วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายกฯสั่งทอ.เตรียมเครื่องบิน
อพยพคนไทย
อยู่ในพื้นที่เสี่ยง7หมื่นคน
เรียกสมช.ประชุมรับมือด่วน
นายกฯเร่งทำทุกวิถีทาง ช่วยคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล กลับมาตุภูมิโดยเร็วที่สุด สั่งกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ด้านกรมการกงสุล เตือนคนไทยในตะวันออกกลาง ติดตามข่าวสารใกล้ชิด ย้ำดูแลคนไทยเต็มที่ ส่วน ‘สุวรรณภูมิ’ วุ่น ยกเลิกเที่ยวบินอื้อ
เมื่อวันที่ 1มีนาคมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง จากสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน ว่านับตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เมื่อได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ จึงสั่งการให้เตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบในช่วงนี้ ขณะเดียวกันได้ประสานกับกองทัพอากาศและหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมอากาศยานที่จะใช้รองรับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่าน เพื่อหาช่องทางนำประชาชนเดินทางกลับมาได้อย่างไร
นายกฯเล็งใช้เครื่องบินเหมาลำ
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่การใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ อาจจะต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ จึงให้พิจารณาช่องทางอื่น เช่น การเช่าเหมาลำ เพื่อให้สามารถนำประชาชนกลับมาได้เร็วที่สุด ตอนนี้จะต้องไปเช็กน่านฟ้า เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ทำให้ต้องมีการอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม และหาวิธีการรับตัวกลับมา ส่วนตัวเลขคนไทยที่ได้ในตะวันออกกลางนั้น มีทั้งในส่วนของอิหร่านและดูไบ รวมกว่า 70,000 คน ในส่วนของคนไทยในอิหร่านมีประมาณ 7,700 คน ขอให้คนไทย ติดตามรายละเอียดจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
สั่ง‘เอกนิติ’รับมือผลกระทบ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เตรียมรับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรก็ได้รับผลกระทบในด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนพลังงานต่างๆ ฉะนั้นต้องหาวิธีให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดโดยตนจะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่ง (สมช.) ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น.จากนั้นจะประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ธนาคาร หอการค้า ต้องดูแลในเรื่องการค้า การส่งออกและนำเข้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา เพื่อไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย
ยันทอ.พร้อมรับคนไทยกลับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์ว่าเครื่องบินที่จะไปรับคนไทยจะสามารถเดินทางได้เมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ส่วนสำคัญคือประเทศปลายทาง เนื่องจากเรามีความพร้อมตลอดเวลา ยิ่งใช้เครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับก็ยิ่งมีความพร้อม เพราะได้เตรียมไว้หลายลำ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด จึงหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม อาจจะใช้โค้ดการบินของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมันและให้บินตรงว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อให้พี่น้องคนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากประสงค์จะกลับมาเมืองไทยก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับ
ชี้ต้องให้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์ว่าจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง และหากจะมีผลกระทบขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เราต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน
นายกฯโพสต์เฟซบุ๊กห่วงใย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เราก็มีพี่น้องประชาชนของเราหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้
รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรก
สั่งก.ต่างประเทศตั้งวอร์รูม
กระทรวงต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่ และตัวผมเองก็ได้รับทราบรายงานและติดตามความเป็นไปของสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในสภาวะฟื้นตัวเช่นนี้ ผมและทีมงานจะติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการทุกอย่างที่จะพลิกวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางมาเป็นโอกาสแก่ประเทศไทยให้มากที่สุด
ให้คำมั่นรบ.พร้อมช่วยคนไทย
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ร่วมกันกราบอาราธนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของพวกเรา ตลอดจนพระสยามเทวาธิราชและพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จงดลบันดาลประทานพรและปกป้องคุ้มครองให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบอยู่ในขณะนี้ ให้มีความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภยันตรายทุกสิ่ง ไม่ให้พวกเขาได้รับผลกระทบใดๆจากสถานการณ์ที่กำลังอุบัติขึ้นในขณะนี้ ผมขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ภารกิจในการให้ความช่วยเหลือดูแลพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่สู้รบในตะวันออกกลางในขณะนี้ได้สำเร็จลุล่วงและสัมฤทธิ์ผลด้วยเวลาที่รวดเร็วที่สุดครับ
กรมการกงสุลประกาศฉบับ3
ด้านกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศเตือนคนไทยในตะวันออกกลางฉบับที่ 3 หลังจากเกิดความวุ่นวายในภูมิภาคจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ความว่าประกาศฉบับ 3 แนะคนไทยในตะวันออกกลาง ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสารประกาศแจ้งเตือนของทางการอย่างใกล้ชิด
ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสาร ประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
ให้หลีกเลี่ยงเดินทางพื้นที่เสี่ยง
ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครอง 096-216-1837, 096-183-6736 และ 064-564-7573
‘สีหศักดิ์’ประสานทูตทั้งภูมิภาค
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการต่างๆ ดังนี้ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่เสมอมา โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วยแล้ว
ประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด
ในวันเดียวกันนี้ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด
แจ้งติดต่อสายด่วนได้24ชม.
สถานเอกอัครราชทูตของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442) กระทรวงจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทยในประเทศต่างๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป
ผดส.สนามบินสุวรรณภูมิวุ่น!
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าได้เกิดความวุ่นวายขึ้นหลังจากสายการบินพาณิชย์หลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบิน และหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการที่อิสราเอล และสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเกิดการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธไปยังหลายพื้นที่ในหลายประเทศของภูมิภาคดังกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับสายการบินEmirates ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X แจ้งระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบเป็นการชั่วคราว ภายหลังหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรง พร้อมขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทางไปสนามบิน ยืนยันการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน ขอคืนเงิน หรือจัดการเดินทางทางเลือกได้ ทั้งนี้ ทางสายการบินฯ ย้ำว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
สายการบินแห่ยกเลิกเที่ยวบิน
ด้านสายการบินLufthansa ประกาศระงับเที่ยวบินไป–กลับนครเทลอาวีฟของอิสราเอล กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน และประเทศโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคมนี้ รวมถึงระงับเที่ยวบินไป–กลับนครดูไบ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์–1 มีนาคมที่ผ่านมา
ขณะที่สายการบินQatar Airways ระงับเที่ยวบินชั่วคราวเนื่องจากการปิดน่านฟ้า ส่วนสายการบินNorwegian Air Shuttle ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดไป–กลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่นเดียวกับสายการบินTurkish Airlines ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางไปประเทศกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน
การท่าฯเร่งอำนวยความสะดวก
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตั้งจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่พักคอยชั่วคราว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและดูแลสภาพจิตใจเพื่อลดความตึงเครียด
มีรายงานว่า เที่ยวบินถูกยกเลิกแล้ว 19 เที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับที่พัก และสายการบินได้จัดหาที่พักสำรองให้ ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานสายการบินรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปตะวันออกกลาง ตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกค้างที่สนามบิน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี