วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รุมถล่มกกต.ตั้งข้อหาโหดไป
มั่วฟ้องปิดปาก
‘ไอติม-สมชัย’ปักหลักสู้คดี
แค่พิสูจน์เลือกตั้งให้โปร่งใส
พระปกเกล้าให้กกต.สอบตก
รุมสวด กกต.ตั้งข้อหา 6 คน ที่ไปก่อเรื่องข้างคูหาเลือกตั้งแรงเกินไป สมาคมนักข่าวฯออกแถลงการให้ทวนฟ้องสื่อ ปชป.ผสมโรง โวยฟ้องปิดปาก ด้าน”ไอติม”บุกกองปราบขอลงบันทึกประจำวันไม่ได้กระทำผิด ขณะที่”สมชัย”งงไม่ได้ไปจุดเกิดเหตุ ยังโดนด้ว แต่พร้อมสู้คดี ดานโพลพระปกเกล้าให้กกต.สอบตก
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน พร้อมทนาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี กกต. ฟ้องดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มาตรา14
นายพริษฐ์ กล่าวว่าตน มาลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า กกต. ได้เข้าแจ้งความ แต่ในส่วนของรายชื่อคนที่ถูกกล่าวหาขั้นตอนนี้เจ้านั้นจะไม่สามารถเผยแพร่ได้ในเวลานี้
สารภาพไปป้วนเบี้ยนคูหาเลือกตั้ง
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าหนึ่งในข้อหาที่ถูกแจ้งคืออั้งยี่นั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้มาลงบันทึกประจำวัน หลังเห็นว่ามีรายงานข่าว วันนี้มายืนยันความบริสุทธิ์ใจและมั่นใจว่าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาวตนเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวหลังจากที่มีการปิดหีบ เวลา 17.00 น. ซึ่งอยู่ในช่วงของการสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งการนับคะแนนกกต. จะต้องทำในพื้นที่ที่โปร่งใสต่อหน้าพี่น้องประชาชน ซึ่งกกต. มีการสื่อสารเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน และการที่ตัวเองไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ยังไม่นับว่าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่กกต.อยู่หลายคน รวมถึงรองเลขากกต. ก็ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีอะไร และเจ้าหน้าที่คนใดถือให้เห็นหรือพยายามจะตักเตือนชี้แนะสิ่งที่ทำอยู่ว่าเป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ และขอยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่ขัดต่อข้อกฎหมายความจริงเป็นความจริง และเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ตนขอยืนยันความจริงแบบนี้ และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ
ร้องขอ”หมอวาโย”ช่วยเอาคืน
เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งความกลับหรือไม่ นายพริษฐ์ ในหลักการการแจ้งความกลับด้วยข้อมูลที่ตนรู้ว่าเป็นเท็จเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประชาชน เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ต้องรอดูว่ากกต. แจ้งความด้วยข้อเท็จจริง และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏหรือไม่ หากพบว่าเป็นการแจ้งความข้อมูลอันเป็นเท็จ ทาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมที่จะดำเนินการกับทันที
เมื่อถามว่าเป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงแทนบุคคลอื่นได้ ซึ่งในวันนั้นไม่เห็นบางคนใน 6 รายชื่ออยู่ในเหตุการณ์ แต่ กลับถูกแจ้งความ จึงอยากให้เจ้าตัวมายืนยันข้อเท็จจริง น่าจะแม่นยำกว่า ส่วนจะเป็นการปิดปากหรือไม่ ขอตอบคำถามนี้ใน 2 สถานะ ในฐานะที่ทำงานการเมืองไม่ว่าเจตนาในการฟ้องตนเองคืออะไร ตนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ย้ำถ้าตนอาสามาเป็นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คือการเป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบหน้าที่ของกกต. ไม่มีเหตุผลใดที่จะยุติการเดินหน้า
สมชัย เย้ย กกต. เมาหมัด
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เริ่มต้นแจ้งข้อกล่าวหาก็เมาหมัด คุณ กกต. แจ้งข้อกล่าวหาผมว่า ไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ที่ คันนายาว ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ใครตามเฟซผม ก็จะรู้ว่าวันอาทิตย์นั้น ผมและเพื่อน ๆ กว่า 10 คน ไปขี่จักรยานท่องเที่ยวกันที่เกาะเกร็ด จ. นนทบุรี ตั้งแต่เช้า ถึง เย็น แถมยังบ่นว่า แดดมันร้อน
ไหนๆฟ้องแล้ว ช่วยระบุเวลาหน่อยว่า ตอนไหน กี่โมง ที่เห็นผมไปปรากฏตัวที่ หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ทั้งรองเลขา ทั้ง ผอ.กกต. กทม. ผมก็เห็นตัวท่านอยู่ที่นั่นในข่าวทีวี ถ้าผมไปจริงแล้ว ไม่ไหว้ ไม่ทักทายเลย ดูขาดมารยาทต่ออดีตผู้บังคับบัญชานะครับ ท่านรู้ใช่ไหมว่า แจ้งความเท็จนั้นผิดกฎหมาย ต้องรับโทษทางอาญา ตาม ม. 137 และยังผิด ม.157 ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประพฤติมิชอบด้วย
ส.นักข่าวจี้ทบทวนฟ้องสื่อ
วันเดียวกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของ SPACEBAR จากกรณีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และถูกกล่าวหาว่าพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้ใช้สิทธิ เหตุเกิดระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
สมาคมฯ ตระหนักและเคารพต่อหลักเกณฑ์ของ กกต. รวมถึงหลักการรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงอันเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน โดยต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง กับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาชีพเพื่อรายงานข้อเท็จจริงและตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
โอดครวญข้อหาร้ายแรง
สมาคมฯ เห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งมีบทลงโทษสูง หากมิได้พิจารณาเจตนาและบริบทของการทำหน้าที่อย่างรอบด้าน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสารสาธารณะ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
เสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และรายงานข่าวต่อสาธารณะ เป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล การบังคับใช้กฎหมายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ดังกล่าวจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และต้องไม่ถูกใช้ในลักษณะที่อาจตีความได้ว่าเป็นการจำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อ
สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริตของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนควบคู่กันไป สมาคมฯหวังว่า กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อด้วยความรอบคอบโดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
ปชป.ออกแถลงการ
ในประเด็นดังกล่าว9 พรรคประชาธิปัตย์ ออก แถลงการณ์ด้วย เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทบทวนท่าที และการดำเนินการต่อการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้ง
ทั้งเห็นว่า ข้อหาที่ฟ้องดำเนินคดีมีความรุนแรง ทั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้ง เปิดเผยข้อมูล นำเข้าข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ดูจะขัดแย้งกับภาพข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณะที่เห็นว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นการกระทำที่เปิดเผย โดยไม่ได้มีการคุกคามหรือขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแต่ประการใด
พรรค ฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. หยุดดำเนินการในลักษณะดังกล่าว และใช้การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินการ และดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีขององค์กรที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยต่อไป
ชี้กกต.มีโอกาสเสี่ยงคุก
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยังกล่าวถึงกรณี กกต.แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน ว่า กกต.ใช้ไม่ได้ อยู่ดี ๆ 17 วัน รีบประกาศทำไมเขาให้เวลาตั้ง 60 วันควรจัดการให้ชัด ๆ ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้น ตนเองก็มีสิทธิคิดว่าการกระทำของกกต.เอื้อนายอนุทินให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น การเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่นี่การเลือกตั้งกลิ่นคาวฉาวโฉ่ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นการไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร
ทั้งนี้ หากมีการรับรองสส.บัญชีรายชื่อมาเมื่อไรแล้วยังไม่เคลียร์ ตนเองก็จะดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่วน เขต 33 บางกอกน้อย ที่พรรคประชาชนเปลี่ยนตัวส่งนายเท่าพิภพ ลงชิงแทนผู้สมัครเดิมที่ถูกตำรวจจับนั้น ตนเองขอตั้งคำถามว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ หรือพรรคประชาชนฮั้วกับกกต.หรือไม่ จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กตต.หรือไม่ เพราะตนเองดูแล้วยังไงก็เปลี่ยนตัวไม่ได้ และตอนนี้มีการรับรอง สส.กทม.เขต 33 มาแล้ว ตนเองก็จะเตรียมยื่นฟ้องต่อ กกต.เรื่องนี้ด้วย
พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ย้ำทิ้งท้ายด้วยว่ากกต. ชุดนี้ไม่มีอนาคต ยังไงก็ต้องจำคุกแน่
นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวเตือนกกต.กรณีรับรองผลเลือกตั้งสส.ไปก่อนแล้ว ค่อยสอยทีหลังว่า ระวังจะผิดมาตรา 177
คปท.ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นำทีมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการเลือกตั้งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีการจัดเลือกตั้ง ไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า หากฝืนความรู้สึกของประชาชนมาก ๆ ทางกลุ่มมีแนวคิดถึงขั้นจะลงถนนหรือไม่ นายนิติธร กล่าวว่ายังไม่มีประเด็นเพียงพอที่จะลงถนน ขณะนี้สังคมต้องคิดเรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาตรฐานทางจริยธรรม ไม่ประพฤติผิดมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง เราให้กระบวนการตรวจสอบทำหน้าที่ไป แต่คนจะมาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรี หากเป็นบุคคลที่มีประวัติกระดำกระด่าง ถึงแม้จะไม่มีคดีและข้อบ่งชี้ถึงความซื่อสัตย์สุจริต ตนเองถึงจะเคลื่อนไหว
เปิดผลโพลกกต.สอบตก
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “เลือกตั้ง 69เช็คคะแนน กกต. ในสายตาประชาชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ระหว่างวันที่ 13 - 16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปกระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจทาง Line Today 1ในคำถาม “ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 87.7 ระบุว่า “ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรม – ไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย” ขณะที่ร้อยละ 12.3 ระบุว่า “ค่อนข้างสุจริตเที่ยงธรรม – สุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 67.6 ประเมินว่า “พอใช้–แย่” ขณะที่อีกร้อยละ32.4 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”
มีแต่พอใช้กับแย่
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยภาพรวมเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 57.6 ประเมินว่า “พอใช้–แย่” ขณะที่อีกร้อยละ42.4 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 54.7 ประเมินว่า “พอใช้–แย่” ขณะที่อีกร้อยละ 45.3 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการควบคุมการหาเสียงให้เป็นไปตามกฎหมายเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 54.3 ประเมินว่า “พอใช้–แย่” ขณะที่อีกร้อยละ 45.7ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการนับคะแนนที่โปร่งใสและประชาชนตรวจสอบได้เป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 50.6 ประเมินว่า “พอใช้–แย่” ขณะที่อีกร้อยละ49.4 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องตามกฏหมายและระเบียบการเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 56.4 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”ขณะที่อีกร้อยละ 43.6 ประเมินว่า “พอใช้–แย่”
บริการชาวบ้านได้ดี
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่คนมาใช้สิทธิเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 59.9 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี” ขณะที่อีกร้อยละ 40.1 ประเมินว่า“พอใช้–แย่”
ผลการสำรวจในคำถาม “ท่านเห็นว่า การทำงานของ กกต. ในเรื่องความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์และป้ายประกาศต่าง ๆ ในวันเลือกตั้งเป็นอย่างไร” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 61.9 ประเมินว่า “ค่อนข้างดี-ดี”ขณะที่อีกร้อยละ 38.1 ประเมินว่า “พอใช้–แย่”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี