ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ มาตรการข้าวแกงพาณิชย์  แค่ ทายาหม่อง แก้ไม่ตรงจุด

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ มาตรการข้าวแกงพาณิชย์ แค่ ทายาหม่อง แก้ไม่ตรงจุด

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.54 น.

ดร.เจิมศักดิ์ สับเละ! มาตรการข้าวแกงพาณิชย์ แค่ "ทายาหม่อง" แก้ไม่ตรงจุด

วันที่ 28 มีนาคม 2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐมนตรีพาณิชย์ศุภจี น่าจะคิดอะไรได้มากกว่านี้ #ข่าวแนวหน้าออนไลน์วันนี้ : มาตรการแก้ราคาข้าวแกงที่อาจแพงขึ้น จากสถานการณ์พลังงาน 


“นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมการไว้แล้ว เราเตรียมแผนนำเอาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย สินค้าจำเป็นเข้าไปยังร้านอาหารปรุงสำเร็จ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายน้ำในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล 

ซึ่งเป็นโครงการที่จะเริ่มนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ2ครั้ง รวม 48 ครั้งในระยะเวลาสั้นๆ และใช้กลไกนี้ทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ได้ราคาวัตถุดิบที่เหมาะสมทำให้ราคาข้าวแกงไม่สูงมากเกินไป ”

หากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์และภาพรวมของการบริหารจัดการ จะเห็นได้ว่ามาตรการที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจุดอ่อนที่อาจทำให้เป็นเพียงการ "ทายาหม่อง"

1. ขนาดของโครงการ (Scale) เทียบกับความเป็นจริง
• จำนวนจุดนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ 2 ครั้ง รวม 48 ครั้ง ถือว่า "น้อยจนน่าตกใจ" เมื่อเทียบกับจำนวนร้านอาหารตามสั่งและร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีหลักหมื่นหรือหลักแสนร้านค้า
• ผลลัพธ์: มาตรการนี้เข้าถึงผู้ประกอบการได้เพียงเศษเสี้ยว (Niche) ดังนั้นในเชิงสถิติ มันไม่สามารถกดดันราคาตลาด (Market Price) ให้ลดลงได้เลย จึงมีลักษณะคล้ายกับการทำ Event ประชาสัมพันธ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาครัฐ "กำลังทำอะไรบางอย่าง" มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

2. ต้นทุนแฝงและการขนส่ง (Logistics Cost)
• จุดวิจารณ์: การนำสินค้าเกษตรจาก "ต้นทาง" มากระจายให้ร้านค้าย่อยโดยตรงมีต้นทุนการบริหารจัดการสูงมาก ใครจะเป็นผู้รับภาระค่าขนส่ง?
• ผลลัพธ์: หากรัฐอุดหนุนค่าขนส่ง ก็เท่ากับเป็นการนำเงินภาษีไปอุดหนุนแบบชั่วคราว (Subsidy) กับร้านค้าบางแห่ง ซึ่งไม่ยั่งยืน และเมื่อจบโครงการ 48 ครั้ง ร้านค้าก็ต้องกลับไปซื้อวัตถุดิบราคาปกติจากพ่อค้าคนกลางอยู่ดี

3. กลไกราคาที่บิดเบี้ยว (Market Distortion)
• จุดวิจารณ์: การคัดเลือก 24 แห่งนั้นใช้เกณฑ์อะไร? ร้านค้าที่ไม่ได้สิทธิ์จะเสียเปรียบคู่แข่งหรือไม่?
• ผลลัพธ์: การกระจายสินค้าแบบสุ่มหรือเฉพาะจุด ไม่ได้ช่วยสร้างการแข่งขัน  แต่เป็นการสร้างกลุ่มอภิสิทธิ์ชั่วคราว ซึ่งไม่ช่วยให้ราคาข้าวแกงในภาพรวมลดลง

4. ปัจจัยราคาพลังงาน (The Root Cause)
• จุดวิจารณ์: ต้นทุนข้าวแกงไม่ได้มาจากแค่ "วัตถุดิบ" แต่มาจาก ค่าก๊าซหุงต้ม (LPG) และค่าขนส่ง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาพลังงาน
แก้ปัญหาไม่ตรงจุด  เหมือนคนปวดหูแต่ใช้ยาทาก้น

ผลลัพธ์: การลดราคาวัตถุดิบ (Input) เพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถคุมราคาพลังงานที่เป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของต้นทุนได้  ก็เหมือนการพยายามปะรอยรั่วเล็กๆ ในขณะที่เขื่อนกำลังจะแตก

ผมจะลองแนะนำรัฐมนตรีศุภจี  ถึงมาตรการช่วยประชาชนผ่านร้านข้าวแกงอย่างแท้จริง
ในบทความหน้าครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top