เทพไท หนุนเสรีพิศุทธ์ ยื่นศาล รธน.สอบอนุทิน ตั้งธรรมนัสเป็นรมต. ชี้ต้องสร้างบรรทัดฐาน

เทพไท หนุนเสรีพิศุทธ์ ยื่นศาล รธน.สอบอนุทิน ตั้งธรรมนัสเป็นรมต. ชี้ต้องสร้างบรรทัดฐาน

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.10 น.

เทพไท หนุนเสรีพิศุทธ์ ยื่นศาล รธน.สอบอนุทิน ตั้งธรรมนัสเป็นรมต. ชี้ต้องสร้างบรรทัดฐาน

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เทพไท - คุยการเมือง" ระบุว่า "สร้างบรรทัดฐาน: หนุน เสรีพิศุทธ์ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน


สืบเนื่องจากกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4)และ(5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามมาตรา 170 (4) แม้ว่าในขณะนี้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยุบสภาไปแล้ว แต่ยังคงสถานะความเป็นรัฐบาลรักษากันอยู่

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ผมแปลกใจมากว่า จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นเป็นต้นมา ยังไม่มีบุคคลใด หน่วยงานใด องค์กรใด หรือพรรคการเมืองใด ที่มีความสงสัยในเรื่องนี้ และยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเลย ทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาโดยตลอดว่า เพราะเหตุใดนายอนุทิน จึงกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังไม่กล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าอาจจะถูกยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่พอมายุคของนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จึงกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส

จึงมีคำถามว่า เพราะนายอนุทินต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม ของร.อ.ธรรมนัส จึงกล้าออฟเฟอร์ ยื่นข้อเสนอ หรือกล้าให้คำสัญญาไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน จึงเกิดภาพการพลิกขั้วจากรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มาเป็นรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่หลังจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการฟอร์มรัฐบาลเกิดขึ้น โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีกระแสข่าวมาตลอดว่า เหตุผลหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพราะเกรงว่าอาจจะมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เกรงว่าจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(4)(5) ว่าด้วยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมในรัฐบาลอนุทิน1 จึงไม่กลัวเรื่องการขัดรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่กลับกลัวเรื่องนี้ในรัฐบาลอนุทิน2 จึงทำให้หลายคนสงสัยในประเด็นนี้ แม้ว่าเรื่องนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาให้ความเห็นว่า การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กรณีนายอนุทินแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส ว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่นั้น ก็น่าจะเป็นเรื่องของการแก้เกี้ยว หรือตีความเข้าข้างรัฐบาล หรือปกป้องนายอนุทินมากกว่า แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการก็ตาม แต่ถือว่าอายุรัฐบาลของนายอนุทินยังไม่สิ้นสุดลง

กรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำเรื่องนี้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้มีความชัดเจน และเป็นบรรทัดฐานในการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป เชื่อว่าสังคมสนับสนุนการยื่นตีความของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทั้งที่รอคอยบุคคลที่มีความกล้าหาญที่จะยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้ายื่น ด้วยเหตุผลอะไรไม่มีใครทราบได้

แต่เมื่อพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ได้ใช้ความกล้าหาญ ยื่นเรื่องนี้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการดี และสังคมควรจะสนับสนุนภารกิจนี้อย่างเต็มที่"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top