อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกความผิดปกติและยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติของความโปร่งใส ระบบการจัดทำบัตรเลือกตั้ง และความเร่งรีบในการประกาศผล ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:


1. สส. เขต (บัตรสีเขียว): ชัยชนะของยุทธศาสตร์ "บ้านเล็ก"

ในการเลือกตั้ง สส. เขต 400 ที่นั่ง บัตรเลือกตั้งถูกออกแบบให้มี 1 QR Code ต่อบัตร 20 ใบ (1 เล่ม) ซึ่งยังคงรักษาหลักการ "ลงคะแนนโดยลับ" ไว้ได้ เพราะไม่สามารถสืบย้อนกลับไปถึงรายบุคคล

•ผลลัพธ์: ค่ายน้ำเงินประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเดินเกมรวบรวมกลุ่ม "บ้านเล็ก" ทั่วประเทศมาไว้ในสังกัด

•การก้าวกระโดด: ส่งผลให้จำนวน สส. เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากเดิมในปี 2566 ที่เป็นอันดับ 3 (71 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ในปี 2569 (ด้วยจำนวน สส. กว่า 190 ที่นั่ง)

2. สส. บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู): ข้อกังวลเรื่องการละเมิดรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่อื้อฉาวที่สุดคือบัตรสีชมพู (100 ที่นั่ง) ซึ่งมี 1 Bar Code ต่อบัตร 1 ใบ ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

•ประเด็นทางกฎหมาย: ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ ปัจจุบันข้อพิพาทนี้กำลังรอการเข้าสู่กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ

•แรงจูงใจ: มีการตั้งข้อสังเกตว่าค่ายใหญ่ต้องการเก็บข้อมูลเป็น Big Data เพื่อวิเคราะห์ฐานเสียงรายบุคคล ไว้ใช้บริหารจัดการในขณะเป็นรัฐบาลและการเลือกตั้งในคราวถัดไป (เนื่องจากคะแนนบัญชีรายชื่อยังตามหลังคู่แข่งอยู่) เป็นเป้าหมายหลัก ส่วนการใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผลการซื้อเสียงของหัวคะแนน น่าจะเป็นเป้าหมายรอง เพราะการเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ จะต้องได้คะแนนเสียงมากหลายแสนคะแนนจึงจะได้ สส. 1 คน ในขณะที่ สส. เขต ได้คะแนนเสียงที่น้อยกว่ามากเพียงหลักหมื่นคะแนนก็ได้เป็น สส. แล้ว

3. การลงประชามติ (บัตรสีเหลือง): เกณฑ์มาตรฐานที่แตกต่าง

สำหรับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำฉบับใหม่ บัตรเลือกตั้งกลับไม่มีทั้ง Bar Code หรือ QR Code

•ข้อสังเกต: เนื่องจากประเด็น "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดตั้งรัฐบาล ค่ายใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลในส่วนนี้เหมือนบัตรเลือกตั้ง สส.

4. การประกาศผลที่เร่งรีบ: นัยแอบแฝงทางการเมือง

กระบวนการประกาศผลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ (สส. เขต ประกาศ 25 ก.พ. / สส. บัญชีรายชื่อ ประกาศ 4 มี.ค.) ใช้เวลาไม่ถึง 30 วัน จากกรอบกฎหมาย 60 วัน

•การชิงความได้เปรียบ: ถูกมองว่าเป็นการเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างสภาวะ "อำนาจเต็ม"

•ยุทธศาสตร์สู้คดี: การมีสถานะเป็นรัฐบาลสมบูรณ์ก่อนคดีถึงศาล ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการสร้างแต้มต่อในเชิงคดี เกิด "ภาวะจำยอมทางรัฐศาสตร์" จนสร้างความลำบากใจให้ศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดี  เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพการบริหารราชการแผ่นดินไป

บทสรุป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยคะแนนเสียง แต่ถูกตั้งคำถามถึงการวางโครงสร้างระบบบัตรเลือกตั้งเพื่อ "ผลประโยชน์ด้านข้อมูล" และการเร่งรัดกระบวนการเพื่อ "เป้าหมายทางการเมือง" เป็นสำคัญ

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

5/3/69

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top