ษัษฐรัมย์ แก้ระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมใหม่ เหมือนหมุนเข็มนาฬิกา กลับสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์ จี้ใช้กฎเดิม

ษัษฐรัมย์ แก้ระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมใหม่ เหมือนหมุนเข็มนาฬิกา กลับสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์ จี้ใช้กฎเดิม

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.27 น.

‘ษัษฐรัมย์’ เหน็บแรงแก้ระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมใหม่ เหมือนหมุนเข็มนาฬิกากลับสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์ จี้ใช้กฎเดิม ด้าน ‘ชินโชติ‘ ยันสูตรใหม่ไม่ใช่ความเห็นของ สว. บอก ผมไม่ได้มีอิทธิพล ยัดเยียดให้เปลี่ยนแปลง ด้าน ก.แรงงาน แจงแก้ใหม่เปิดทางให้ทุกมาตรามีผู้แทน ปิดช่องคนสับสนเลือก 1 คน 7 เบอร์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธาน กมธ.ฯ วาระพิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตน มีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม โดยมีการเชิญปลัดกระทรวงแรงงาน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม นายทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ และน.ส.เพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการประกันสังคมสัดส่วนนายจ้างแจ้งต่อฝ่ายเลขานุการว่าติดธุระด่วน ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ด้านนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน กล่าวว่า ขณะนี้เราอยู่ในสภาวะบอร์ดรักษาการ ตลอดระยะเวลา 24 เดือนที่เราเข้ามา หัวใจสำคัญไม่ได้หมายความว่าพวกเราเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถ แต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมาเป็นการเปลี่ยนหมุดหมายใหม่จากระบบที่ปิดมากว่า 30 ปีสู่การเป็นระบบเปิด ทำให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ นำผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นตัวตั้ง เห็นถึงความก้าวหน้าของสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร 

นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมใหม่สร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มบุคคล เพราะถูกผลักดันภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด ทุกครั้งที่นำเสนอเป็นการนำเสนอเพื่อรับทราบ แม้ขณะคณะกรรมการประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 6 คน จะไม่ขอรับทราบ แต่ยังมีความพยายามดึงดันผลักดัน เมื่อสื่อมวลชนไปถามรัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงานก็ไม่ได้รับคำตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นดำริของท่านหรือไม่ สุดท้ายระเบียบนี้จึงมีความสับสนว่าถูกผลักดันผ่านใคร

นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า ระเบียบเลือกตั้งถูกนำเสนอในคณะกรรมการประกันสังคม ข้ออ้างของคณะอนุกรรมการด้านระเบียบเลือกตั้งพยามจะบอกว่าเราในฐานะประกันสังคมมีหน้าที่เพียงแค่รับทราบเท่านั้น ไม่สามารถให้ความเห็นต่างๆ ได้  สะท้อนว่าระเบียบเลือกตั้งนี้มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการได้มาซึ่งระเบียบ พบว่าความบังเอิญพ้องกันจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ของวุฒิสภา ซึ่งมี 4 โมเดลล้อกับระเบียบเลือกตั้งที่สำนักงานประกันสังคมพยายามผลักดัน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบปิดมาโดยตลอด ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นบอร์ดฝั่งผู้ประกันตน บอร์ดฝั่งนายจ้างไม่สามารถให้ความเห็นได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นกระบวนการที่ใช้คำอธิบายว่าเป็นการบายพาสซ่อนเร้นข้อมูล

นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคณะกรรมการประกันสังคมจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าเคยแสดงความเห็นว่ากระบวนการเข้าสู่ประชาพิจารณ์จำเป็นต้องตอบข้อสงสัยของบอร์ด  ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ย้อนกลับไปกรณีการเสนอบำนาญสูตรใหม่หรือสูตร Care กว่าจะเข้าสู่การพิจารณาทำประชาพิจารณ์ต้องเข้าสู่หลายกระบวนการ ซึ่งต่างจากระเบียบเลือกตั้งครั้งนี้ หากพิจารณาตามมาตรฐานการทำประชาพิจารณ์เรื่องอื่นๆ พบว่าไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน 

นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า หากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียง 70,000 คะแนนจากผู้ที่มาใช้สิทธิ์ 150,000 คน โดยไม่ได้มีการแบ่งมาตราของผู้ประกันตน โดยที่ผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกบอร์ดได้สูงสุด 7 คน โดยไม่ได้มีข้อบังคับ คนที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง จึงเป็นภาพสะท้อนตัวแทนความต้องการของกลุ่มคนส่วนใหญ่ในประเทศ

นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ระเบียบเลือกตั้งมีเงื่อนไขสำคัญคือความพยายามจำกัดให้คนที่ผู้ประกันตน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเลือกตั้งได้เพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งเป็นการลดทอนอำนาจให้ผู้ประกันตนที่เคยมีสิทธิ์ 100% เหลือสิทธิ์เพียงแค่ 14% ในการเข้ามามีส่วนร่วม เป็นการหมุนเข็มนาฬิกาให้ประกันสังคมเข้าไปสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์แบบที่เคยเป็นมาแล้ว และยังคงเป็นอยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าความพยายามในการสลายทีมประกันสังคมก้าวหน้า 

ช่วงหนึ่ง นายษัษฐรัมย์ กล่าวถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ สว.ชุดหนึ่ง ว่ามีการบันทึกคำพูดของประธานคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่าแม้แต่การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็อาจจะเข้าข่ายความไม่เป็นกลางทางการเมือง โดยกรณีที่มี สส.ช่วยผลักดันประเด็นประกันสังคมอาจจะถือว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเป็นความพยายามตัดขาดอำนาจนิติบัญญัติ

นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือ ความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่เป็นห้วงเวลาของปลายสมัยคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้ ไม่ได้มีแต่เจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ แต่เป็นการวางกลไกระเบียบเลือกตั้งที่จะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตน จำกัดอำนาจของการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สำคัญจะนำไปสู่การจำกัดอำนาจในการตรวจสอบและผลักดันกองทุนประกันสังคม จึงเสนอให้มีการใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมที่มีการใช้แค่ 2 ปีหรือเพียง 1 ครั้ง เดินหน้าเลือกตั้งภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนมากที่สุด

“คืนอำนาจให้กับผู้ประกันตนเพื่อป้องกันเงื่อนไขที่มีความพยายามใช้ระเบียบเลือกตั้งใหม่ ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านไม่ต่างอะไรกับความพยายามทำลายหรือรัฐประหารลดทอนอำนาจของผู้ประกันตนมากกว่าแสนคนในระบบประกันสังคม“ นายษัษฐรัมย์ กล่าว

ด้าน นายชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ตนสงสัยเหมือนกับผู้ร้องว่ากติกาใหม่เอามาจากไหน ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทำไมประกันสังคมจึงเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง และที่เลือกกันไปเมื่อปี 2566 มีปัญหาอย่างไร 

ขณะที่ น.ส.มาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีที่มาจากมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ โดยให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมาจากการเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด 

น.ส.มาลากัญ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้งคือเป็นทั้งโดยตรง และโดยลับ จากนั้นสำนักงานประกันสังคมมีการถอดบทเรียนจะทำอย่างไรให้นายจ้าง และผู้ประกันตนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนและเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ทำอย่างไรให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนเข้ามาเป็นกรรมการประกันสังคมเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ด้านงานประกันสังคม มีอิสระเสรี เป็นธรรม และถือปฏิบัติตามหลักที่ชอบด้วยกฎหมาย

น.ส.มาลากัญ กล่าวต่อว่า เมื่อต้นปี 2568 จึงมีการเสนอคณะกรรมการประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระไป ซึ่งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ทั้งกรณีจำนวนผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 7 คน นายจ้าง 7 คน มีการตั้งคำถามว่าผู้ประกันตนของประกันสังคมมีมาตรา 33 39 และ 40 ทำอย่างไรให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาในระบบประกันสังคม ประกอบกับการรับฟังความคิดเห็น มีข้อเรียกร้องมาว่าอยากให้ผู้แทนของแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรจะกำหนดสัดส่วน 5:1:1 แบ่งเป็นมาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ทั้งนี้การลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์ อาจจะสับสนเนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าเข้าไปแล้วจำไม่ค่อยได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน ดังนั้น จึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือก สส. และ สว.ที่ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง

นายชินโชติ กล่าวว่า ฟังแล้วไม่มีประโยคใดที่สุดการเลือกตั้งใหม่มาจากคณะกรรมาธิการแรงงาน วุฒิสภา หรืออนุกรรมมาธิการด้านประกันสังคม หรือมาจากนายชินโชติแม้แต่คำเดียว สูตรดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับวุฒิสภา สูตรของประกันสังคมมีคนนำเรื่องนี้มาเสนอในคณะอนุกรรมธิการที่ตนเองนั่งอยู่ โดยระบุถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ว่าน้อยเกินไป  

นายชินโชติ กล่าวต่อว่า การพูดในสภาฯ ข้อดีคือโกหกไม่ได้ กะล่อนไม่ได้ สูตรของคณะอนุกกรรมาธิการที่ตนเองเป็นประธานพิจารณากันในเวลาเดือนเศษ คิดมาได้ 4 สูตร เป็นเพียงดราฟหยาบ ๆ ไม่มีรายละเอียดอะไร ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมาธิการแรงงาน จากนั้น 4 สูตรก็ไปอยู่ในมือนักข่าว ทั้งหมดเป็นเพียงรายงานในคณะกรรมาธิการ ก่อนจะตีกลับมาเพื่อเสนอต่อสภาฯ ไปยัง ครม.จะเอาหรือไม่เอาก็เรื่องของเขา โดยกำชับว่าต้องทำให้ทันเดือนกรกฎาคม 2569 กำชับให้ชินโชติสกัด 4 สูตรให้เหลือ 1 สูตร  

”สิ่งที่ผมเจ็บปวดทุเรศที่สุดคือใน 4 สูตรที่ไปรับฟังความคิดเห็นเหนือใต้ออกตก ก่อนจะเสนอสภาฯ ใหญ่ แต่สูตรของอนุกรรมาธิการของผม ยังไม่ได้ไปไหนเลย ยังฟังความเห็นและวนอยู่ในสภาฯ แต่สังคมและพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งบอร์ดที่มาชี้แจง พยายามยัดเยียดตลอดว่าสูตรที่ประกันสังคมกำลังทำมาจากไหน มาจากอนุกรรมมาธิการด้านประกันสังคมและวุฒิสภาทุเรศมาก ไม่ได้เกี่ยวกันเลย ผมมีอิทธิพลขนาดนั้นหรือ ที่จะยัดเยียดเปลี่ยนแปลงประกันสังคมได้ ขอให้บันทึกไว้ว่าการเปลี่ยนสูตรประกันสังคม ไม่ได้เกี่ยวกับผม วุฒิสภา และกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา” นายชินโชติ กล่าว

นายษัฐรัมย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายชินโชติอ้างถึง เอกสารคือ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าตนตั้งคำถามเพียงแค่ให้ สว.ยืนยัน ตนเป็นบอร์ดไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ หากจะทำให้สังคมสิ้นข้อเคลือบแคลงใจ ต้องมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในวันดังกล่าว เพราะมีบันทึกในระดับชวเลข 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top