11 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พีระพันธุ์ลาออกจาก สส. มีอะไรในกอไผ่หรือไม่? #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
คุณพีระพันธุ์ลาออกจาก สส. ให้ คุณอรรถวิทย์ ขึ้นมาเป็น สส. แทน โดยอ้างว่า ตนเองจะได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคได้เต็มที่ เรื่องนี้มีอะไรซ่อนเร้นมากกว่านี้หรือไม่? ลองเก็บมาคิดดูเล่นๆ ตามประสาคนชอบคิด
โดยข้อเท็จจริง ณ ตอนนี้ มีแต่ “คำอธิบายทางการ” กับ “สัญญาณทางการเมือง” ที่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ามีดีลลับแบบฟันธงได้ แต่ก็มีจุดชวนคิดหลายข้อ
ข้อเท็จจริงที่เขาให้เหตุผล
คุณพีระพันธุ์โพสต์เองว่า หารือกับกรรมการบริหารพรรคแล้ว เห็นว่าต้อง “เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่” และตนจะไปโฟกัสบทบาทหัวหน้าพรรค-งานนอกสภาให้เต็มที่ จึงลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้อรรถวิชช์ขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาแทน และย้ำว่าจะยังเป็นหัวหน้าพรรค รทสช. ทำงาน “อยู่เบื้องหลัง” ต่อไป ไม่ได้ถอนตัวจากการเมืองหรือจากการนำพรรค
มิติที่น่าตั้งคำถาม
1. เหตุใดไม่รายงานตัวเลย ก่อนจะลาออก?
หลังการเลือกตั้ง สส. ทั้งหมด 499 คนทยอยรายงานตัวต่อสภาฯ แต่คุณพีระพันธุ์เป็นคนสุดท้ายเพียงคนเดียว ที่ยังไม่ได้รายงานตัวตลอด 13 วันที่ผ่านมา แล้วในวันที่ 11 มีนาคมก็ประกาศลาออกเลย แปลว่าเขาไม่เคยรายงานตัวเป็น สส. เลยแม้แต่วันเดียวในสมัยนี้
จุดนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า “น่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า” เพราะถ้าตั้งใจจะเป็น สส. จริง การไม่ไปรายงานตัวเลยทั้งที่คนอื่นทำกันครบเกือบหมด มันดูแปลกเกินจะเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่ต้องพูดอย่างมีวินัยว่า มันเป็นสัญญาณ ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีดีลลับอะไรแน่ ๆ
2. อรรถวิชช์ไม่ใช่ “คนรุ่นใหม่”
เหตุผลเรื่อง “เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่” ฟังดูสวย แต่ขัดแย้งในตัวเอง เพราะคุณอรรถวิชช์ เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์มานาน และในโครงสร้างพรรคก็เป็นรองหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ไม่ใช่เด็กฝึกงานการเมืองเพิ่งออกจากกล่อง อีกทั้งพรรคเคยให้ราคากับเขาสูงพอถึงขั้นเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีช่วงเลือกตั้งด้วย
ถ้าจะให้ฟันธงแบบนักวิเคราะห์การเมือง ไม่ใช่นักอ่านแถลงการณ์
นี่ดูเป็น “การคำนวณทางอำนาจ” มากกว่า “การเสียสละเพื่อคนรุ่นใหม่” เพียงแต่มันเป็นการคำนวณที่ทำอย่างนิ่ม ๆ และห่อด้วยภาษาสวยงาม
อีกจุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ คุณพีระพันธุ์เคยมีประวัติลาออกจาก สส. มาก่อนในปี 2566 โดยอธิบายว่าอยากไปทำงานในบทบาทอื่นเคียงข้างผู้นำรัฐบาลในตอนนั้น (พล.อ.ประยุกต์)
ประเด็น “ย้อนหลัง 47 วัน”
การลาออกลงวันที่ 30 มิ.ย. แต่ขอให้มีผลตั้งแต่ 14 พ.ค. 2566 ซึ่งเป็น “วันเลือกตั้ง” ทำให้เกิดช่องว่าง 47 วัน ที่เขาขอให้ถือว่าไม่ได้เป็น ส.ส. อยู่แล้ว
จุดที่น่าสังเกตคือ 14 พ.ค. 2566 ตอนนั้น กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ส.ส. (ประกาศรับรอง 19 มิ.ย. 2566) แปลว่าเขาขอให้การลาออกมีผลย้อนหลังไปยังวันที่สถานะ ส.ส. ทางนิตินัยยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
ตอนนั้นมีนักเคลื่อนไหวอย่าง สนธิญา สวัสดี ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบว่า การที่พีระพันธุ์เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ข้าราชการการเมืองฝ่ายบริหาร) พร้อมกับลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ จะเข้าข่ายขัดคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) หรือไม่
จนมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องเสี่ยงขาดคุณสมบัติ-ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เคสนี้ทำให้ชื่อ “พีระพันธุ์” ถูกผูกกับภาพการจัดวางสถานะทางกฎหมาย/ตำแหน่งที่ซับซ้อน เพื่อหลบความเสี่ยงหรือจัดดีลการเมืองมาแล้ว
เมื่อเอามาวางเทียบกับปี 2569 ที่เขาทิ้งเก้าอี้ ส.ส. อีกครั้งเพื่อไปทำหน้าที่หัวหน้าพรรค-ตัวจัดการหลังฉาก และดันคนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่ในสภาแทน มันเลยดูต่อเนื่องเป็น “signature” ทางการเมือง มากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญครั้งเดียว
สรุป
พูดแบบตรง ๆ คือ ยังไม่มี smoking gun ว่าแลกตำแหน่งอะไรกับใคร แต่ “รูปแบบ” การจัดวางตัวเองของพีระพันธุ์มันสอดคล้องกับสไตล์นักการเมืองที่ชอบอยู่จุดต่อรอง/อยู่หลังม่าน และใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นชิปมากกว่าจะเห็นคุณค่าของการยืนซัดในสภาเอง
เหตุผลที่ให้ต่อสาธารณะเรื่อง “คนรุ่นใหม่” น่าจะเป็นเพียงเหตุผลเสริม เหตุผลที่น่าจะเป็นจริงกว่าคือการ จัดสรรทรัพยากรทางการเมืองของพรรคที่มีที่นั่งจำกัด โดยให้คนที่จะทำงานในสภาจริงๆ (อรรถวิชช์) ไปนั่งแทน ขณะที่คุณพีระพันธุ์เองถนัดงานนอกสภามากกว่า ทั้งการสร้างเครือข่าย การเป็น “หน้าตาพรรค” ในสื่อ และการเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้า
สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือคุณพีระพันธุ์จะเคลื่อนไหวในทิศทางใด ทั้งเรื่องข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง และการวางยุทธศาสตร์พรรคระยะยาว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี