วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 2 มี.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่า จากปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าว ได้มีการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย (GDP) จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% ดังนั้น หากสถานการณ์จบลงภายใน 1 เดือน คาดว่า GDP จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.6% แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซร่วมด้วย GDP มีโอกาสทรุดตัวลงเหลือเพียง 1.3%
ทั้งนี้หากสถานการณ์ลุกลามจนนำไปสู่การปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" อย่างสนิท จะส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นถึง 150 เหรียญต่อบาร์เรล และอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อย่างไรก็ดีปัจจุบันกองทุนน้ำมันยังมีกำไรเป็นบวกอยู่ 2,000 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการภายในประเทศ มีการเตรียมพร้อมนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาซับพอร์ตราคา โดยวางกรอบไว้ว่าหากราคาขายปลีกพุ่งเกิน 35 บาทต่อลิตร จะเป็นจุดที่ต้องเริ่มพิจารณาเข้าแทรกแซง ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวจนเงินหมด รัฐบาลอาจจำเป็นต้องหาวิธีการอื่นเข้ามาเสริมเหมือนที่เคยปฏิบัติมาในอดีต
“ยอมรับว่าการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตทำได้ยาก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยตัวแปรสำคัญที่จะตอบได้ว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไรและเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก” เลขาธิการฯ สภาพัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี