วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
สู้รบยังรุนแรง
จี้คนไทยอพยพ
ออกพื้นที่เสี่ยง
กลับสู่มาตุภูมิ
กต.เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง ขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ประสานอิสราเอลนำร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิต กลับประเทศ ส่วนกระทรวงแรงงานรุดเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตประสานเรื่องเงินชดเชย-สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ พร้อมกำชับให้แรงงานไทยขอให้อยู่ในเขตปลอดภัย
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทย ว่าสถานการณ์ในภูมิภาคดังกล่าวยังมีความรุนแรงขยายวงกว้าง เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้คนไทย พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่
นายปาณิดล กล่าวต่อว่า ส่วนแรงงานคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง มีแรงงานเสียชีวิต 1 ราย จากเหตุระเบิดที่ประเทศอิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอล อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามขั้นตอนการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็ว ขณะที่กรมการกงสุล โดยสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดนครราชสีมา จะลงพื้นที่เยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน จะติดตามเรื่องเงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอล อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และสะท้อนความต้องการต่างๆ โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีกำลังใจที่ดี พร้อมขอให้ติดตามประกาศด้านความปลอดภัยจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานการอพยพคนไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดาอับบาส ประเทศอิหร่าน และนักศึกษาจากเมืองกุม 6 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เดินทางบกข้ามไปตุรกี เพื่อเดินทางต่อไป
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทย เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือมยุรีนารี โดยการให้กองทัพเรืออิหร่าน สนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว ตลอดจนการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่าน รับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังย้ำท่าทีไทย ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตให้ยุติการโจมตีโดยเร็ว
สำหรับกรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คน ในพื้นที่ ซึ่งทุกคนปลอดภัยมีกำลังใจดี ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,209 คน
อีกด้านหนึ่ง นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการดูแลสิทธิประโยชน์แรงงานไทยที่เสียชีวิต ว่าแรงงานรายนี้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางอิสราเอล จะทำการชันสูตรศพและส่งร่างผู้เสียชีวิตให้กับครอบครัวต่อไป ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจ
นายสันติ กล่าวอีกว่า สำหรับสิทธิประโยชน์กรณีสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เสียชีวิตในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรม มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ 40,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ 71,459.14 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากทางอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ ค่าใช้จ่ายในการฝังศพ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี รวมทั้งเงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี