อภิสิทธิ์ แนะ 2 มาตรการลดภาระราคาน้ำมัน ยกเว้นภาษีสรรพสามิต-โรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

อภิสิทธิ์ แนะ 2 มาตรการลดภาระราคาน้ำมัน ยกเว้นภาษีสรรพสามิต-โรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.49 น.

“อภิสิทธิ์”​ ยื่น​ 2 ข้อเสนอ​“รัฐบาล”หาทางออกแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมัน​ ให้รัฐบาลงดเก็บภาษีสรรพสามิต​ -​ โรงกลั่นจ่ายสมทบเข้ากองทุนน้ำมัน​ 3 บาทต่อลิตร​ เชื่อยื้อสถานการณ์​พ้นสงกรานต์​ ติงสื่อสารประชาชนวงกรอบสิ้นสิ้นสุดตรึงราคาดีเซลทำเกิดโกลาหล

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​หัวหน้า​ พรร​คประชาธิ​ปัตย์​ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคถึงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมัน​ จากสถานการณ์​สู้รบในภูมิภาค​ตะวันออก​กลาง​ ว่า​ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ว่าการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ควรที่จะทำอย่างไร​ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับรัฐบาล​ แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการไปพิจารณาดำเนินการ​ ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธว่า​ ต้นทุนราคาน้ำมันได้รับผลกระทบจากสงครามเป็นสิ่งที่รัฐบาลนั้นควบคุมไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครสามารถที่จะตอบได้อย่างชัดเจน​ ว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร​ และสถานการณ์นั้นจะยืดเยื้อแค่ไหน


นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือเมื่อรัฐบาลตั้งเป้าในการที่จะลดภาระให้กับประชาชน​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรึงราคาน้ำมันดีเซล​ รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางที่ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคือทั้งประชาชน ผู้ค้า​ อุตสาหกรรม​ มีแนวทางที่จะสามารถปฏิบัติตนได้​ ไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา​ โดยปัญหาที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา​เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลมีการประกาศ​ตรึงราคาน้ำมัน​ และบอกว่ามาตรการนั้นสิ้นสุดภายในระยะเวลากี่วัน ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เติมน้ำมัน เมื่อใกล้เวลาก็จะมีความวิตกกังวลว่าน้ำมันกำลังจะแพงขึ้น​ จึงต้องเร่งเติม หรือใช้คำว่าเก็บหรือกับตุนน้ำมัน ขณะเดียวกันในแง่ของธุรกิจก็มีแรงจูงใจทันทีว่า ไม่ต้องรีบเอาของออกมาขาย​ เพราะรู้ว่าภายในระยะเวลาไม่นานนัก​ ก็จะมีการขึ้นราคา 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ จะเป็นการเก็บเกี่ยวบทเรียนที่สำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการ ที่จะต้องไม่ส่งสัญญาณทำให้เกิดภาวะ เกิดความโกลาหลหรือวุ่นวายในตลาด และอีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลจะต้องเก็บเกี่ยวไปทบทวน​ คือจากมาตรการ การตรึงราคาน้ำมัน​ ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันที่ประชาชนเติมหน้าปั๊ม​ กับน้ำมันที่ภาคอุตสาหกรรมเคยซื้ออยู่ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรม มาแย่งซื้อน้ำมัน จากประชาชนผู้ใช้​ รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหา

”สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้​ ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการนำเสนอ​ คือรัฐบาลได้แสดงความกังวลว่า​ การตรึงราคาน้ำมันในขณะนี้ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเป็นภาระกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ค่อนข้างมาก​ ตัวเลขของการอุดหนุนในแต่ละวัน​ต่อลิตร​ สูงแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และรัฐบาลก็แสดงความกังวลว่า​ เมื่อกองทุนน้ำมันติดลบก็จะต้องคิดถึงเรื่องของการกู้เงินเพิ่ม​ หรือในเรื่องที่จะค้ำประกัน​ พรรคประชาธิปัตย์อยากนำเสนอมาตรการที่คิดว่าเร่งด่วนที่สุด ขณะนี้​คนที่รับภาระจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดคือผู้ใช้​ นั่นคือประชาชน หรือพูดง่ายๆก็คือการตรึงราคาขณะนี้ เมื่อดึงเงินออกมาจากกองทุนน้ำมัน​ วันข้างหน้าการที่จะทำให้กองทุนน้ำมันกลับมาไม่เป็นหนี้​ ก็คือการที่ประชาชนก็จะต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าในวันที่ราคาเป็นขาลง“ นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่า​ในภาวะยากลำบากเช่นนี้มีอีก 2 ภาคส่วนที่ควรจะต้องมาช่วยกันแบ่งเบาภาระ​ ส่วนแรกคือรัฐบาลเอง ซึ่งปัจจุบันยังคงเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ลิตรละ 6 บาทโดยประมาณ โดยในอดีตที่ผ่านมา​ รัฐบาลเคยมีการยกเว้นภาษีสรรพสามิต เพื่อลดต้นทุนในเรื่องราคาน้ำมัน หากทำเช่นนี้​ ภาระที่จะดูแลราคาน้ำมันจะไม่ตกอยู่กับกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่รัฐบาลจะเข้ามาแบ่งเบาภาระด้วย ขณะที่ภาคเอกชน ค่าการกลั่นได้เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท​ มาเป็นประมาณ 6 บาท จริงอยู่ว่าค่าการกลั่นนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องของกำไรทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น และโรงกลั่นไม่ได้กำหนดตรงนี้​ เพราะเป็นส่วนต่างระหว่างราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงกับราคาสิงคโปร์ และราคาน้ำมันดิบ​ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา​ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้​ หลายๆประเทศก็จะมีการใช้มาตรการในการที่จะให้ภาคเอกชน​ ส่งเงินเข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน ซึ่งในช่วงอดีตที่ผ่านมา 2-3 ปีอย่างสหราชอาณาจักร​ อิตาลี​ สเปน​ ก็ทำหมด

”​ประชาธิปัตย์ก็เสนอว่า​ ในขณะนี้รัฐบาลควรจะให้ทางโรงกลั่นส่งเงิน 3 บาทต่อลิตรจากค่าการกลั่น เข้ามาเพื่อสมทบกองทุนน้ำมัน​ ซึ่งการทำเช่นนี้ปลายทางหมายความว่า​ เรามีภาคส่วน​ ทั้งรัฐ ธุรกิจ​เอกชน​ และประชาชนที่ล้วนแล้วแต่แบ่งเบาภาระกันไป​ ในการที่จะช่วยกันทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันมีเงินเพียงพอ​ ที่จะบริหารจัดการได้​ และไม่เป็นอันตรายต่อสถานะของกองทุนในอนาคต​ ซึ่งเรามั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดการทำเช่นนี้สถานการณ์ก็น่าจะดูแลกันไปได้จนถึงประมาณเลยช่วงสงกรานต์ไป​ ซึ่งขณะนั้นก็คงมีการ เปลี่ยนแปลงของสถานการณ์อีก ดังนั้นพรรคฯเรียกร้องว่า​ รัฐบาลควรฉายภาพให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างของราคาน้ำมันเป็นอย่างไร และในวันนี้​ ไม่เพียงแต่จะต้องพยายามบริหารจัดการอาศัยกองทุนน้ำมันอย่างเดียว​ ซึ่งเป็นภาระของประชาชน​ หากไม่ใช่วันนี้จะเป็นวันข้างหน้า​ แต่หากเป็น 3 ฝ่ายเข้ามาช่วยกันดูแล​ จะทำให้การบริหารจัดการเหล่านี้ง่ายขึ้น รวมทั้งเอาปัญหา​ 2 ปัญหาข้างต้น ซึ่งสร้างความผันผวนให้ตลาด​ และส่วนต่างราคาน้ำมัน​ ก็ควรจะเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดการ​ จึงเป็นข้อเสนอในเบื้องต้น​”นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์​ กล่าวต่อว่า อยากให้รัฐบาล​ เตรียมล่วงหน้าสำหรับเรื่องเม็ดพลาสติก และปุ๋ย ซึ่งจะระทบกระเทือนกับภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต่อไป

เมื่อถามว่าจะมีการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลโดยตรงหรือไม่เพื่อเป็นการสื่อสาร​ นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า​  โดยข้อเท็จจริงแล้ว​ กำลังรอดูอยู่ว่าหลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร​ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 19 มี.ค. ประธานสภาผู้แทนราษฎร​จะเรียกประชุมสภาฯตามปกติหรือไม่ ซึ่งหากมีการ เรียกประชุม พรรคฯก็สามารถใช้กลไกของสภา​ฯ​ เปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองอื่นๆและเพื่อน สส. ช่วยกันนำเสนอต่อรัฐบาลในแง่มุมของปัญหาต่างๆได้หลากหลายมากขึ้น​ จึงอยากให้ใช้กลไกทางสภาฯให้เป็นประโยชน์​ 

เมื่อถามว่าการให้ธุรกิจโรงกลั่นช่วยจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันจะมีความยากง่ายอย่างไร​ เพราะบางแห่งมีนักการเมืองถือหุ้นอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า ว่า​ จริงๆโดยหลักที่ตนพูดมีลักษณะของภาษีลาภลอย​ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น​ เพียงแต่อาจจะมีความยุ่งยากในขั้นตอนต่างๆ หากจำได้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วเคยเกิดสถานการณ์แบบนี้​ และตอนนั้นรัฐบาลก็มีการเรียกผู้ประกอบการเข้าไป​ และตกลงว่าจะแบ่งเบาภาระด้วยการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติม​ ก็สามารถทำได้​ เพียงแต่ทำในระยะเวลาสั้นๆ และตนไม่เห็นเหตุผลเลยว่า เมื่อเคยทำได้แล้วจะไม่สามารถทำได้อีก ซึ่งตัวเลขต่างๆก็ปรากฏชัดเจนอยู่แล้วว่าความเหมาะสมน่าจะเป็นอย่างไร
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top