วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
"อนุทิน"โชว์ขับรถไฟฟ้า ประหยัดน้ำมันหนุนพลังงานสะอาด ยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน เผยเกาะติดพิกัดเรือไทยผ่านฮอร์มุซด้วยตัวเอง หลังอิหร่านไฟเขียว พร้อมสั่งคุมเข้มพวกกักตุน-ลักลอบเก็งกำไร ลั่นความผิดสำเร็จ ต้องดำเนินการ สั่งบังคับใช้มาตรา 8 คุมราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่น ยันสงกรานต์นี้น้ำมันไม่ขาดแคลน ขู่เชือดพวกกักตุนน้ำมัน ลั่น"ไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน" จ่อคลอดมาตรการช่วยภาษี ชี้ ปชช.ต้องช่วยประหยัดพลังงาน รับมือสงครามยืดเยื้อ มั่นใจผ่านงานหินได้
25 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ว่า วันนี้จะขับกลับเอง แต่ยังอยู่ในช่วงหัดขับ เพราะยังใช้ไม่ค่อยเป็น ซึ่งรถคันนี้จองมาเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ออกมาตรการประหยัดพลังงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกทางหนึ่งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าทำได้ก็ดี เพื่อเป็นการประหยัด และไม่พ่นควันพิษ เพราะตอนนี้มีเรื่องของน้ำมันด้วยก็ค่อยๆ ปรับไป เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีมาตรการลดภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ จะมีการทบทวนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาก็มีมาตรการอยู่
เมื่อถามว่า จากการหารือเรื่องพลังงานจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายเรื่อง ซึ่งตนได้หารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ก่อนการประชุมการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีนายพิพัฒน์เป็นประธาน ซึ่งประชุมกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543
เมื่อถามว่า ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์พลังงานจะดีขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่เรากังวลมากที่สุด คือจะมีน้ำมันใช้หรือไม่ แต่วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่า เกือบเดือนแล้ว ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดไปจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตอย่างเต็มที่ ส่วนที่มีการลักลอบเกร็งกำไร ตนก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ ซึ่งเราก็นึกไม่ถึงว่า จะมีคนคิดทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศกำลังเกิดความเดือดร้อนมีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องดูเรื่องของปริมาณน้ำมันให้ชัวร์ว่ายังมี และการหารือวันนี้ และตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบที่ลากไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.และยังจะเข้ามาเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ก็มีข่าวเป็นบวกมา โดยเราไปเจรจาส่งรายชื่อเรือไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า ซึ่งทางการอิหร่านก็ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ และตนก็ได้ติดตามว่าได้ผ่านมาจริงหรือไม่ จนเขาผ่านเห็นพิกัดแล้วก็รายงานมา ซึ่งเป็นการดำเนินการไปทีละอย่าง และวันนี้ได้บอกให้ทางคลังและโรงกลั่น ต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่นตามมาตรา 8 ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ขณะที่ราคาลอยตัวตามกลไกก็ทำแล้ว ฉะนั้นเรื่องการลักลอบก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จแล้ว เราก็ต้องไปดำเนินการ เรามีรายชื่อ มีการตรวจ มีการสืบขยายผลเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า เทศกาลสงกรานต์นี้ ประชาชนจะมั่นใจได้หรือไม่ว่า การเดินทางกลับต่างจังหวัด น้ำมันจะไม่ขาดแคลน ว่า เป้าหมายคือประชาชน เดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา ตนได้สั่งการไปแล้ว และเขาก็ดำเนินการตามนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ขอความร่วมมือว่า เมื่อลดความตระหนกลง เราก็จะไปไล่จับพวกกักตุน ไม่ใช่ไอ้โม่งหรอก ที่เห็นๆ กันนี่แหละ เพราะการกักตุนไม่ทำแค่ 50 - 100 ลิตร ถ้ากักตุนก็ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอว่ามีมากกว่าการใช้ทั่วไปก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เขาดำเนินการอยู่แล้ว และเราขยับกลไก ทำราคาให้สมเหตุสมผล
นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วง 2 - 3 สัปดาห์แรก ตนยอมรับว่าต้องดูแลประชาชนก่อน โดยให้มีการอุ้มหรือพยุงราคาก่อน และมีการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อช่วยไม่ให้ประชาชน รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากครบ 15 วัน เราก็มีมาตรการใหม่ ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ดูแลการควบคุมราคาสินค้า
นอกจากนี้ ตนได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาสั่งการให้หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่างๆ ที่เราจะช่วยได้ เช่น ด้านการขนส่งนํ้ามันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด ซึ่งทางรัฐมนตรีได้รับแนวคิดของตนไปหมดแล้ว คงจะมีการแถลงรายละเอียด
เมื่อถามว่า จะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมที่เคยสั่งการไปแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดี เพราะเป็นการลดค่าใช้จ่ายสถานที่ทำงาน ตรงไหนทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็เข้าใจ ที่สำคัญคือ อยากให้ตระหนักว่า แม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการเติมน้ำมันเข้าระบบทั่วประเทศ แต่ก็ควรตระหนักถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ดังนั้นเราต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ตนได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณนํ้ามันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร เรายังอยู่ในภาวะปกติกันอยู่เลย อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุนบ้าง ซึ่งตนขอย้ำว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เรามีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับเรายังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนจะมีสงคราม
นายอนุทิน กล่าวว่า หากเราลดการใช้ให้น้อยกว่านี้ เหลือ 55 ล้านลิตร ตนคิดว่าทำได้ จะทำให้การสำรองสำรองนํ้ามันและการใช้พลังงาน ลดลงไปโดยไม่มีผลกระทบ ค่าครองชีพหรือราคาสินค้า ก็จะสามารถควบคุมได้หมด
เมื่อถามว่า ข้อมูลมีในมือทุกอย่างแต่การสื่อสารทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า บางทีตนก็พยายาม คนส่วนใหญ่เขาทำงานกันหมด รับรองทุกคนเขาทำงานกันหมด แต่บางทีเรื่องการพูด การออกไปตอบโต้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามัวออกไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่อง สิ่งที่เขามั่นใจว่าเขาทำอย่างนี้ถูก เขาก็เกิดอาการไขว้เขว เขาก็จะไม่ทำ ถ้าไปพูดว่าทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยเขาก็นั่งเงียบอย่างเดียว เราก็ต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่เราจะระดมสมองกันได้ ทุกวันนี้เราทำงานแบบระดมสมองกัน มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีภายนอกด้วย มีภาคเอกชนด้วย เราก็รับฟังหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งในสภาเราก็รับฟัง ตรงไหนทำได้ตนทำหมด
เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้จะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ นายกฯ ส่ายหัวไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า เจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็ธรรมดา เราก็ต้องรับผิดชอบ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤต เราต้องผ่านตนมั่นใจ มั่นใจครับ
จากนั้น นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางออกจากทำเนียบฯ ด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า "เป็นรถที่สั่งไว้นานแล้ว ตนจะไปหาหมอเนื่องจากปวดกล้ามเนื้อ" พร้อมกับทำมือยกนิ้วโป้งแสดงความพร้อม พร้อมกล่าวว่า "ไปแล้ว ประกันซื้อแล้ว"
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี