จี้ปรับค่าอาหารสส.เท่าทหารเกณฑ์ ปราชญ์ สามสี แนะ รัดเข็มขัดเป็นตัวอย่าง

จี้ปรับค่าอาหารสส.เท่าทหารเกณฑ์ ปราชญ์ สามสี แนะ รัดเข็มขัดเป็นตัวอย่าง

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

วันที่ 17 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ช่วงนี้มีข้อเสนอในสังคมว่าควรยกเลิกหรือปรับลดงบค่าอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วันละประมาณ 1,000 บาท หลายคนมองว่าตัวเลขนี้สูงเกินไป และควรมีการทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ก็มีข้อเสนอจากหลายฝ่ายว่า หากไม่สามารถยกเลิกได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ควรมีการปรับลดลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคม

ข้าพเจ้าจึงอยากขอเสนอให้ลอง “หันกระบอกมองอีกมุมหนึ่ง” ดูบ้าง ว่าในขณะที่สังคมกำลังถกเถียงเรื่องงบประมาณของผู้แทนราษฎร ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจสมควรได้รับความสนใจและการสนับสนุนมากกว่านี้ นั่นคือทหารกองประจำการ


ทหารกองประจำการได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท ตามหลักการของระเบียบเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยงทหาร เงินจำนวนนี้มีเจตนาหลักเพื่อใช้สำหรับ “ประกอบเลี้ยงดูทหาร” หรือกล่าวอย่างง่ายก็คือ เป็นงบสำหรับค่าอาหารที่รัฐจัดให้กับกำลังพล ตามระเบียบแล้วกองทัพสามารถใช้เงินจำนวนนี้ทั้งหมดเพื่อจัดเลี้ยงอาหารให้ทหารได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติหลายหน่วยไม่ได้ใช้เงินเต็มจำนวน หน่วยส่วนใหญ่มักหักเพียงประมาณวันละ 70–75 บาท เพื่อนำไปจัดอาหารให้ทหาร และปล่อยให้เงินส่วนที่เหลืออยู่กับทหารเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเล็กน้อย

พูดอย่างตรงไปตรงมา กองทัพไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ก็ได้ เพราะเงินก้อนนี้ตั้งใจให้ใช้เพื่อจัดอาหารอยู่แล้ว แต่หลายหน่วยเลือกกันเงินบางส่วนไว้ให้ทหารถือไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

หากลองนึกภาพตามง่าย ๆ ทหารกองประจำการได้รับเงินวันละ 96 บาท ใช้สำหรับค่าอาหารประมาณ 70–75 บาท และเหลือเงินติดตัวเพียงไม่กี่สิบบาทเท่านั้น

คนเหล่านี้คือกำลังพลที่ต้องไปเฝ้าชายแดน ออกช่วยเหลือประชาชนยามน้ำท่วม เข้าดับไฟป่า หรือปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ความมั่นคงซึ่งมีความเสี่ยงต่อชีวิตอยู่เสมอ

ในขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับค่าอาหารวันละ 1,000 บาท คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งขึ้นก็คือ เงินจำนวนดังกล่าวถูกใช้ไปอย่างไร และสะท้อนความเหมาะสมของโครงสร้างงบประมาณของรัฐมากน้อยเพียงใด

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากสงครามทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ในช่วงเวลาเช่นนี้ ภาคประชาชนจำนวนมากต้องรัดเข็มขัด ลดรายจ่าย และปรับตัวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

คำถามที่สังคมเริ่มตั้งขึ้นก็คือ ในเมื่อประชาชนจำนวนมากต้องประหยัดและรัดเข็มขัด เหตุใดนักการเมืองซึ่งเป็นผู้นำของประเทศจึงไม่แสดงตัวอย่างในการ “รัดเข็มขัด” บ้าง เพื่อสะท้อนความเข้าใจต่อสถานการณ์ของประเทศและความรู้สึกของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว ข้าพเจ้ามิได้ต้องการเพียงให้เกิดการโต้เถียงเรื่องตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่อยากชวนให้ลองมองอีกมุมหนึ่งว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลองปรับค่าอาหารของตนให้ใกล้เคียงกับทหารกองประจำการ คือวันละ 96 บาทบ้าง

อาจทำให้เห็นภาพความเหมาะสมของงบประมาณได้ชัดเจนขึ้น และเข้าใจว่าการดำรงชีวิตภายใต้ข้อจำกัดเช่นนี้เป็นอย่างไร  เงินส่วนต่างสามารถนำไปบริหารช่วยเหลือประชาชนในส่วนอื่นได้อีกมากหากช่วยกันประหยัดงบหรือช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการเสียสละงบส่วนนี้ก็จะดีไม่น้อย

บางทีการทดลองเช่นนี้ อาจทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเห็นสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ว่าข้าราชการระดับปฏิบัติการและทหารชั้นผู้น้อยต้องใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง บางครั้งก็ต้องรู้จักก้าวลงมาใช้ชีวิตร่วมกับคนรุ่นน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง

การได้ลอง “กินข้าวถาดเดียวกัน” อาจทำให้หลายคนเข้าใจมากขึ้นว่า ความพอดี ความเหมาะสม และความเป็นธรรมในระบบงบประมาณของรัฐนั้น ควรมีหน้าตาอย่างไร
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top