กรมธุรกิจพลังงาน ยัน! น้ำมันสำรองไทยมีใช้ยาว 104 วัน

กรมธุรกิจพลังงาน ยัน! น้ำมันสำรองไทยมีใช้ยาว 104 วัน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.19 น.

กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันน้ำมันสำรองปัจจุบันใช้ได้ถึง 104 วัน​ บอกข้อมูล​ 18 มี.ค.​69 ปริมาณการใช้ดีเซล-​เบนซิน​ เริ่มลดลง​ ชี้กรณี​ 4 ปั๊มสงขลาไร้น้ำมันจำหน่าย​ รอพลังงานจังหวัดตรวจสอบ

20 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ​ว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ำมันสำรองภายในประเทศ วันที่ 20 มี.ค.อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร​ หรือคิดประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันระหว่างทาง​รวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า​ ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร​ หรือ​คิดเป็นประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน


นายวุฒิทัต กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน​ในนกลุ่มน้ำมันเบนซิน​ และดีเซลในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา​ อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก​ ซึ่งข้อมูล​ ณ​ วันที่ 18 มี.ค.พบว่ายอดการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเริ่มลดลง อยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันเบนซิน ลดลงอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เมื่อวันที่  19 มี.ค. นายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน​ที่ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดกระจายน้ำมัน​หลักสู่สถานีบริการกว่า 200 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านพลังงานให้กับประชาชน จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุน และคลังยังคงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง​ ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน​ ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ​ 20% เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอขวด​ แต่ยอมรับว่า มีระยะเวลาการรอรับน้ำมันนานขึ้น ตามปริมาณความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

นายวุฒิทัต กล่าวว่า ทั้งนี้ ยังได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันที่ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี พบว่า​ ในสถานีบริการเปิดให้บริการตามปกติ​ แต่มีบางช่วงที่น้ำมันดีเซลขาดชั่วคราว​ เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น​ และการขนส่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามรอบ​ ทั้งนี้ รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน​ เร่งหาแนวทางแก้ไขโดยเฉพาะการตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งอื่นๆ ​อย่างต่อเนื่อง​ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า น้ำมันยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน​

นายวุฒิทัต กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจพลังงานได้ขอความร่วมมือสำนักงานพลังงานจังหวัด​ ทั้ง 76 จังหวัด​ ให้ดำเนินการประสาน​ผู้ว่าราชการจังหวัด​ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด​ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ​เข้าตรวจสอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง​ และสถานที่​ที่มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง​ ได้แก่สถานีบริการน้ำมัน​ ผู้ประกอบการ​รถขนส่ง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ได้มีการผ่อนผันเวลาการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับ ผ่อนผ่านการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้สามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง​ เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่ง เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน​และภาคธุรกิจ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ได้สั่งการให้สำนักเทศกิจ​ประสานกับตำรวจจราจร รวมถึงกระทรวงคมนาคม​ ทำหนังสือถึงกรมทางหลวง​ กรมทางหลวงชนบท​ และกรมการขนส่ง​ อำนวยความสะดวกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายวุฒิทัต กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงพลังงานได้ยกร่างประกาศกระทรวงพลังงาน​ เรื่องการแสดงราคาและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง​คงเหลือหน้าโรงกลั่นน้ำมันและหน้าคลังน้ำมัน​ พ.ศ.2569 เพื่อบังคับผู้ค้าน้ำมัน​ ตามมาตรา 7 ให้แสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไว้ที่หน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง​พร้อมให้รายงาน​ข้อมูลราคาจำหน่าย​ และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งจะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาภายในวันเดียวกันนี้

"กรมธุรกิจพลังงาน​ ขอยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นไปตามปกติ​ โดยกรมธุรกิจพลังงาน​ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์​และกระทรวงมหาดไทย​ ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง​ เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอความร่วมมือช่วยการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ" นายวุฒิทัต กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ ลงพื้นที่ตรวจตรวจบริษัทน้ำมันที่ จ.อ่างทอง หลังจากที่ได้รับร้องเรียน พบมีการสต๊อก 3.3 แสนลิตร และขายเกินราคา นายวุฒิทัต​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวชื่อว่า​ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด​ จากการตรวจสอบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร​ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95​ จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91​ จำนวน​ 73,000 ลิตร​ รวมเป็น 3.3 แสนลิตร​

โดยจากการตรวจสอบเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 คือ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อย มีการขนส่งหลายทอด​ ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งหลายเที่ยว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ที่ต้องมีใบกำกับการขนส่ง ว่า รับมาจากที่ไหน วันไหน ปริมาณเท่าใด และปลายทางไปส่งยังที่ใด รวมถึงต้องเก็บเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 56 ในข้อมูลเชิงลึก ขอไปตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่ในเบื้องต้นในด้านความปลอดภัย สถานที่เก็บน้ำมันแห่งนี้มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 หรือไม่

เมื่อถามว่า จะมีการขยายการตรวจสอบบริษัทอื่นอีกหรือไม่ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวจะต้องดูว่าจะมีการขนส่งมาจากที่ใด ก็จะย้อนไปดูก่อนหน้านั้นด้วย

เมื่อถามถึง กรณีที่​ 4 ปั๊มน้ำมันจะภาคใต้ ออกมา​ระบุว่าจะได้รับโควตาน้ำมันอีกครั้งในวันที่​ 1 เม.ย.ได้เข้าไปติดตามแล้วหรือไม่​ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ จากที่ นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.ออกมาระบุว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานจะประสานกับพลังงานจังหวัดให้ลงไปดูในพื้นที่ต่อไป ถึงข้อเท็จจริง เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าตั้งแต่มีการนำเสนอข่าวออกมายังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือตรวจสอบแล้วไม่เจอ ใช่หรือไม่ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ ยืนยันว่า ได้แจ้งทางพลังงานจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top