การบินไทยพลิกกำไรกว่า3หมื่นล. บทพิสูจน์ 'ลุงตู่' ตัดสินใจถูก ตบหน้า 'ธนาธร' ฉาดใหญ่

การบินไทยพลิกกำไรกว่า3หมื่นล. บทพิสูจน์ 'ลุงตู่' ตัดสินใจถูก ตบหน้า 'ธนาธร' ฉาดใหญ่

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.27 น.

บทพิสูจน์ชัด! การตัดสินครั้งสำคัญของ "ลุงตู่" นำการบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการถูกต้อง เมื่อผลประกอบการปี68 พลิกโกยกำไรกว่า 3 หมื่นล้านบาท ตบหน้า "ธนาธร" ที่เคยคัดค้านฉาดใหญ่

27 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) แจ้งว่า ในปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิจำนวน 30,940 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนในปีก่อน โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 30,910 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท จากปีก่อนที่บริษัทขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท


ขณะที่ EBITDA จำนวน 53,880 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 5,244 ล้านบาท (-8.9%) เนื่องจากรายได้รวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันเครื่องบินต่อหน่วยปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลดลงจาก 1.461 บาทในปี 2567 เป็น 1.443 บาท ในปี 2568

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,288 ล้านบาท (+1.2%) สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการขนส่งเพิ่มขึ้น 720 ล้านบาท (+0.4%) โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 737 ล้านบาท (+0.5%) เนื่องจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์ใกล้เคียงกับปีก่อน อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ที่ 79.2% สูงกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 78.8%

ส่วนค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,964 ล้านบาท (+2.0%) ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เท่ากับ 40,839 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 676 ล้านบาท (-1.6%)

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้ต้นทุนทางการเงิน (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 : TFRS 9) จำนวน 13,154 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5,627 ล้านบาท (-30.0%) และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 782 ล้านบาท สาเหตุหลักจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์ ปรับปรุงประมาณการไมล์หมดอายุ และผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9.

ในขณะที่ปีก่อนมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นค่าใช้จ่าย 49,260 ล้านบาท โดยหลักจากรายการขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้ 45,271 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนทางบัญชีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ

ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงานจำนวน 80 ลำ โดยปี 2568 บริษัทฯ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 13.6 ชั่วโมง/ลำ/วัน มีจมำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2%

ย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีก่อนคงจำกันได้ว่า กรณี “ฟื้นฟูการบินไทย” รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ตัดสินใจให้นำการบินไทยเดินสู่การฟื้นฟูกิจการ ซึ่งได้นักบริหารฝีมือดีอย่าง “ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” เข้ามาเป็นประธานบริหารแผนฟื้นฟูกิจการฯ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจครั้งนั้นว่า ต้องใช้งบฯมหาศาล และการบินไทยก็ไม่ใช่สายการบินเดียวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนั้น

หนึ่งในเสียงคัดค้านอย่างหนักหน่วงในวันนั้นมาจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ที่บอกว่า “ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่ตัดสินใจอุ้มการบินไทยแบบที่คุณประยุทธ์ทำ” โดยมองการปรับโครงสร้างงบการเงินในแผนฟื้นฟูดังกล่าว แปลกประหลาด ไม่มีใครทำ ไม่สมเหตุสมผลทางธุรกิจ และปรามาสการฟื้นฟูการบินไทยแบบที่รัฐบาลลุงตู่ทำนั้น ไม่มีทางสำเร็จ!!! ด้วยจำนวนหนี้ 1.2 แสนล้าน

อีกทั้ง ยังพูดทำนองการทำแบบนี้ การบินไทยจะยังเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง ต้องรอให้รัฐบาลอุ้มตลอดเวลา แล้วจะสู้การแข่งขันระดับโลกได้อย่างไร ถ้าไม่มีการปรับแผนปฎิรูปโครงสร้าง ฯลฯ ร้ายสุด “ธนาธร” ยังเอ่ยอ้างข้อเสนอให้การบินไทยล้มละลายอีกต่างหาก

คำตัดสินของ “ศาลล้มละลายกลาง” ให้ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติ ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 พร้อมเดินหน้านำหุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งต้นสิงหาคม และการประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 30,940 ล้านบาทในวันนี้ ถือได้ว่าเป็นการตบหน้า “ธนาธร”ฉาดใหญ่ ลบคำปรามาสทั้งหลายของเขาที่มีต่อการตัดสินใจของนายกฯลุงตู่วันนั้นราบคาบ!!!
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top