วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘แม้ว’ลุ้นพักโทษ
9พ.ค.เข้าเกณฑ์ถูกขัง2ใน3
กรมคุกชี้ไม่ต้องติดกำไลEM
โฆษกกรมราชทัณฑ์ยัน “ทักษิณ”ได้พักโทษ 9 พฤษภาคม เหตุจะคุมขังครบ 8 เดือน ตามเกณฑ์ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปีและจะพ้นโทษ 9 กันยายน 2569ระหว่างนี้ “เรือนจำ-คุมประพฤติ”มีหน้าที่ร่วมสืบเสาะความเหมาะสมของผู้อุปการะทักษิณ ชี้โทษน้อยไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องไปรายงานตัวกับสำนักงานคุมประพฤติตามนัดหมาย
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยไทม์ไลน์การพักโทษกรณีทั่วไปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และขั้นตอนการพิจารณาพักการลงโทษว่า ตามขั้นตอนพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำฯ ใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณามีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น ลำดับแรกต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจำ เมื่อรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่ามีกี่ราย ทางเรือนจำฯจึงจะเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้น ก่อนเสนอไปที่คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย
นายยุทธนากล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่ได้สรุปจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังในเรือนจำกลางคลองเปรม ที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษฯมายังคณะกรรมการ กรมราชทัณฑ์ว่าจะมีกี่ราย แต่หลักการแล้วต้องนำรวบรวมรายชื่อ ผู้ต้องขังเสนอมายังคณะกรรมการ กรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1-2 เดือน ซึ่งตนเข้าใจว่าจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง คลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย
ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีโทษ 1 ปี (12 เดือน) ดังนั้น เกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าว หากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติคือ ต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และอดีตนายกฯเข้ากระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 คำนวณดูแล้วจะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ ในการพิจารณาพักการลงโทษฯคณะกรรมการฯต้องดำเนินการเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลำดับชั้นเรียบร้อยก่อน
นายยุทธนากล่าวอีกว่า นอกจากบทบาทในส่วนกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้ว ถ้าผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจำและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันเรื่องการสืบเสาะในส่วนผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้นๆ โดยเรือนจำจะทำหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ ให้สืบเสาะว่าผู้อุปการะของผู้ต้องขัง คือใครที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใดผู้อุปการะมีความสามารถดูแลผู้ต้องขัง อย่างไรบ้าง เมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น
จากนั้นกรมคุมประพฤติจึงจะกำหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้น เป็นสถานที่ พักโทษคุมประพฤติ และกรมคุมประพฤติจะทำหนังสือมาสอบถามเรือนจำว่า เห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนคณะกรรมการในเรือนจำจะได้ประชุมหารือกัน ซึ่งคณะกรรมการในเรือนจำ นอกจากจะมีผบ.เรือนจำ/ผอ.ทัณฑสถานแล้ว ยังมีผู้แทนจากกรมคุมประพฤติ ผู้แทนจากฝ่ายปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมประชุมด้วย 5 ราย เพื่อมีความเห็นควรหรือไม่เห็นควรอนุมัติพักการลงโทษผู้ต้องขังหรือไม่ และจึงส่งความเห็นไปยังคณะกรรมการระดับ กรมราชทัณฑ์ เมื่อเรื่องมาถึงกรมราชทัณฑ์จะประชุมกลั่นกรองอีก ชั้นหนึ่ง ก่อนส่งความเห็นไปยัง คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น ร่วมพิจารณา
โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวด้วยว่า ถึงแม้วันที่ 9 พฤษภาคม จะตรงกับวันเสาร์ แต่เรามีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ถ้าบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจำฯมีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตาม ขั้นตอน โดยตอนเช้า 07.00-08.00 น. เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเอกสารต่างๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้
“ทั้งนี้ ระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ ถ้าทำผิดเงื่อนไขการพักโทษ ต้องถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามกำหนดโทษที่เหลือทันที โดยกรณีของอดีตนายกฯ ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้น เรื่องการใส่ EM ก็ไม่จำเป็น แต่ต้องไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ”โฆษกกรมราชทัณฑ์เผย และว่า ด้วยความที่อดีตนายกฯในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็จะครบกำหนดรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี (9 กันยายน 2569) ส่วนเมื่ออดีตนายกฯพักโทษคุมประพฤติครบแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำฯ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี