ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง
ครม.หนูลงตัว
‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
ตั้งแง่ชื่อ‘ประเสริฐ’ติดคดี
แฉเบื้องหลังกธ./ปชป.ปิ๋ว
โผครม. “สีน้ำเงิน” ลงล็อก“เอกนัฏ” นั่ง “พลังงาน” ด้าน“วราวุธ” คุมอุตฯ ขณะที่ “สุชาติ”อยู่ “ทรัพยากรฯ” ที่เดิม “ก๊วนลูกบังเกิดเกล้า” ตบเท้าผงาดรมต.ป้ายแดง “ประเสริฐ” ถูกเบรกหัวทิ่ม หลังมีคดีใน’ปปช.’เปิดเบื้องหลังไม่ดึง‘กล้าธรรม-ปชป.’ร่วมรัฐบาล พัวพันสีเทา-มี2มุ้ง ด้าน‘เท้ง’ลั่นพร้อมทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยสวมชุดเครื่องแบบสีกากี เพื่อปฏิบัติภารกิจบนตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังจากเดินทางไปร่วมสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว 291 เสียง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง
‘สุชาติ-เอกนัฎ-วราวุธ’ได้เก้าอี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) “อนุทิน 2”ก่อนมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14มีนาคม2569 จากนั้นเป็นขั้นตอนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 15มี.ค.และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 18-19มี.ค.ก่อนจะจัดตั้งครม.ชุดใหม่
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายหลังการสัมมนา สส.ผู้บริหารและสมาชิกพรรค ที่ จ.บุรีรัมย์ โผครม.เริ่มชัด ในสัดส่วนชื่อที่คลุมเครือมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะศึกสีน้ำเงินที่เข้ามาใหม่ อย่างกลุ่ม นายสุชาติ ชมกลิ่น คุ้มชลบุรี กลุ่ม นายวราวุธ ศิลปอาชา คุ้มสุพรรณและกลุ่ม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ คุ้มลุงกำนัน โดย นายสุชาติ จะได้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ จะได้เป็นรมว.พลังงานและนายวราวุธ จะได้เป็น รมว.อุตสาหกรรม
‘ลูกบังเกิดเกล้าฯ’นั่งรมต.ป้ายแดง
ขณะที่สัดส่วน“ลูกเทพ”ซึ่งขณะนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น“แก๊งลูกบังเกิดเกล้า”เห็นเค้าลางการวางตัวสอดแทรกไปในกระทรวงสำคัญ อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล จะเป็น รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เป็น รมช.คมนาคม น.ส.แนนบุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็น รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วน นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา อยู่ระหว่างจัดสรรความเหมาะสม ขณะที่ตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นชื่อ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี เนื่องจากเป็นสส.หลายสมัย ประนีประนอมสูงและความร่วมมือในการทำงาน มีความคุ้นชินกับงานสภาฯ และคุ้นเคยกับสส.ต่างพรรค เชื่อว่าจะสามารถทำให้งานสภาฯราบรื่น
‘ประเสริฐ’หัวทิ่ม-มีคดีในชั้นปปช.
สำหรับสัดส่วนรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) มีรายงานข่าวว่า ชื่อของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ มีความเสี่ยงสุดเนื่องจากมีคดีสแกนม่านตาในชั้น ปปช.ที่คนในพรรคภูมิใจไทย ตรวจสอบผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงยุติธรรม มาตั้งแต่ต้น รวมถึงมีคดีงบภัยแล้ง 5.1หมื่นล้านบาท หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันคุณสมบัติรัฐมนตรี ยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าสุด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะเดินทางมาส่งชื่อรองประธานสภาฯ คนที่2 ในวันที่ 12มี.ค.นี้ ต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 13.30น.
เหตุแห้ว’กธ.’สีเทา-ปชป.มี2มุ้ง
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทย ไม่เลือกพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีสส.และแกนนำพรรคบางคนพัวพันธุรกิจสีเทา รวมถึงมี สส.หลายคนและแกนนำพรรค มีชื่อในคดีแจกกล้วยรับค่าเลี้ยงดูในสมัยรัฐบาล พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปปช.กำลังจะชี้มูลในเร็วๆนี้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แกนนำระดับสูงมองว่า ไม่มีเอกภาพทางการเมือง เพราะมีเพียง 21เสียง ยังมีการแบ่งกลุ่มก๊วนชัดเจน คือกลุ่ม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและกลุ่มนายชัยชนะ เดชเดโช ไม่มีใครฟังใครได้ จึงเป็นการยากหากต้องมาร่วมรัฐบาล
เล็งรวมก.ท่องเที่ยว-ก.วัฒนธรรม
รายงานข่าวจากพรรค ภท.ระบุถึงภารกิจงานฝ่ายนิติบัญญัติที่จะเร่งผลักดันให้สำเร็จ โดยพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งเน้นงานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามนโยบาย ของรัฐบาลและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน โดยกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันเป็นฉบับแรกๆ อาทิ แก้กฎหมายโอนสังกัดเป็นพระราชบัญญัติโอนกระทรวงการท่องเที่ยว มารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจงานสอดคล้องกัน ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกไปทำเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมุ่งเน้น พัฒนากีฬาให้เป็นเลิศซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านสภาฯได้ภายใน 6เดือน
ดันกม.ขออนุญาตแค่จุดเดียวจบ
แหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันร่าง พรบ.การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือ กฎหมาย Super License โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service เช่นการก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา ที่ไม่ต้องยื่นขอ อนุญาตหลายหน่วยงาน แต่ให้จบในหน่วยงานเดียว ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเป็นข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน6เดือน
ไฟเขียวท้องถิ่นหาเงิน-ใช้เงินเอง
ส่วนกฎหมายอีก1ฉบับคือ ร่าง พรบ.บ้านเกิดเมืองนอน จะผลักดันให้แล้วเสร็จภายใน1ปี โดยจะมี 2 เรื่องคือ1.ทำให้ท้องถิ่นหารายได้ ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือก สนับสนุนภาษี30% ให้บ้านเกิดตัวเองหรือท้องถิ่นที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาได้ และ2.จะเป็นกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็งซึ่งจะเป็นกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่แข็งแรงกว่า ป.ป.ช. และ ปปท.และทำให้ท้องถิ่นไม่กล้าใช้เงินแบบผิดประเภท ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของการปลดล็อคเรื่องอายุและวาระการดำรงตำแหน่งท้องถิ่น ไม่ใช่แค่2 วาระ ขณะที่การการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจยังไม่เร่งผลักดัน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการปัญหาของพี่น้องประชาชน ในส่วนฝ่ายบริหารรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายต่างๆเร่งด่วนภายใน3-6เดือน อาทิ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน200ยูนิตแรกจ่ายยูนิตละ3บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200ยูนิตจะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงานได้ทันที
‘เท้ง’นำ119สส.ปชน.รายงานตัวสภา
เวลา 10.10น.ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรรค นำสส.ทั้ง119คน เข้ารายงานตัว เดินทางโดยรถบัสจำนวน 3 คัน ทั้งหมดใส่เสื้อยืดสีขาวสกรีนคำว่า ประชาชนพร้อมกับใส่สูททับติดเข็มกลัดโลโก้ของพรรค บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภามีมวลชนมาคอยต้อนรับมอบดอกไม้ให้ สส.พรรคปชน.มีทั้งหมด120คน โดยก่อนหน้านี้นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี รายงานตัววันที่ 2มี.ค.แล้ว เนื่องจากไม่สามารถมาวันที่พรรคนัดได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมารายงานตัวแล้ว ขณะนี้มีสส.รายงานตัวเกือบครบ ขาดเพียง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่แจ้งว่าจะมารายงานตัวในวันที่ 10มี.ค.ทำให้มียอดส.ส.รายงานตัวแล้ว 498คน
พร้อมเป็นผู้นำฝ่ายค้านกับกธ.-ปชป.
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์หลังเข้ารายงานตัวต่อสภาว่างานที่เราจะผลักดันต่อคือ ชุดกฎหมายหลายฉบับที่เราพร้อมทำหน้าที่ทันทีเมื่อสภาเปิดอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนการปรับตัวที่จะร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม ซึ่งน่าจะมาร่วมงานฝ่ายค้านนั้น เป็นกระบวนการปกติในสภาอยู่แล้ว คงไม่ต้องปรับกระบวนท่าการทำงานอะไร เราสามารถทำงานได้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไว้เองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคการเมืองลำดับหนึ่งที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็เป็นตำแหน่งที่เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว พร้อมทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะเสนอชื่อประธานสภา และรองประธานสภาแข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันเราพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ตำแหน่งสำคัญคือผู้นำฝ่ายค้านในสภา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นพร้อมกันได้กับประธานและรองประธานสภา แต่ก็ไม่ได้เป็นการปิดกั้นที่เราจะเสนอชื่อ ซึ่งจะหารือกันนให้ชัดเจนก่อนเปิดประชุมสภา
สส.รายงานตัวสภาฯแล้ว496คน
เมื่อเวลา16.30น.ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 เป็นวันที่ 12 จากจำนวน สส. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศรับรอง 499คน โดยมี สส.แต่ละพรรคการเมืองมารายงานตัวแล้ว 496 คน หลังจากที่ ส.ส.พรรคประชาชน เข้ารายงานตัวพร้อมกันในวันนี้จำนวน 118 คน ทั้ง สส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เหลือ‘เท่าพิภพ-หมอวรงค์-‘พีระพันธุ์’
โดยยังเหลืออีก 3 คนที่ยังไม่มารายงานตัว คือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคประชาชนที่แจ้งว่าจะมารายงานตัวในวันที่ 10 มีนาคม ส่วนอีกคนคือ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ยังไม่แจ้งการเข้ารายงานตัว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานที่รับรายงานตัว สส. บริเวณชั้น B1 ของอาคารรัฐสภายังคงเปิดให้รับรองจนถึงวันวันที่ 10 มีนาคม หลังจากนั้นอาจปรับเปลี่ยนสถานที่ในการรายงานตัว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี