วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
’กรณ์‘ หนุนรัฐบาลออกมาตรการรับมือ-เตือนผลกระทบประชาชนจากเหตุตะวันออกกลาง - แนะปรับโครงสร้างราคาค่าไฟไทย-ลดนำเข้า LNG ชี้มีศักยภาพอยู่แล้ว แค่รอนโยบายรบ.
วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของราคาพลังงานของไทย จนรัฐบาลรักษาการได้ออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือ เช่น การเวิร์คฟรอมโฮม โดยเห็นว่า รัฐบาล มีความเหมาะสมที่จะส่งสัญญาณให้ประชาชนตระหนักสถานการณ์ดังล่าว เพราะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และอาจยืดเยื้อ ดังนั้น จึงควรตื่นตัว และปรับตัว ซึ่งดีกว่าที่จะบอกว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ และการส่งสัญญาณเช่นนี้ ก็เป็นการทำให้ทุกคนตระหนัก เพราะเชื่อว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่นอน และหวังว่า สถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ เพราะมิเช่นนั้น ประประเทศไทย จะได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน ทั้งน้ำมันและแก๊ส ในระดับที่สูง คิดเป็น 6.5% ของ GDP เช่นเดียวกับประเทศเอเชียอื่น ๆ ที่ใช้แหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่สหรัฐอเมริกา และยุโรป จะได้รับผลกระทบเฉพาะราคานั้น แต่ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบทั้งราคา และการเข้าถึง ทั้งอาจถึงขั้นซื้อแก๊สไม่ได้ ดังนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่รัฐบาล จะส่งสัญญาณให้ประชาชนเตรียมตัว
นายกรณ์ ยังกล่าวถึงนโยบายการดูแลราคาพลังงานของรัฐบาลด้วยว่า การกดราคาน้ำมันดีเซล 15 วันไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทว่า ก็สามารถทำได้ผ่านกองทุนน้ำมัน แต่ตนก็ได้เตือนรัฐบาลแล้วว่า กรณีที่กระทรวงพลังงาน ขอให้กระทรวงการคลัง ออก พ.ร.ก.การกู้เงิน เพื่อช่วยกองทุนน้ำมัน และตนก็ยินดีที่คณะรัฐมนตรี ได้ถอนเรื่องดังกล่าวออก เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากกองทุนน้ำมันติดลบหลายแสนล้านบาทตั้งแต่สงครามยูเครน แต่ปัจจุบันกองทุนฯ สามารถดูแลตนเองได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกู้
เมื่อถามว่าราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานราคาต้นทุน รัฐบาลควรรับมืออย่างไรนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า ราคาพลังงานมีผลต่อการขนส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ และเป็นเหตุผลที่ทุกรัฐบาลต้องดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบ เพราะการขนส่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก ส่วนผลต่อราคาสินค้าระยะยาวอีกมิตินั้น การอ่อนค่าของเงินบาท ก็มีผลต่อค่าครองชีพประชาชน เพราะทำให้เงินบาทที่ใช้ในการนำเข้าน้ำมันสูง และหวังว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ ซึ่งรัฐบาลควรมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รวมถึงค่าไฟ ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าไม่พึ่งพาเฉพาะแก๊สถึง 70% ที่ครึ่งหนึ่งจะต้องนำเข้า และปัจจุบันก็เกิดปัญหาที่ LNG ของไทยส่วนใหญ่ นำเข้ามาจากกาตาร์ และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ดังนั้น รัฐบาล จึงจะต้องดูแลค่าไฟ และปรับโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยด้วย ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว เพียงแต่รอนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี