พปชร. งานเข้า สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

พปชร. งานเข้า สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.14 น.

พปชร.งานเข้า 'สนธิญา'ร้อง กกต.สอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายผู้สมัครพรรคอย่างเป็นธรรม จี้เร่งรับรอง ส.ส.500 คน เชื่อปมBarcode QR Codeไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ ปูดซื้อเสียงมหาศาล  1 พรรคใช้ 3,000 ล้าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสนธิญา สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีการส่ง ผู้สมัคร สส. ลงสมัคร แล้วไม่มีการสนับสนุนเรื่องเงินค่าใช้จ่าย โดยตนเป็นผู้สมัครส.ส.คนหนึ่งของพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากพรรคแม้แต่สตางค์แดงเดียว จึงเข้าลักษณะหัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคเลือกปฏิบัติสนับสนุนเฉพาะบุคคลที่ถูกอกถูกใจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในพรรคซึ่งตนยังได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก 50-60 คน จึงต้องนำเรื่องนี้มายื่นร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อให้ตรวจสอบและสั่งให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยุติการปฏิบัติหน้าที่ และหากผลการตรวจสอบเป็นจริงผู้ที่ถูกร้องก็จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้


ทั้งนี้ นายสนธิญา ยังได้เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า ในการเลือกตั้งที่ ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีการสนับสนุนด้านการเงิน แก่บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะหรือไม่ และหากมี ข่าวว่าพรรคได้รับเงินสนับสนุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ เงินดังกล่าวถูกนำไปใช้หรือจัดสรรอย่างไร

รวมทั้งตรวจสอบรายรับรายจ่ายของพรรค ว่ามีการโอนเงินสนับสนุนแก่ผู้สมัครรายใดหรือไม่ และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต. กำหนด ซึ่งกำหนดเพดาน ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน นับ ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาจนถึงวันเลือกตั้งเมื่อวัน ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

นอกจากนี้ยังขอให้ กกต. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด หากมี การเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่าย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายสนธิญาณ ยังระบุว่าในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือต่อกกต.รับรอง ให้เร่งรับรองส.ส.ทั้ง 500 คน โดยเร็ว เพราะหลายอย่างรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ มันเสียเวลาประเทศ ควรรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง  ต่อข้อถามว่า สวนกระแสคนส่วนใหญ่ที่อยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า มันเป็นความเห็นต่าง เราต้องมองประโยชน์ประเทศสำคัญกว่าเราเสียเวลามากมาแล้ว

เมื่อถามว่า แสดงว่ามองเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ไม่ผิด นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของ กกต. เพื่อที่จะไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร ทั้งนี้ต้องมองกระบวนการทั้งระบบว่าลับหมดหรือลับเฉพาะบางส่วน  ถ้าลับทั้งหมด ตอนนับคะแนนก็ต้องไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนตัวเห็นว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสนธิญา  เปิดเผยด้วยว่า  การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมาก  ก่อนเลือกตั้งผู้สมัครเข้าไปที่พรรคเขาบอกเลยว่ามีการเตรียมเงินไว้แล้ว 35 ล้านบาท แจกหัวละ 500 บาท  ซื้อเสียง  7 หมี่นคน  เขาหวังแค่ครึ่งเดียว 50 เปอร์เซ็นต์  สังเกตดูพรรคเหล่านั้นจะมีคะแนนเกิน 35,000 คะแนนตลอด เพราะเขาซื้อ 7 หมื่นคน แต่หวัง 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 35,000-42,000 คะแนน ถามว่าถ้าไม่ซื้อเสียงเขาจะได้คะแนนเท่าไหร่  ดังนั้นไปดูฐานคะแนนได้ ส.ส.ที่ได้คะแนน 35,000-42,000 คะแนน สัมพันธ์กับที่ตนพูดหรือเปล่า คาดว่าใช้เงินประ มาณ 3,000 ล้านบาทต่อพรรค และเขายิงเข้าเป้าด้วย โดยพรรคนี้จะยิงเฉพาะเขตที่สู้ได้ และมีฐานคะแนนอยู่แล้ว ยุทธวิธีคือใช้เงินในเขตที่สู้กับพรรคประชาชน โดยการซื้อเป็นการสมยอมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พรรคที่ซื้อเขาคุมได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว รู้เลยจะได้คะแนนเท่าไหร่  บ้านใหญ่คุมได้หมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ไม่มีใครบ้าเอาบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดไปตรวจสอบหรอก มันไร้สาระ
 
นายสนธิญา กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายมงคลกิตติ์ ให้ไปทำงานการเมืองด้วยกัน แต่คิดว่าคงไม่ไป เพราะผมกลัวไดโนเสาร์ โดยคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อว่าพรรคธรรมราษฎร์ ซึ่งมีความหมายว่าความเป็นธรรมของราษฎร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top