วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 18 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมติดตามบทวิเคราะห์สื่อระดับโลกหลายสำนัก ที่มองสงคราม สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล vs อิหร่าน เป็น “สงครามที่ไร้ยุทธศาสตร์” หรือไร้ทิศทางว่า ศึกคราวนี้จะจบลงอย่างไร มาไล่วิเคราะห์เป็นข้อๆ กันครับ
1. ในยุคความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในการเมืองการต่างประเทศร่วมสมัย ไม่ควรที่จะมีผู้นำของรัฐใดรัฐหนึ่ง จะประทานความตายผู้นำอีกชาติหนึ่ง ด้วยการโจมตีด้วยอาวุธหนัก ดังเช่นผู้นำสหรัฐประกาศด้วยความหน้าชื่นตาบานว่า ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตแล้ว
2. เมื่อผลลัพธ์ความตายของผู้นำอิหร่านลงเอยแบบนี้ ทำให้อิหร่านไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ ให้สำเร็จเหมือนเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของระบอบการปกครองของอิหร่าน , กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป ไม่มีใครมาคุกคาม โดยเฉพาะอิสราเอล
3. ผู้นำสหรัฐ เชื่อมั่นตนเองมากเกินไป และประเมินขีดความสามารถทางการรบของอิหร่านต่ำเกินไป เห็นได้ชัดการปฏิเสธข้อเสนอของ นายโจเซฟ เคนต์ (Joseph Kent) ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอดีตทหารเก่า ได้ทักท้วงให้ทรัมป์หาทางยุติสงคราม
4. เพราะ หลังจากนี้ขบวนการก่อการร้ายต่างๆ ที่อิหร่านให้ทุนอุปถัมภ์ จะกลายเป็น นักรบนิรนาม หรือ การก่อเหตุตามลำพังในแบบฉบับของพวก lone wolf จะระบาดและกระจายไปยังแหล่งผลประโยชน์ของสหรัฐ-อิสราเอล (ไทยเองก็ต้องกวดขัด สอดส่องพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอย่าง เกาะสมุย, อ.ปาย, ภูเก็ต ที่มีคนยิวอยู่อาศัยเป็นชุมชน) โลกจะไม่ปกติอีกต่อไป
5. การที่อิหร่านเล่นเกมบีบในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือขนส่งสินค้า-น้ำมัน กระทบไปทั่วโลก ราคาน้ำมันถีบตัวสูง ถือเป็นการบีบสหรัฐไปในตัว เพราะตลาดในสหรัฐ ตลอดจนคะแนนสำรวจความนิยมของพรรครีพับลิกันจะดำดิ่ง หากยังดื้อดึงเดินหน้าจะพิชิตให้อิหร่านอย่างเด็ดขาด เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน หรือเป็นปีๆ
6. สหรัฐ ไม่คิดว่าอิหร่านตั้งรับและตอบโต้สร้างความเสียหายให้กองทัพสหรัฐ-อิสราเอล ตลอดจนชาติอาหรับที่สหรัฐมีฐานทัพ สถานทูต โรงกลั่นน้ำมัน-ถังเก็บน้ำมัน อย่างหนัก ขนาดระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ที่สหรัฐภูมิใจนักหนา ถูกถล่มย่อยยับ จนถึงขั้นขอยืม THAAD จากเกาหลีใต้ มาติดตั้งเพื่อคุ้มครองอิสราเอล ชี้ให้เห็นว่า ระบบการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ การดักจรวด, โดรนพิฆาต ไม่สามารถ intercept (สกัดกั้น) ได้ 100%
7. การรบระยะยาวจะเข้าทางอิหร่าน สหรัฐจำเป็นต้องส่งกองกำลังทางพื้นราบพวกนาวิกโยธิน เข้าชายแดนอิหร่าน ซึ่งไม่ง่าย นั่นเข้าสู่ ”เขตสังหาร“ อย่างสมบูรณ์ การสูญเสียย่อมตามมา งบประมาณการสู้รบ ค่าใช้จ่ายกำลังพลจะมหาศาลเพียงใด อิหร่านถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมาหลายสิบปี ชี้ให้เห็นจิตวิญญาณความอึดความอดทนของชาวเปอร์เซีย และเชื่อว่าอิหร่านยังมีอาวุธเด็ดที่ยังปล่อยออกมาไม่หมด
8. ไม่ต้องแปลกใจหากหลายๆประเทศเลือกจะนิ่งเฉย ไม่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐ ตามที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดพ้อ และลำเลิกบุญคุณ ใช่ครับ ชาติใดก็ตามที่ตัดสินใจเดินหน้าสนับสนุนสหรัฐ-อิสราเอล เต็มตัวเมื่อไหร่ จะกลายเป็นเป้า “หมายหัว” หรือ บัญชีดำ ของกลุ่มก่อการร้ายทันที ดังเช่น สเปน เคยถูกวางระเบิดสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์มากมายในสถานีรถไฟกลางกรุงมาดริดมาแล้ว ที่สำคัญอำนาจการยิงขีปนาวุธของอิหร่าน มีขีดความสามารถรัศมีการยิงที่ไกลอย่างคาดไม่ถึง ดังเช่นอาเซอร์ไบจาน ถูกถล่มมาแล้ว ดังนั้นทุกชาติเลือกที่จะนิ่งเฉย
9. ความชอบธรรมตีบตัน?! เพราะการกำหนดชื่อ ยุทธการ Operation Epic Fury หรือ “ปฏิบัติการแห่งความเดือดดาลสุดขีด” รึเปล่า ทำให้การยิงจรวดขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ไปยังโรงเรียนสตรีอิหร่าน จนทำให้นักเรียนหญิงเสียชีวิตทันที 168 รายเน้นผลลัพธ์กะว่าให้อิหร่านพินาศราบพนาสูญ โดยไม่สนใสใสใสใสอินังขังขอบใดๆ สะท้อนให้เห็นระบบข่าวกรองของสหรัฐ-อิสราเอล ล้มเหลว หรือ เป็นเจตนา?! แต่สังคมโลกวิจารณ์ว่า นี่คือ calamitous mistake (ความผิดพลาดที่ยากจะบรรยายได้) แถมปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ จากสหรัฐ
ครับ ทรัมป์ยังมีทางลง และประกาศชัยชนะ โดยอ้างว่าได้ทำลายให้กองทัพอิหร่านอ่อนแอลง และโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย และยุติสงคราม น่าจะทำให้โลกใบนี้หายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้นนะครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี