วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
10 มีนาคม 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวการหลอกลงทุน คริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังพบมีผู้เสียหายสูญเงินไปนับพันล้านบาท โดยระบุว่า ขบวนการเหล่านี้ไม่ใช่หน้าใหม่ที่ไหน แต่เป็นแก๊งเดิมที่เคยหากินกับการหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ (Forex) ซึ่งสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เคยเห็นคนกลุ่มเหล่านี้ทำฟอเร็กซ์ หลอกลวงลงทุนแบบนี้ แล้วก็มีการตั้งคณะทำงาน สั่งการให้ดำเนินการจัดการให้ถึงที่สุด ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้จัดการขั้นเด็ดขาดไปแล้ว
"ปัญหาเรื่องการหลอกลวงลงทุนบิทคอยน์ คริปโต มีผู้เสียหายพันกว่าล้าน เรื่องเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้นแล้ว เพราะตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงดีอี ผมเคยเห็นคนกลุ่มเหล่านี้ทำฟอเร็กซ์ หลอกลวงลงทุนแบบนี้ แล้วก็มีการตั้งคณะทำงาน สั่งการไปแล้ว ให้ดำเนินการจัดการให้ถึงที่สุด ทั้งแบงก์ชาติ ทั้งตำรวจต้องเข้าไปดูแลแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาหลายปีก็ไม่มีการดำเนินการอะไร ปล่อยให้คนกลุ่มเดิม ก็ไปหลอกลงทุนในคริปโตอีก เพราะในช่วงที่ผ่านมากระแสบิทคอยน์ กระแสคริปโตมันแรง ก็มีการหลอกลงทุนกัน มีผู้เสียหายพันกว่าล้าน" นายชัยวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้ตั้งคำถามอีกด้วยว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐใส่เกียร์ว่าง ไม่ยอมดำเนินการใดๆ นั้น เป็นเพราะเบื้องหลังมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพราะการที่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ มันมีอะไร หรือไม่ ช่วยไปดูด้วย
"ขอฝากความหวังไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ให้ตื่นจากภวังค์ และลงมาลุยล้างบางปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที กฎหมายที่มีอยู่ทั้งของ ก.ล.ต.และแบงก์ชาติ ถือว่าครอบคลุมและเอาผิดได้อยู่แล้ว ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่คนใช้กฎหมาย"
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี