วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘ชาญชัย’ตามเขย่ากกต.
คุก/ชดใช้8พันล.
บาร์โค้ดพาคอพาดเขียง
ละเมิดสิทธิ์ปชช.ขัดรธน.
‘เต้’แนะจัดเลือกตั้งใหม่
‘สุขุม’แทงสวนไม่โมฆะ
“ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ยื่น “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ส่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เอาผิด กกต.ชี้ปมบาร์โค้ดทำกกต.คอพาดเขียง รอลุ้นคุก/ชดใช้หนี้ 8 พันล้าน ด้าน “เต้-มงคลกิตติ์” แนะประกาศเป็นโมฆะแล้วจัดหย่อนบัตรใหม่ ขณะที่ “สุขุม นวลสกุล” แทงสวนเลือกตั้งไม่โมฆะเพราะก.ม.ไม่เปิดช่องให้เข้าถึงบัตรเลือกตั้งโดยตรง หากมีผู้พยายามดำเนินการดังกล่าว จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 46 พ.ร.ป.ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำเนินการของกกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร 2568 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก กกต.มีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส
นายชาญชัย กล่าวว่า ตนมายื่นในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิเพราะการทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งของกกต.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การลคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ ขณะเดียวกันยังขัดพ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ที่กำหนดห้ามไม่ให้มีการทำเครื่องหมายที่เป็นที่สังเกตไว้บนบัตรเลือกตั้ง จึงมายื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากภายใน 60 วัน ผู้ตรวจการฯ ยังไม่ดำเนินการ ประชาชนก็สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้งเหมือนในอดีตที่ตนเคยจับได้เมื่อปี 2554 แม้ว่าบัตรเลือกตั้งไม่มีบาร์โค้ด แต่กรรมการประจำหน่วยเป็นคนเอาบัตรไปกาให้ ส่วนของปีนี้เป็นเรื่องของการมีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนให้กับผู้ใด ทั้งๆ ที่ตัวอย่างบัตรที่ส่งให้ประชาชนตามหนังสือแจ้งเจ้าบบานก็ไม่มีบาร์โค้ด แต่บัตรที่ใช้จริงกลับมีบาร์โค้ดถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนทั้งประเทศ สำหรับหลักฐานที่นำมาให้ผู้ตรวจการฯ มีเยอะมาก และจะมีการเปิดเผยอีกชุดใหญ่
ลุ้นคุก/ชดใช้8พันล้าน
“วันนี้หลักฐานปรากฏชัด รู้หมดเลยว่า ไปกาให้ใคร ทั้งที่ในกฎหมายห้ามไม่ให้ทำสัญลักษณ์ในบัตร และให้การลงคะแนนเป็นความลับ ห้ามไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเราไปใช้สิทธิกาให้ใคร ซึ่งเป็นเอกสิทธิของเรา แต่ถูกกกต.ปู้ยี่ปู้ยำ กกต.จะอ้างว่า บริษัทเป็นคนทำ ถ้าเป็นอย่างนั้น กกต.จ้างเขาพิมพ์บัตรและเขาพิมพ์เกินมา คุณต้องบอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะมันละเมิดและผิดกฎหมาย ตอนนี้กกต.มีอยู่ 2 อย่างคือ ติดคุก กับชดใช้ 8 พันล้านบาท ถ้าจะให้เลือกตั้งใหม่ก็ต้องให้กกต.ชดใช้ทั้งทางอาญาและแพ่ง ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งใหม่แล้วเอาเงินภาษีเราไปผลาญเล่น กกต.ต้องรับผิดชอบ เพราะคุณมีอำนาจหน้าที่ คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำผิด นี่คือสิ่งที่ผมมายื่น และคดีญาญา แพ่งจะตามมาแน่นอน” นายชาญชัย กล่าว
ย้ำหลักฐานชัดเจนหมด
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า บางคนบอกว่า การจะรู้ได้ต้องรอให้ศาลสั่ง แต่จริงๆ ไม่ใช่ ศาลสั่งหรือกกต.ก็รู้ไม่ได้ว่ากาให้ใคร เพราะกฎหมายห้ามเลย สมมติว่าตอนนี้เกิดเรื่องแล้วศาลสั่งเรียกเอกสารก็จะทำให้รู้หมดเลย เพราะคุณไปทำสัญลักษณ์ไว้ เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก หลักฐานมีอยู่ 3 ใบเท่านั้นเอง ซึ่งตนมีหลักฐานหมด แล้วใครที่บอกว่า “ไม่ใช่” เดี๋ยวตนจะขนหลักฐานมาเรียงให้ดู เรื่องนี้ไม่มีอะไรยาก เราให้ความรู้กับประชาชน ประชาชนก็จะได้เรียนรู้ว่าสิทธิของตัวเองถูกกระทำโดยขัดรัฐธรรมนูญ และก่อให้เกิดความเสียหาย และอันตราย บางคนไปรับเงิน รับรองก็อันตราย เพราะรู้เลยง่าไม่ได้กาบัตรให้เขา แล้วเรื่องเลือกตั้งนี้จะมีการทุจริตตามมาอีก ครั้งนี้เอาให้สะอาดเสียที อย่าให้มีโจรมาร มาปกครองบ้านเมือง ขอให้คุณธรรมกลับมา ตนไม่มีอะไร ต้องการแค่ระบบคุณธรรม ความถูกต้องกฎหมายเป็นกฎหมาย จึงต้องเอาความจริงมาเปิดเผยให้ประชาชน
เมื่อถามว่า กกต.ต้องระงับการประกาศรับรองผลก่อนหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า สุดแล้วแต่กกต. จะทำอะไรก็แล้วแต่กกต. จะเอาคอขึ้นเขียงแบบไหน หรือจะเอาตัวรอดแบบไหน ตนก็ยังมองไม่ออก ในเมื่อกกต.ทำผิด ก็ต้องรับกรรม กรรมจะตามมาเช็คบิลคนที่ทำผิด ตนบอกแล้วว่า จะลุกขึ้นมาในวันที่มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหาย แล้ววันนี้ก็มีคนทำให้บ้านเมืองเสียหายมากจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง
สมชัยชี้5เส้นทางวิบาก กกต.!
นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า End of the walk way สิ้นสุดทางเลื่อน คดีความที่ กกต.ถูกร้อง ตอนนี้มีอย่างน้อย 5 เส้นทาง ในแต่ละเส้นทางมีจุดสิ้นสุดได้อย่างไรบ้าง
1. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาจไม่รับคำร้อง หรือรับแล้ววินิจฉัยว่า การเลือกตั้งยังเป็นความลับ หรือ อาจวินิจฉัยในทางตรงข้าม ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะขัดรัฐธรรมนูญ โอกาสขณะนี้ 25% เพราะยังไม่เข้าสู่กระบวนการ เรื่องยังอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หากผ่านผู้ตรวจการ โอกาสจะเพิ่มเป็น 50%
2. ศาลปกครอง ให้ระงับยับยั้งการกระทำ เช่น ยังไม่ประกาศผล หรือให้ทำลายบัตร น่าจะเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
3. ศาลอาญาทุจริต กรณี ประพฤติมิชอบ ม.157 อาจใช้เวลาหลายปี แต่จบด้วยโทษทางอาญา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหากบอกว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญจะเป็นคุณ แต่หากบอกว่าขัด คดี 157 จะมีน้ำหนักในด้านโทษที่ตามมา
4. ปปช. ร้องในเรื่องจริยธรรมของ กกต. และการประพฤติมิชอบ มีการกระทำขัดกับกฎหมาย ใช้เวลาเกินกว่า 1 ปีในขั้น ปปช. หากผิดต้องส่งศาลฎีกาต่อ หากศาลฎีกาบอกว่าผิด ต้องพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง
5. คณะกรรมการ PDPC ร้องประเด็นการปล่อยปละให้ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏต่อสาธารณะ สั่งให้หยุดการกระทำ และมีโทษปรับค่อนข้างแพง เช่น ในอดีต กกต.เคยทำข้อมูลผู้สมัคร สว.หลุดเป็นชุด มีผู้ร้องแค่รายเดียว กกต.โดนปรับไป 350,000 บาท
รวมทั้ง 5 เส้นทาง คาดว่าตอนนี้น่าจะมีผู้ร้องมากกว่า 40 รายแล้ว น่าจะเป็น กกต.ชุดที่มีคดีร้อง กกต. ในไม่กี่วันหลังเลือกตั้งสูงสุด
“สุขุม”แทงสวนไม่โมฆะ
รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นกรณีมีความพยายามยื่นคำร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หลังพบประเด็น QR Code บนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ว่า ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิ์ตรวจสอบตามกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะไม่ถึงขั้นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือจัดเลือกตั้งใหม่อย่างที่หลายฝ่ายกังวล
รศ.สุขุม ระบุว่า การย้อนตรวจสอบจากบัตรกลับไปหาผู้ลงคะแนน “ในทางทฤษฎีอาจทำได้” แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยากมาก เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งไม่เปิดช่องให้เข้าถึงบัตรเลือกตั้งโดยตรง และหากมีผู้พยายามดำเนินการดังกล่าวก็จะเข้าข่ายผิดกฎหมาย
กม.ไม่เปิดให้เข้าถึงบัตร
“กฎหมายไม่ได้เปิดให้เข้าถึงบัตร การตามหาคนกาจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้จริง เรื่องนี้จบในกระบวนการอยู่แล้ว” รศ.สุขุม กล่าว
พร้อมกันนี้เห็นว่า การยื่นร้องเรียนหรือขอให้นับคะแนนใหม่เป็นสิทธิของประชาชน หากมีข้อสงสัยก็สามารถดำเนินการได้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยว่ากระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นความผิดพลาดหรือมีการทุจริต รศ.สุขุม ยืนยันว่า ไม่มีการโกง เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่จำนวนมหาศาล
“ถ้ามีการโกงจริง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยต้องออกมาเปิดเผยแล้ว เพราะไม่สามารถควบคุมคนจำนวนมากได้ทั้งหมด” รศ.สุขุม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าความผิดพลาดทางเทคนิคสามารถเกิดขึ้นได้ โดย กกต.จำเป็นต้องเร่งชี้แจงข้อสงสัยของสังคมให้ชัดเจนและรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาอาจสื่อสารล่าช้าและเน้นการปกป้องตนเอง จนทำให้เกิดความคลางแคลงใจในสังคม
“เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงการสื่อสารและการทำงานในอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง”
“เต้”แนะจัดเลือกตั้งใหม่
ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เข้ายื่นหนังสือเพิ่มเติมถึง กกต. โดยนายมงคลกิตติ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ตนได้มายื่นให้มีการตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้ ว่าการเลือกตั้งสามารถตรวจเช็คย้อนไปถึงต้นขั้วได้หรือไม่ ซึ่งนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ตอบว่าไม่มีใครตรวจสอบได้ นอกจาก กกต.และ กปน. แต่นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า หลักการคือต้องไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงขัดรัฐธรรมนูญ ตนก็รอผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการและให้ทาง กกต. ชี้แจงไป
ส่วนอีกประเด็น คือการเลือกตั้งไม่ครบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่จำนวน 3 หน่วยเลือกตั้ง จากการที่ กปน.ฉีกบัตรผิด และพายุฝนถล่ม โดยสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ แต่ตามมาตรา 102 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุไว้ว่าจะต้องเลือกตั้งให้แล้วเสร็จพร้อมกัน ดังนั้นจึงโมฆะบางหน่วยไม่ได้ ทำได้เพียงนับใหม่
ประกาศเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ส่วนประเด็นที่มายื่นเพิ่มเติมต่อ กกต. ในวันนี้ เนื่องจากตนต้องการช่วยหาทางรอดให้กับกกต. ให้กกต. ชิงตัดหน้าวินิจฉัยก่อนผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคือเสนอให้ กกต. ประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะโดยใช้การเลือกตั้งไม่ครบหน่วย จากการเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วย นำมาเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งหมด เนื่องจากอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 102 วรรค 2 ส่วนจะทำตามหรือไม่ ก็แล้วแต่ทาง กกต. จะตัดสินใจ
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ตนได้ไปยื่นต่อศาลปกครองกลาง เกี่ยวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขอให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 ในส่วนที่เปิดให้ลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งพบว่ามีการไลฟ์ขณะลงคะแนน แม้ไม่ได้เปิดเผยหมายเลขผู้สมัคร แต่มีบุคคลอื่นอยู่ร่วมในสถานที่เดียวกัน และเป็นการส่งบัตรที่เลือกตั้งแล้วผ่านคนกลางคือผู้ส่งไปรษณีย์ ที่อาจทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลในเอกสารได้ ทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยไม่เป็นความลับ เป็นเหตุให้ตนมองว่าการออกระเบียบของกกต.เรื่องวิธีการลงคะแนนทางไปรษณีย์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรค 2 และมาตรา 85 วรรค 1และอีกประเด็นหนึ่งคือกรณีที่สถานกงสุลเป็นผู้เซ็นรับบัตรที่ต้นขั้วแทนผู้ใช้สิทธิ ก่อนนำเฉพาะส่วนบัตรส่งไปรษณีย์ให้ผู้ใช้สิทธิ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ตนจึงส่งไปยังศาลปกครองกลางให้วินิจฉัยว่าการเลือกครั้งนี้เป็นโมฆะ
จี้ระงับผลการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ตนยังได้ทำหนังสือต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีการสั่งคุ้มครองชั่วคราวภายในวันนี้ เพื่อระงับไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าหากนำคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ส่งทางไปรษณีย์มาร่วมคำนวณ อาจก่อให้เกิดความเสียหายยากแก่การเยียวยาภายหลัง โดยระบุว่าจะรอฟังคำสั่งศาลในช่วงบ่ายของวันนี้
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวว่า หากการเลือกตั้งถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ ก็พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ และเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเช่นเดิม โดยยืนยันว่าการร้องเรียนครั้งนี้ดำเนินการในฐานะผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และในฐานะประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
รวมถึงเสนอให้ “รีเซต” การเลือกตั้งใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แม้ต้องใช้งบประมาณราว 6,000 ล้านบาท ก็ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับความโปร่งใสทางการเมือง พร้อมแนะนำให้ปรับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เช่น เพิ่มบุคลากรดูแลหน่วยเลือกตั้ง และถ่ายทอดสดกระบวนการลงคะแนน เพื่อลดข้อครหาการทุจริตในอนาค
เตรียมเงินพร้อมเลือกตั้งใหม่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่า...ลับ หรือ ไม่ลับ ถ้าเราไม่มี“อคติ” บัตรเลือกตั้งของกกต. ที่มีบาร์โค้ด ที่สามารถสอบสวนไปถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มันก็ไม่ลับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วันนี้สังคมมานั่งเถียงกันกับคำว่า“ลับ”หรือ “ไม่ลับ ” คำว่าลับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 มีคำอธิบาย ประกอบรายมาตรา ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า “ต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่น ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียง ได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือออกเสียง ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด“
เมื่อตรวจสอบได้ มันก็ชัดแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ เมื่อไม่เป็นความลับ ก็เคยมีคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 วินิจฉัยให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีผู้แสดงความเห็นว่า เมื่อไม่ลับ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งทำลายบัตรเลือกตั้งทั้งหมดจะได้จบกันไป ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ อย่างนี้ได้หรือไม่ ค่อยว่ากัน ในตอนต่อไปดีกว่า แต่ถ้าผมเป็นผู้สมัครและได้คะแนนสูงสุด ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเตรียมหาเงินสัก 100 ล้าน เตรียมเลือกตั้งใหม่ดีกว่า
‘มาร์ค’บี้กกต.เปิดทางตรวจสอบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ“กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีข้อกังขาเรียกร้องให้นับคะแนน และจัดการเลือกตั้งใหม่ ว่า ตนขอเรียกร้องกกต. ให้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง ที่มีปัญหามากมาย ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง,การรายงานผลคะแนนที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนนที่ปรากฎในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอัพโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็ปไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีนี้ด้วย เท่าที่พบปัญหา เช่น เขตเลือกตั้งที่3 จ.สงขลา พบผลต่างของบัตรเลือกตั้ง2 ระบบ ต่างกันมากถึง 1.3 หมื่นบัตร ซึ่งผู้สมัครสส.ของพรรคได้ร้องต่อ กกต. โดย กกต.ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้วเท่ากัน แต่พรรคยังรอหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งใน กทม. พบว่า คะแนนที่ผู้สมัครของพรรคได้ 71 คะแนน แต่ใบรวมคะแนนระบุเขียนแค่ ให้ 1 คะแนน ตนคิดในแง่ดี ว่าอาจเขียนเลขตกไป แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า มีถึง 70 คะแนนของพรรคที่หายไป กลับไปบวกในบัตรเสีย กับบัตรไม่ลงคะแนน หาก กกต.มั่นใจว่า ทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนรวมด้วย หากไม่ทำ จะมีคำถาม คำวิจารณ์ ว่า กกต. ปกปิดอะไร หาก
ไม่ลับทางทฤษฎี แต่สืบถึงตัวสุดยาก
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “บัตรเลือกตั้งอังกฤษก็มี barcode ไม่ลับทางทฤษฎี (วิษณุ เครือฯ) แต่สืบถึงตัวสุดยาก ในทางนิติศาสตร์และทางปฏิบัติของการเลือกตั้งในอังกฤษ Barcode (หรือรหัสตัวเลข UIM) บนบัตรเลือกตั้งสามารถ “สืบย้อน” ไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ในทางทฤษฎี แต่มีกำแพงทางกฎหมายที่แข็งแกร่งมากกั้นไว้เพื่อรักษาความลับ
ทำไมถึงต้องทำให้ไม่”ลับสมบูรณ์แบบที่สุดในสามโลก” ? เจตนาไม่ใช่เพื่อแอบดูว่าคุณเลือกใคร แต่มีไว้สำหรับ “กรณีที่มีการฟ้องร้องทางกฎหมาย” (Electoral Petition) เท่านั้น เช่น การสวมสิทธิ (Personation) หากมีการพิสูจน์ได้ว่ามีคนแอบอ้างชื่อคุณไปลงคะแนน
ศาลเลือกตั้ง (Election Court) สามารถสั่งให้ดึงบัตรใบนั้นออกจากการนับคะแนนได้โดยใช้รหัสนี้ การป้องกันทุจริต เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการ “ยัดบัตร” (Ballot Stuffing) ที่ไม่ได้ออกมาจากเล่มที่ถูกต้อง แม้จะสืบได้ แต่กระบวนการถูกออกแบบให้ “ไม่มีใครเห็น” ทั้งสองส่วนพร้อมกันในเวลาปกติ
การแยกส่วน หลังจากปิดหีบ ต้นขั้วบัตร (Corresponding Number List) จะถูกผนึกใส่ซองแยกต่างหากทันที และถูกส่งไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย การนับคะแนน: ในขณะนับคะแนน เจ้าหน้าที่จะเห็นเพียง “บัตรเลือกตั้ง” แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ดู “ต้นขั้ว” ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางรู้ว่าบัตรใบนั้นเป็นของใคร
การเปิดผนึก การจะเปิดดูว่าบัตรเลขนี้เป็นของใคร ต้องได้รับคำสั่งจากศาลเลือกตั้ง (Election Court) เท่านั้น และมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ผลการเลือกตั้งก้ำกึ่งมากจนมีนัยสำคัญต่อชัยชนะ
กรณีตัวอย่าง : กรณีการเลือกตั้งสภาเขต Richmond-upon-Thames (ปลายทศวรรษ 1970) กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการใช้เลขรหัส (Serial Numbers) เพื่อตรวจสอบการทุจริต:
เหตุการณ์: มีการร้องเรียนเรื่องการสวมสิทธิ (Personation) โดยพบว่ามีคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันคู่หนึ่งและเด็กหญิงที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ได้ไปลงคะแนน
คำสั่งศาล: ศาลได้สั่งให้เปิดผนึกเอกสารเพื่อสืบย้อนจากเลขรหัสบนบัตรและต้นขั้ว (Counterfoils)
ผลการตรวจสอบ: ศาลสามารถระบุบัตรเลือกตั้ง 3 ใบนั้นได้ และพบว่าทั้ง 3 ใบลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรค Conservative บัตรดังกล่าวจึงถูกสั่งให้เป็นโมฆะและหักออกจากคะแนนรวมของพรรคนั้นทันที
ยืนยันว่าไม่ผิด ก็ต้องเปิดเผยได้ หากไม่เปิดเผย ตนกังวลวาอาจลุกลามนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ การสะสมความรู้สึกไม่ดี ที่สุดสังคมไม่ยอมรับระบบ และนำไปสู่อะไรที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น กกต.ต้องให้ความสำคัญและมีรับผิดชอบ ควรอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ
เลือกตั้งไม่เป็นความลับ
เมื่อถามว่า กรณีการลงคะแนนที่สังคมวิจารณ์ว่า ไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักการ การลงคะแนนลับ ถือเป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ์ โดยไม่ตกภายใต้อาณัติ หรือความกลัว ส่วนที่พูดกันว่า ลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง มีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ ,เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับ เฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าว ระบุไว้ทำไม และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ชัดเจนว่า คำว่าลับ คือ ต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบ หรือตรวจสอบได้ว่า ลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและรู้ได้ โดยคำว่า อาจทราบหรือตรวจสอบได้นี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการพิสูจน์ใดๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี