มติพท.ดันอนุทิน/รบ.ปึ้ก292เสียง สภาโหวตนายกฯ รทสช.โผล่ร่วมจับมือ ปชป.ของดออกเสียง

มติพท.ดันอนุทิน/รบ.ปึ้ก292เสียง สภาโหวตนายกฯ รทสช.โผล่ร่วมจับมือ ปชป.ของดออกเสียง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มติพท.ดันอนุทิน/รบ.ปึ้ก292เสียง
สภาโหวตนายกฯ
รทสช.โผล่ร่วมจับมือ
ปชป.ของดออกเสียง
ระทึกศาลรธน.6ต่อ3
รับคำร้องปมบาร์โค้ด

จับตา 19 มีนาคม สภานัดโหวตตั้งนายกฯขณะที่เสียงหนุน“อนุทิน”ทะลุ292เสียง หลัง2สส.รทสช.โผล่เกาะขบวนร่วมรัฐบาลในนาทีสุดท้าย ด้านโผ“ครม.อนุทิน2”แบ่งเค้กลงตัว ขยับ“ทรงศักดิ์”ขึ้นรองนายกฯส่วน“ก๊วนลูกเทพ”ผงาดพรึ่บตามคาด สุดระทึกศาลรธน.มติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด สั่งผู้เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน 15 วัน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมประจำสัปดาห์ โดยหนึ่งในวาระการประชุมที่น่าจับตาคือ ศาลจะมีการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งความเห็นและคำร้องของประชาชนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีการจัดการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85หรือไม่ จากคำร้องดังกล่าวมีประชาชนยื่นเรื่องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเนื่องจากเห็นว่ากรณีการจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าเลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไว้พิจารณา โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อศาลใน 15 วัน


‘อรรถวิชช์’รายงานตัวสส.ร่วมรบ.‘หนู’

ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เข้ารายงานตัวเป็นสส.ต่อ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังจากเมื่อ 17 มี.ค.ที่ผ่านมาราชกิจจานุเบกษาประกาศเลื่อนลำดับให้เป็นสส.แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจากตำแหน่งสส.ทั้งนี้ ภายหลังการรายงานตัวนายอรรรถวิชช์ ให้สัมภาษณ์ว่า สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง พร้อมลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการขอเสียงสนับสนุนให้ร่วมผลักดัน ร่างกฎหมายสำคัญของพรรค จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการรใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่างกฎหมายเสรีโซลาร์ และร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร ซึ่งจากการพูดคุยเมื่อวันก่อนมีทิศทางและการตอบรับที่ดี แต่ในรายละเอียดต่อไปทั้งในส่วนของการสนับสนุนร่างกฎหมายหรือเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ตนขอรอความชัดเจนและเตรียมแถลงวันที่ 19 มี.ค. เวลา 08.30 น. ตนไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากการวางเป้าหมายผลักดันร่างกฎหมายของพรรคให้สำเร็จ

เตรียมแถลงข่าวที่สภา19มีนาคม

รายงานข่าวจากพรรค ภท.แจ้งว่า วันที่ 19 มี.ค.นี้ น.ส.แนนบุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภท.เตรียมแถลงเปิดตัวร่วมรัฐบาลกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่รัฐสภา ในเวลา 08.30 น. นำโดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครทสช.ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครทสช.ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้ นายอรรถวิชช์ เข้ามาเป็น สส.แทน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การร่วมรัฐบาล ก่อนหน้านี้ นายพีระพันธุ์พูดชัดเจนว่าจะไม่โหวต นายอนุทิน เป็นนายกฯ แต่เริ่มมีความชัดเจนเมื่อนายอรรถวิชช์ได้เข้ารายงานตัวสส.ต่อสภาฯพร้อมประกาศว่า 2 เสียงพรรครทสช.พร้อมโหวตนายอนุทิน เป็นนายกฯจึงมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าร่วมรัฐบาล นายอนุทิน

เบื้องต้นมีเสียงสส.หนุน292เสียง

ส่งผลให้ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ประสงค์จะลงมติให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯรวมแล้วทั้งสิ้น 293 เสียง แต่เนื่องจาก จ.สุพรรณบุรี เขต 2 กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองสส.ทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือ 292 เสียง ประกอบด้วย ภท. 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง ประกอบร่างกับพรรคเล็ก ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคไทยสร้างไทย  พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง

‘ทรงศักดิ์‘รองนายกฯคุม‘น้ำ-ยาเสพติด’

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) “อนุทิน 2” เริ่มลงตัวแล้ว ซึ่งบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อล่าสุด พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เริ่มกระบวนการจัดส่งประวัติเพื่อเข้ารับการตรวจสอบใน 18 หน่วยงาน ทั้งนี้ มีรายชื่อกว่า 40 รายชื่อ รวมกับชื่อสำรอง หากมีบุคคลใดขาดคุณสมบัติ โดยในสัดส่วนของพรรค ภท.รายชื่อสะเด็ดน้ำแล้ว ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยมี รมช. 3 คน คือ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ส่วนนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มีรายชื่อก่อนหน้านี้ จะขยับไปนั่ง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลแก้ปัญหาน้ำทั่วประเทศ ปัญหายาเสพติด หลังจากที่นั่งเป็น มท.2 มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไล่มาจนถึงรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และต่อเนื่องถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นางศุภมาส อิศรภักดี สส.บัญชีรายชื่อ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค และนางสุขสมรวย
วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ

‘อดุลย์’นั่งกห.-‘รุทธพล’คุมยุติธรรม

ขณะที่กระทรวงกลาโหม ชัดเจนแล้วว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะขยับจากรัฐมนตรีช่วย ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ส่วนความชัดเจนของกระทรวงยุติธรรม ยังเป็นคนเดิม คือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขณะที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีรัฐมนตรีช่วย ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา ด้านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีนายไชยนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็นรัฐมนตรีช่วยฯกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน กระทรวงวัฒนธรรม มีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็น รมว.วัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรมว.สาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม มี นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็น รมว.อุตสาหกรรม

‘สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี’ยังนั่งที่เดิม

ขณะที่โควตาเทคโนแครตของ นายอนุทิน ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ โดยจะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฯ เพราะต้องการให้ทำงานเต็มที่และไม่มีการเมืองแทรกและนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี 

ส่วนโควตาพรรคร่วมรัฐบาลได้รับการจัดสรร 5 กระทรวง 9 ตำแหน่ง โดยมีรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่งควบรองนายกฯและรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่งและนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่2 ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ 1 ตำแหน่ง จับตาพรุ่งนี้ 292 เสียง 16 พรรค โหวต อนุทิน นายกฯ

จับตา19มี.ค.สภานัดโหวตนายกฯใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น.วันที่ 19 มีนาคม 2569 จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ที่ระบุในวรรคท้ายว่าผู้ที่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ
จํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 499 คน มากกว่ากึ่งหนึ่งคือต้องมีเสียง 250 คน ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยได้รวบรวมเสียง สส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่จะยกมือสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯได้แล้ว 292 เสียง โดยประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรค เพื่อชาติไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่, พรรคประชาธิปไตยใหม่,พรรคทางเลือกใหม่, พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง รวม 292 เสียง

พท.มติเอกฉันท์หนุนอนุทินนายกฯ

เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมนี้ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในปัจจุบันด้วย นายจุลพันธ์ แถลงหลังประชุมว่า การประชุมสส.เพื่อไทยวันนี้ เป็นวาระการเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับตำแหน่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจากความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมรัฐบาล พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นมติที่สมาชิกได้มีร่วมกันและวันที่ 19 มีนาคมนี้ มีการนัดหมายก่อนประชุมราว 09.00 น.เพื่อจะไปประชุมร่วมกันและเตรียมพร้อมสู่การลงมติ

เรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีไว้คุยลำดับต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้มีการคุยเรื่องการส่งชื่อว่าที่รัฐมนตรีไปอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไปทีละขั้นตอน เมื่อลงมติเลือกนายกฯเสร็จแล้วคงได้พูดคุยกับท่านนายกฯเพื่อหารือนัดหมายในเรื่องการพิจารณาเรื่องการจัดสรรและการทำงานร่วมกันต่อไป ถามอีกว่า ภายในเพื่อไทยมีการพูดคุยกันหรือยัง นายจุลพันธ์กล่าวว่า มีการพูดคุยอยู่ตลอด เป็นเรื่องปกติ แต่การตัดสินใจยังไม่ได้ดำเนินการ อยู่ที่องค์คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายไป ถามย้ำว่า ใกล้ลงตัวหรือยังนายจุลพันธ์กล่าวว่า ใกล้นานแล้ว

ปชป.มีมติงดออกเสียงโหวตนายกฯ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมสส.เพื่อพิจารณาในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น. โดยมี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และประธานสส.พรรคประชาธิปัตย์เป็น(ปชป.) ประธาน โดยมีสส. 20 คนเข้าร่วมประชุม ขาดเพียง นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ ลาการประชุมไปพบแพทย์ 

จากนั้นเวลา 15.30 น. นายสาทิตย์ แถลงว่าพรรคประชาธิปัตย์มีมติงดออกเสียงในการโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะจากที่ผ่านมาพรรคจะลงมติงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ และหากที่ประชุม ให้สมาชิกอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีพรรคมีมติให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.เป็นผู้อภิปรายและชี้แจงเหตุผลรายละเอียดว่า เหตุใดพรรค ปชป.จึงงดออกเสียง

จับตาปชป.งดโหวตปชน.หรือไม่

เมื่อถามว่า เป็นเพราะมีการส่งแข่งพรรคจึงได้มีมติงดออกเสียง หากมีเพียงคนเดียวก็สามารถที่จะลงมติถึงได้งดออกเสียง หากมีเพียงคนเดียวก็สามารถลงมติ เห็นด้วยหรือเห็นด้วยได้ นายสาทิตย์กล่าวว่า เป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเราได้พิจารณาคุณสมบัติของทั้งสองคนที่จะลงแข่งขันเป็นนายกฯ แต่เห็นว่า การงดออกเสียงจำเป็นและสำคัญส่วนเหตุผลและรายละเอียด นายอภิสิทธิ์ จะเป็นผู้ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้องจับตาดูว่า ในการโหวตวันที่ 19 มีนาคม พรรค ปชป.จะงดออกเสียงในการโหวตให้กับ นายณัฐพงษ์ ถ้าพรรคปชน.จะเสนอชื่อแข่งด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้าที่พรรคปชป.เคยงดออกเสียงตอนโหวต นายพริษฐ์ เวชชาชีวะ ชิงประธานสภามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าพรรคปชน.ไม่เคยขอความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

‘บวรศักดิ์’ชี้บาร์โค้ดยังเป็นความลับ

ด้าน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะนายบวรศักดิ์กล่าวว่า ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และอยู่ที่การนำสืบของ กกต. เมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรการมีคิวอาร์โค้ดจะทำให้ไม่เป็นความลับหรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า“ผมเห็นว่ายังเป็นความลับอยู่ และหลายประเทศเขาก็ใช้ และไม่มีประเทศไหน วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับศาล และขึ้นอยู่กับการนำสืบของกกต.ทางกกต.ก็ควรจะไปนำผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตให้ศาลดูว่ามันเข้าถึงไม่ได้ง่ายหรอก เคยมีคนลองทำแล้วก็สำเร็จไหมล่ะ”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top