความผิดพลาดเหล่านั้น กลับกลายเป็นเกราะกำบังที่ทำให้เธอแกร่งขึ้น วันนี้ ธิษะณา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือ "ของจริง" การออกมาโต้กลับพรรคเดิมด้วยข้อมูลเชิงลึก แสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอของตระกูลชุณหะวัณที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

แก้วตา หรือ ธิษะณา ในวันนี้ไม่ใช่ นักการเมือง หน้าใหม่ที่ใครจะรังแกหรือบูลลี่ได้ง่ายๆ อีกต่อไป แต่เธอคือทายาทรุ่น 4 แห่งซอยราชครูที่พร้อมจะ สวนกลับทุกดอก ตอกกลับทุกคน อย่างถึงพริกถึงขิง

จริงไม่จริง ปรากฎการณ์ดาบเดียวเสียวทั้งพรรค การจุดพลุประเด็น Spectre C จนทำให้สังคมตั้งคำถามกัลป์พรรคส้ม และแกนนำพรรคหลายคนต้องพากันออกมาแก้ตัวกันพัลวัน น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ถึง พลังงานแห่งการตอบโต้ของเธอได้เป็นอย่างดี

#ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top