วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กกต.ลุยฟ้องคนป่วนเลือกตั้ง
ไกล่เกลี่ยไร้ข้อสรุป
กลัวผิดม.157-ละเว้นหน้าที่
แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ
ปลุกปชช.ออกมาชุมนุม
สับเละกกต.จะต้องชดใช้
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต.ชี้แจงภายใน 7 วัน หลังถูกร้องกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อขัดรัฐธรรมนูญ ก่อนวินิจฉัยจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง ด้าน“กกต.”ถกพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย เล็งทบทวนบาร์โค้ด หวั่นกระทบคดีเลือกตั้ง-ข้อกฎหมาย
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ประชุมได้หารือต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงลงคะแนนใหม่ สำหรับการลงคะแนนซ่อมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ หลัง กกต.มีมติให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และหน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่า บัตรเลือกตั้งชุดใหม่จะยังคงรูปแบบเดิมที่มีเลขเล่ม เลขที่บัตร และสัญลักษณ์บาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือไม่ เนื่องจากเกรงว่า หากเปลี่ยนรูปแบบบัตร อาจเกิดข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างบัตรเลือกตั้งทั่วไปกับบัตรที่ใช้ในการลงคะแนนใหม่ และอาจส่งผลต่อคดีที่มีผู้ยื่นฟ้อง กกต. กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน คาดว่าที่ประชุมยังจะมีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีก 20 กว่าหน่วย หลังสำนักงาน กกต.เสนอว่าพบว่าบัตรออกเสียงเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า บัตรเขย่ง
ไล่สอบเอกสารหลุด
รายงานข่าวยังระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กกต.ได้เรียกผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการเข้าชี้แจง กรณีพบแบบขีดคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 6 ถูกทิ้งในบ่อขยะเทศบาลลัดหลวง อำเภอพระประแดง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แบบขีดคะแนนดังกล่าวเป็นฉบับที่ยังไม่มีการรวมคะแนน เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งให้ถ้อยคำว่าเกิดความผิดพลาดในการขีดคะแนน จึงเปลี่ยนไปใช้แบบสำรองและมีการคัดลอกคะแนนก่อนดำเนินการนับต่อ โดยมีประชาชนร่วมสังเกตการณ์และมีการบันทึกไว้ในรายงานประจำหน่วย
ทั้งนี้ กกต.อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวหลุดไปอยู่ในกองขยะได้อย่างไร และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมเห็นพ้องให้ลดการแถลงข่าวต่อสื่อในช่วงนี้ เนื่องจากเกรงว่าคำชี้แจงอาจถูกนำไปตีความและขยายผลจนส่งผลกระทบต่อองค์กร โดยจะใช้การชี้แจงผ่านเอกสารเป็นหลัก ขณะเดียวกัน กกต.ได้ทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) แล้ว ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับภายในคูหา ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ชี้แจงภายใน 7 วัน อยู่ระหว่างจัดทำคำชี้แจงตามขั้นตอน
ให้กกต.ชี้แจงใน 7 วัน
มีรายงานว่าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงาน กกต. ชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รวม 12 คำร้อง ในจำนวนนี้มีคำร้องที่ยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือแจ้งให้ กกต. ชี้แจงนั้น มาจาก 3 คำร้อง คือ คำร้องของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์, นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ
รอชี้ขาดส่งศาลรธน.
อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน กกต. แล้ว ทางสำนักงานฯ จะประมวลเรื่องและเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา หากที่ประชุมเห็นว่าคำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง
สำหรับปัจจุบัน มีผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คน คือ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.ท.ยุทธนา สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างการสรรหา ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
ยุประชาชนออกมาชุมนุม
ด้านแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration ระบุว่า
สืบเนื่องจากการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ปรากฎหลักฐานเป็นที่ประจักษ์จำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ มิได้เป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม ส่งผลให้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตกต่ำลงถึงขีดสุด
กระนั้นก็ตาม การเรียกร้องความรับผิดชอบและการชดใช้จาก กกต. ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ทำได้ด้วยความลำบาก เนื่องจากในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มิได้ให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อ ร้องขอให้ถอนถอน กกต.พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคน นิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย องค์กรภาคประชาสังคมทุกองค์กร และพรรคการเมืองทุกพรรค ออกมาพูดส่งเสียง ออกมาเรียกร้อง ถึงความไม่ปกติของการเลือกตั้งสส.ในครั้งนี้ ใครใคร่จะปราศรัยก็ปราศรัย ใครใคร่จะชุมนุมก็ชุมนุม ใครใคร่จะจัดกิจกรรมใดก็จัดกิจกรรมนั้น ขอให้ทุกคนจงพร้อมเพรียงพร้อมใจกันทั้งประเทศ เพื่อร่วมกันยืนยันว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องชดใช้” ต่อความเลวร้ายทั้งปวงที่ปรากฏในครั้งนี้ ด้วยความศรัทธาในเจตจำนง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาล รธน.
นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความโซเชียลชื่อดัง เข้ายื่นหนังสื่อถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากการที่ กกต.พิมพ์คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับว่า สืบเนื่องจากการฟังการแถลงข่าวของ กกต.ในเรื่องคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กังวลว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นความลับหรือไม่ตามมาตรา 85 อีกทั้งยังกลัวคนจะล่วงรู้ว่าเราเลือกพรรคไหน กาให้กับใคร ทั้งนี้ หลังจาก กกต.ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อ กกต.โดยประเด็นที่ได้ไปแจ้งความ คือการที่ กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ ยังยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการที่ กกต.ออกระเบียบหรือกฎหมายในการมีคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายหรือไม่
“เราแค่ทวงถามสิทธิเลือกตั้งเราว่าทำไมต้องอยากรู้ว่าเราใส่กางเกงในสีอะไร ไม่ต้องรู้ขนาดนั้น ไม่จำเป็นเพราะเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เรามีสิทธิจะเลือกชอบ หรือไม่ชอบพรรคไหนก็ได้ การระบุคิวอาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แม้ กกต.จะบอกว่าถูกกฎหมาย ถูกระเบียบ ดังนั้น จึงยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ระเบียบและกฎหมายต่างๆ ที่ กกต.ได้ทำออกมาขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างไร และประชาชนกระทบสิทธิอย่างไรกับการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ” นายรณรงค์กล่าว
นายรณรงค์ยังกล่าวอีกว่า เมื่อกฎหมายระบุว่าเป็นความลับ แต่ กกต.ออกกฏหมายเพิ่มเติมให้ทำอะไรก็ได้ ให้ทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งโดยไม่บอกประชาชนก่อนว่าข้อมูลสามารถตรถวจสอบย้อนกลับได้ จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินทันที โดยไม่ต้องรอ 7 วัน ถ้ายืนยันว่าตัวเองทำถูกต้อง
เคลียร์เขต1ชลบุรี
เวลา10.00น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การมีส่วนรร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เป็นประธาน กมธ. นัดประชุม พิจารณากรณีที่กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ตัวแทนกลุ่มนับใหม่okนะ ขณะที่ฝ่าย กกต. ได้ส่งนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต1 เข้าชี้แจงต่อกมธ.ผ่านระบบออนไลน์
นายนรเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทนกกต. และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต. เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก
“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว
กกต.ประเคนข้อหาบุกรุก
ด้านน.ส.เบญจพร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต1 ได้ฟ้องในข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้นมองว่าสิ่งที่กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความกกต.ชลบุรีกลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
“เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู่เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดีรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมายแต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต. จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป” น.ส.เบญจพร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี