วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายกฯทุบโต๊ะงัดยาแรงแก้วิกฤต
ห้ามน้ำมันหมดปั๊ม
สั่งดูดในสต๊อกออกมาใช้
จี้โรงกลั่นให้เร่งผลิตเพิ่ม
เชื่อเดือนเม.ย.เข้าสู่ปกติ
จับดีเซลเถื่อนส่งเมียนมา
“พิพัฒน์” ถกศบก. ขานรับบัญชานายกฯ ดูดน้ำมันสำรองมาใช้ ล้อมคอกห้ามปั๊มแห้ง ห้ามกักตุน ทั้งกล่อมโรงกลั่นผลิตเพิ่ม ด้านปลัดพลังงาน โวน้ำมันไทยถูกที่สุดในอาเซียน ทั้งตรึงราคาดีเซล-เบนซินอยู่หมัด ขณะที่ตำรวจแม่สอดจับดีเซล 2 หมื่นลิตร ซุ่มส่งไปเมียนมา ส่วนที่อ่างทองดำเนินคดีคลังน้ำมันกักตุน 3.3 แสนลิตร
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. เป็นประธานการประชุมโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยนายพิพัฒน์ แจ้งที่ประชุมว่าจากการประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1. การผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. การผ่อนผัน การเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น 3. การเข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4 / 2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
ห้ามปั้มนำมันแห้ง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาใช้บริการแก่ประชาชน และสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้ชี้ขาดสถานการณ์ให้กับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้
“พิพัฒน์”ถกผู้ค้าน้ำมัน
ต่อมาเวลา เมื่อเวลา 14.50 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม แถลงยอมรับว่ามีความโกลาหนในการไปเติมน้ำมัน เพราะมีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานีบริการ จากอดีตที่เคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ และก็ผู้ใช้ต่างๆ ประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงระยะนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณซัก 82 - 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับคนใช้หรือผู้ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายกฯ ได้มีการลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการ หรือให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่นในวันที่ 31 มี.ค. เพิ่มขึ้นอีก 0.5 % แล้วในวันที่ 30 เม.ย. เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ถ้ารวมกับทั้งหมดก็จะมีการน้ำมันสำรองถึง 3% เราก็จะขอชะลอออกไป ให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้น
ต้องปล่อยน้ำมันให้มากสุด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันว่า จะทำอย่างไรในการที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการว่า ภายในสัปดาห์ จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ได้หารือกันก็รับทราบ และก็จะพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งจากการหารือก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท โดยทางโรงกลั่นก็พยายามที่จะให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่นก็อาจจะกันเกินกว่า 100% และพยามที่จะปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา7 เพื่อให้ไปบรรเทาให้กับผู้ใช้ได้ใช้อย่างเพียงพอ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้สุดสัปดาห์นี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัทบาง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูตร B 20 ให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) ซึ่งจุดจ่ายในพื้นที่ภาคใต้คือ จ. สงขลาและสุราษฎร์ธานี พื้นที่ภาคกลางคือ จ. พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และชลบุรี ทั้งนี้นายกฯ ได้อนุโลม ให้สมาคมประมงได้ใช้น้ำมัน B 20 ไปพลางก่อน
กำชับห้ามไอ้โม่งกักตุน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบมีไอ้โม่งกลุ่มไหน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอตรวจสถานีบริการทุกสถานี และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และจ็อบเบอร์ว่า มีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทองนั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 หมื่นลิตร ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป
“ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้ ว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อตรวจสอบต่อไป“ นายพิพัฒน์ กล่าว
ปลัดพลังงานแถลงข่าว
ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงว่า สิ่งที่ภาครัฐทำ คือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส เพื่อที่จะไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ ในระดับหนึ่งหากไม่มีนำไปใช้ผิดประเภท หรือ กักตุน ก็จะเกิดการกระจายน้ำมันได้ทั่วถึง
ส่วนนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลง ว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การผลิตจากทั้ง 6 โรงกลั่น ณ วันนี้ ผลิตนํ้ามันดีเซลได้ทั้งหมด 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน บางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงต้องมีการดึงสต็อกเก่ามาใช้
ขณะเดียวกัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลมารายงานทุกวันในเวลา 18.00 น.นั้น ยํ้าว่าหากผู้ค้าไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขนํ้ามันสำรอง จากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตะหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นต้องดูไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องห่วง ถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน
มั่นใจปั้มน้ำมันไม่แห้ง
เมื่อถามว่าหากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอให้การบริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีปริมาณการใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และกระจายไปยังพื้นที่ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็มีการผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น
ส่วนที่บอกโควตาหมด และต้องรอน้ำมันใหม่ 1 เมษายน มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากที่กันจากที่ได้สอบถามผู้ค้า หรือบางจาก ที่บอกว่าน้ำมันรอบต่อไปจะมาช่วงต้นเดือนเมษายน ณ เวลานี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันต่อวันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควต้าน้ำมันในเดือนนั้นของผู้ประกอบการเต็ม ประกอบกับช่วงนั้นยังไม่ได้มีการผ่อนคลาย ตัวสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการผ่อนคลายแล้วและทางบางจากก็สามารถที่จะนำน้ำมัน ส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่ระบุว่ารอบต่อไปเป็นเมษายน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ภาครัฐจะต้องติดตามดูว่า จริงแล้วเกินเหตุการณ์แบบนี้โดยที่สถานีบริการเหล่านั้น บอกไว้หรือไม่
ยันตรึงดีเซลเบนซินอยู่หมัด
ก่อนหน้านี้เวลา 11.00 น.นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศกลุ่มอาเซียน กระทรวงพลังงานได้ติดตามเรื่องของราคาจำหน่ายปลีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้มีการทยอยปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเบนซินและดีเซล เช่นประเทศมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์
นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า มีข้อสังเกตที่สำคัญคือ ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ประมาณ 31.14 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซีย น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 38-39 บาทต่อลิตรแล้ว ดังนั้น ประเทศไทยถือว่ามีราคาขายปลีกที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ก็ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดพลังงาน
พาณิชย์คุมสินค้า 59 รายการ
นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่าปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 59 รายการที่เราดูแลราคาอย่างใกล้ชิด โดยใน 59 รายการมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ถูกกำกับดูแลอย่างเคร่งครัดให้เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมพร้อมดื่มเฉพาะนมจืด นมผงซึ่งเป็นสารอาหารของเด็กเล็ก ปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ซึ่งสำคัญต่อการประกอบอาชีพการเกษตร ฉะนั้นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ประสงค์จะปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มนี้ จะต้องขออนุญาตกับกระทรวงพาณิชย์ก่อน โดยกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาถึงโครงสร้างและต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนให้อนุญาต
ส่วนสินค้าอีกกลุ่มนึงที่ถูกกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดคือกลุ่มข้าวของเครื่องใช้ประจำวัน เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ โดยหากจะปรับราคาขึ้นไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ทราบก่อน ทั้งจะยังจะเปิดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดช่วยประชาชนอีกทางหนึ่ง
มหาดไทยคุมเข้มชายแดน
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง (Jobber) รวมถึงคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน กำชับนายอำเภอ บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดผ่านแดนทุกช่องทาง ทั้งเส้นทางหลักและช่องทางธรรมชาติ หากตรวจพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมรายงานผลการดำเนินงานให้กรมการปกครองทราบโดยทันที
แจ้งจับบริษัทน้ำมัน
เวลา 08.45 น. ที่สภ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทองเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง พร้อมนำเอกสารเพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กรณี บริษัท วี เอออยล์ จำกัด ไม่ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันมาให้กับบริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นคลังน้ำมันที่ตั้งใน จ.อ่างทอง และถูก ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กองบัญชาการสอบสวนกลาง เข้าตรวจสอบ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
ทั้งนี้จากหลักฐานที่ตำรวจ ปคบ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวบรวมไว้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 พบว่า บริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด ซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมัน (IRPC) ไอ อาร์ พีซี รวม 7 ครั้ง และจะต้องนำน้ำมันทั้งหมดลงไว้ที่ บ. วี เอ ออยล์ จำกัด ที่ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร หรือหากจะไปลงที่ใดต้องแจ้งปลายทางในใบกำกับการขนส่งให้ชัดเจน
แม่สอดจับดีเซล2หมื่นลิตร
ที่บ้านท่าอาจ ต.ท่าสาย อ.แม่สอด จ.ตาก ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยนายอำเภอแม่สอด ตำรวจ สภ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ศุลกากร บุกเข้าจับกุมรถขนน้ำมันต้องสงสัยคันหนึ่ง ซึ่งพบว่าลักลอบขนน้ำมันดีเซล จำนวน 20,000 ลิตร โดยไม่สามารถนำเอกสารการเคลื่อนย้ายน้ำมันมาแสดงได้ ซึ่งคาดว่ากำลังลักลอบขนน้ำมัน ข้ามฝั่งไปขายยังประเทศเมียนมา
และจากการตรวจค้นโกดังบริเวณใกล้เคียง พบถังน้ำมันขนาด 4,500 ลิตร 2 ถัง มีน้ำมันอยู่ 300 ลิตร และพบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 101 ถัง ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร จำนวน 85 ถัง ซึ่งคาดว่าเตรียมเอาไว้บรรจุน้ำมัน ในการลักลอบขนผ่านช่องทางธรรมชาติ
ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวนายสิทธิ์ สัญชาติไทย และนายหน่าย สัญชาติเมียนมา ไปทำการสอบสวนขยายผล และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมยึดรถบรรทุกน้ำมัน น้ำมัน 20,000 ลิตร และถังน้ำมันทั้งหมด ไว้เป็นของกลางก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ลุ้นค่าไฟแตะ 4.59บาทต่อหน่วย
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)เปิดเผยว่าในการประชุมบอร์ด กกพ.วันที่ 25มีนาคมนี้ จะมีการพิจารณาค่าไฟฟ้างวดใหม่ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 หลังจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ เบื้องต้น กกพ.ได้คำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1คำนวณตามสูตรค่า Ft โดยรวมการชำระคืนภาระต้นทุนคงค้างของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 36,000 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 2 ไม่รวมการชำระหนี้ของ กฟผ. จะทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย และ กรณีที่ 3 ไม่รวมการชำระหนี้ กฟผ. และนำเงิน Claw Back ที่มีอยู่ประมาณ 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟได้ 13 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งยังสูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบันที่อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐต้องการตรึงค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเดิม จำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากต้นทุนก๊าซ LNG ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคา Spot LNG ปัจจุบันปรับขึ้นไปอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากเดิมที่อยู่เพียง 11 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
‘สว.’ชงยื่นญัตติแก้วิกฤติพลังงาน
เมื่อเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เสนอญัตติด่วน ให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
จากนั้นสว.หลายคนอภิปรายไปแนวทางเดียวกัน เป็นห่วงวิกฤติพลังานในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหลายด้าน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันที่กำลังสร้างผลกระทบไปภาคการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมันทำการเกษตร มีผลให้ราคาปุ๋ย อาหารสัตว์แพงขึ้น และยังกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องเผชิญราคาสินค้าแพงขึ้น
นายธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปราย เชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมันจนทำให้ของแพง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี