20 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครคือ ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน
เมื่อวานนี้(วันที่ 19 มีนาคม 2569) มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี และที่ประชุมได้ลงมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง ระหว่างที่มีการพิจารณาคุณสมบัติ ได้มีการอภิปรายถึงความเหมาะสม ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน จนมีการประท้วงกันไปมาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติการอภิปราย เรื่องคุณสมบัติของผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ในที่สุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอว่า หลังจากลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะเปิดโอกาสให้มีการอภิปราย ญัตติที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลน หรือแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จนถึงช่วงสุดท้ายของวาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ยังมีการเสนอจากสมาชิกของพรรคประชาชน ที่ต้องการให้มีการอภิปรายหลังจากวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีจบแล้ว แต่เมื่อได้ประกาศผลคะแนนของผู้เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือนายอนุทิน ชาญวีรกูลแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ปิดประชุมทันที
จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าไม่รักษาคำพูด ชิงปิดประชุมสภา หนีการเสนอญัตติ หรือการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันแพง และน้ำมันขาดแคลน
ในฐานะที่ผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน ผมเห็นว่าถ้าหากประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายญัตติที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติน้ำมัน จะได้ประโยชน์ในหลายประการ เช่น
1.จะทำให้ประชาชนเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาวิกฤติ หรือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสถานที่หาทางออก แก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพหลัก ในการนำปัญหาไปแก้ไข
2.จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ได้นำความเห็นหรือความเดือดร้อนของประชาชน มาบอกกล่าวถึงรัฐบาล ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ว่า ประชาชนในต่างจังหวัดเดือดร้อนอย่างไร และปัญหาน้ำมันแพงน้ำมันขาดแคลน ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด มากกว่าในกรุงเทพด้วยซ้ำไป
3.จะทำให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลใจกว้าง ไม่ใช่มุ่งเอาแต่ประโยชน์ของรัฐบาล ที่รีบเร่งจะให้มีนายกรัฐมนตรี โดยเปิดสภาโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ ก็ปิดสภาหนี ถ้าหากมีญัตติที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนเข้ามาพิจารณาพ่วงด้วย จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่า สภาเห็นความสำคัญความเดือดร้อนของประชาชนด้วย
4.รัฐบาลจะได้รวบรวมปัญหา ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำเสนอ และสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ รวมไปถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน น้ำมันแพงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งรัฐบาลกำลังระดมความคิดในการแก้ปัญหา ถ้าได้ระดมความคิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติผู้แทนของประชาชนด้วย
จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรรีบปิดประชุมเสียก่อน ไม่เปิดโอกาสให้ตัวแทนของประชาชน ได้แสดงความคิดเห็น อย่างน้อยจะได้เคลียร์ปัญหาว่า เรื่องใครอยู่เบื้องหลังน้ำมันขาดแคลน หรือน้ำมันแพง หรือไอ้โม่งคนไหน หรือมีไอ้โม่งหรือไม่ เพราะมีการถกเถียงกันว่า ใครคือไอ้โม่ง
เมื่อรองนายกรัฐมนตรีออกมากล่าวหาและจะตรวจสอบน้ำมันหายไปไหน ไอ้โม่งคนไหนที่กักตุนน้ำมัน ในขณะที่นายกรัฐมนตรี กลับบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง ส่วนไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน น้ำมันที่ถูกกักตุนคือประชาชนกักตุนไว้ใช้เอง
ซึ่งจะได้ซักไซ้ไล่เลียงและจะได้นำข้อมูลมายันกันว่า ไอ้โม่งมีจริงหรือไม่ หรือว่าใครคือไอ้โม่ง สังคมก็จะได้คำตอบ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี