เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยันไม่มีเรื่องรายชื่อ สุริยะ-สมศักดิ์ ถูกตีกลับ

เพื่อไทย ยกทีม สส.เขต รายงานตัวสภา ยันไม่มีเรื่องรายชื่อ สุริยะ-สมศักดิ์ ถูกตีกลับ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.17 น.

”ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ-ประเสริฐ“ นำสส.เขต รายงานตัวต่อสภา ย้ำคุยแกนนำภท.วานนี้ ยันไม่มีคุย ส่งชื่อ-ตีกลับใดๆ พท.พร้อมทำงานทุกรูปแบบมีนโยบายทุกกระทรวง ขับเคลื่อนรัฐบาลร่วมกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นำทีม สส.แบบแบ่งเขตของพรรคเพื่อไทย เดินทางด้วยรถบัสจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย มารายงานตัวที่อาคารรัฐสภา


นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการไปร่วมรัฐบาลโดยผู้สื่อข่าวถามว่า มองการพูดคุยอย่างไร และกระแสข่าวที่ออกมามีการส่งรายชื่อให้พรรคแกนนำและถูกตีกลับ นายยศชนันกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ไปพบ ตอนนี้ต้องคุยเรื่องภายในว่า วันนี้เราอยู่ได้หมด พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่แล้ว ส่วนกระแสข่าว ไม่จริง ไม่มีเรื่องนี้ เป็นลักษณะแค่มีการคุยภายในว่าเราต้องพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้จะเป็นช่วงที่มีการคิดทำหลายอย่าง

เมื่อถามว่า เพื่อไทยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องกระทรวงตามที่เป็นข่าวหรือไม่

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราไม่ได้คุยกันในเรื่องของการแบ่งคณะรัฐมนตรีใด ๆ การหารือกับทางภูมิใจไทยในเบื้องต้น หลังจากได้รับเชิญมาแล้ว มีการไปพูดคุยกันเรื่องของการทำงานร่วมกันไปข้างหน้า ยังไม่ได้พูดถึงว่าแต่ละพรรคมีความถนัดหรือว่าจะจัดสรรกันอย่างไร ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ประเด็นหลักของเรา ขณะนี้เราต้องรอให้พรรคอันดับ 1 ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล การรวบรวมเสียง ฟังจากข่าวว่าเกือบแตะ 300 แล้ว ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าการเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลน่าจะเป็นไปตามนั้นได้ หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคแกนหลักในการนัดหมายเพื่อไปพูดคุยกันในเรื่องของความเหมาะสมด้านบุคลากร ความถนัดของแต่ละพรรค และนโยบายที่จะขับเคลื่อนการเป็นรัฐบาลร่วมกัน

เมื่อถามอีกว่า อำนาจการจัดสรรบุคคลเป็นอำนาจของพรรคเพื่อไทยแบบเต็มรูปแบบ ภูมิใจไทยไม่ควรจะเข้ามาแทรกแซงใช่หรือไม่

นายจุลพันธ์กล่าวว่า อำนาจในเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นของนายกฯ ขั้นตอน ณ ขณะนี้ หลังจากมีการรับรอง สส.แบบแบ่งเขต ก็จะมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ คงจะมีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในช่วงปลายเดือน เพื่อเลือกประธานสภา หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ เรื่องของประธานสภา ก็จะมีการลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นจะมีความชัดเจน เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ ในการส่งรายชื่อไปตรวจสอบ แล้วก็ส่งรายชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ว่าพรรคเพื่อไทยมีอำนาจอยู่หรือไม่ อำนาจอยู่ที่นายกฯ แต่แน่นอนว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผมเชื่อว่าจากประสบการณ์การทำงานที่เคยทำงานร่วมกับคุณอนุทิน เชื่อว่าการพูดคุยในลักษณะนี้คงจะเกิดขึ้น เพื่อให้มีความราบรื่นและเข้าใจตรงกัน 

ขณะนี้จากที่เป็นข่าว ทั้งเรื่องของรายชื่อที่ส่งไป เรื่องของการบอกว่ามีการตีกลับรายชื่อมา ผมได้มีการพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่เรื่องของเพื่อไทยส่งชื่อไปแล้ว ชื่อเราก็ยังไม่ได้ส่ง เขาก็ยังไม่ได้ตีกลับชื่อใด ๆ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของกระทรวง เพราะฉะนั้นรอให้มีการหารือกัน พบปะนั่งคุยกัน มันก็จบแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามว่า มีคลื่นใต้น้ำของพรรคเพื่อไทยเองที่ปล่อยข่าวออกมาใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ยืนยันว่าไม่มี และกล่าวว่า ภายในพรรคเพื่อไทยมีความสมัครสมานสามัคคี วันนี้ก็เห็นได้ชัด เรายกขบวนกันมาครบ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ สัปดาห์หน้าก็จะนัดหมายกันมาครบ คาดเป็นวันศุกร์ เพื่อรายงานตัวต่อสภา วันนี้เป็นการแสดงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยว่าเรามีความสามัคคี และเป็นการแสดงความพร้อมให้กับสังคมเห็นว่าวันนี้เราพร้อมเดินหน้าทำงานในฐานะของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยหลังจากกลับไปวันนี้ อาจารย์เชนจะนำการประชุมเรื่องกฎหมาย เตรียมความพร้อมที่จะยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาทันทีที่มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎร ราว 20 ฉบับ

เมื่อถามอีกว่า ทำไมข่าวปล่อยออกมามีชื่อตีกลับทั้งสุริยะและประเสริฐ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรลึกขนาดนั้น เป็นเรื่องปกติของการเมือง ช่วงนี้เป็นช่วงรอกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการรับรองของ กกต. และ สส.มารายงานตัวต่อสภา รอเปิดสภา เป็นช่วงที่เป็นสุญญากาศ ทุกพรรคก็ต้องรอให้พรรคหลักจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น การที่มีข่าวออกมาอาจจะไม่ได้เป็นการปล่อย แต่อาจเป็นเรื่องของความเข้าใจ ความคิดของสังคมบางส่วน หรือสื่อบางส่วนที่อาจจะไปฟังข่าวมา ก็ลงให้มันเกิดเป็นความเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ได้เป็นผลเสียหรือผลร้ายใด ๆ เพราะพรรคยืนยันในคุณสมบัติของผู้สมัครของเราทุกคน รวมถึงแคนดิเดตรัฐมนตรี และที่มีชื่อตามข่าวทั้ง 3-4 ท่าน เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค การทำงานที่ผ่านมาในอดีตพิสูจน์ชัด ทั้งในส่วนฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ประวัติการทำงานก็ไม่มีอะไรด่างพร้อย เพราะฉะนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับตัวบุคลากรทุกท่านด้วย ข่าวลักษณะนี้ไม่มีมูล ไม่มีเหตุเริ่มต้น

ถามอีกว่า บุคคลที่มีชื่อถูกวางตัวจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเรามีบุคลากรที่มีความพร้อมจะเป็นรัฐมนตรีจำนวนมาก ส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาหลายคนก็เป็นมาหลายสมัย มีศักยภาพ ก็เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องหารือกันอีกครั้ง ยังไม่ได้จบในวันนี้ และยังไม่ได้เริ่มที่จะพิจารณา

ถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการเด็กรุ่นใหม่มาบริหารประเทศ จะนำเรื่องนี้ไปหารือด้วยหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เรานำมาหารือทั้งหมดอยู่แล้ว วันนี้สิ่งที่เราพยายามจะทำก็คือ วันแรกที่เราเข้าไปทำงาน เราจะทำอะไรบ้าง และตอนนี้ประเทศเรามีปัญหาเรื่องอะไร กระแสโลกเป็นอย่างไร เราพยายามดูบุคลากรต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม แน่นอนว่าทุกคนมองแต่ละคนลงไปที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ตอนนี้ทำงานแบบแยกกระทรวงเดียวไม่ได้แล้ว ความจริงคือต้องเป็นคนที่สามารถทำงานให้กับทุกฝ่าย และสามารถผลักดันให้ประเทศชาติไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่า อาจารย์เชนน่าจะดู อว.แน่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า คงยังไม่ให้ข้อมูลอะไร หากเกิดมีความแน่ชัดแล้ว เราจะแจ้งให้ทุกคนทราบอีกครั้ง

ถามว่าได้เตรียมการบ้านไว้บ้างหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เราเตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวง ถามอีกว่า บางกระทรวงถูกมองว่าเป็นเผือกร้อน หรือว่ามีข้อขัดแย้ง เช่น กระทรวงเกษตร หรือกระทรวงแรงงาน ก็มีข่าวว่าจะจัดสรรให้เพื่อไทยกำกับดูแล นายยศชนันกล่าวว่า ไม่มีเรื่องเผือกร้อนอยู่แล้ว เรื่องเกี่ยวกับประเทศไม่มีเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงเกรด A B C ผมคิดว่าวันนี้ไม่น่าจะมีใครกล้าพูดว่ากระทรวงไหนเกรด A B C เพราะทุกกระทรวงเป็นกระทรวงที่สำคัญทั้งหมด หลักการมีอยู่แค่นี้ ก็น่าจะสามารถเดินหน้าไปได้ ส่วนที่จะเตรียมนโยบายด้านไหนไปขับเคลื่อนอย่างไร ก็ต้องมีการเชื่อมโยงกัน แน่นอนว่าพอมีความแน่ชัด ก็จำเป็นต้องคุยอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่า เมื่อวานคุณแพทองธารบอกว่าคุณทักษิณอาจจะวางมือทางการเมือง หลังจากนี้จะมีสะท้อนกลับมาที่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคเพื่อไทยเราดำเนินการในรูปแบบของพรรคการเมือง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top