หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน

หมอตุลย์ ลั่น!ไม่ไว้วางใจอนุทิน ซัดบริหารผิดพลาด-ปล่อยทุนใหญ่กักตุนน้ำมัน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.04 น.

29 มีนาคม 2569 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผมขอแสดงความไม่ไว้วางใจนายกฯ อนุทิน ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ แต่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง ว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตสู้รบสหรัฐฯ - อิสราเอล และอิหร่าน บริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤตผิดพลาด ปล่อยให้มีการกักตุนน้ำมัน นอกจากจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมรับว่ามีการกักตุนน้ำมัน ยังกล่าวโทษประชาชนว่าแตกตื่นไปเติมน้ำมัน และกักตุนจนน้ำมันหมดปั๊มเอง ประชาชนต้องเดือดร้อนรอคิวเติมน้ำมัน หลายคนตระเวณหาที่เติมไม่ได้ วิ่งจนน้ำมันหมด

ผมไม่ได้วิจารณ์หรือกล่าวหานายกฯ แบบเลื่อนลอย ตามข้อมูลที่นายกฯ พูดเอง ว่าโรงกลั่นไทยเดินเครื่องกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปตามปกติ แต่ปั๊มต่างๆ ทั่วประเทศ ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า รถขนส่งน้ำมันมาส่งในปริมาณน้อยลงมาก จาก 10,000 - 12,000 ลิตรต่อวันต่อปั๊ม เหลือเพียงวันละ 3,000 - 6,000 ลิตร นั่นแสดงว่าตลอดเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนในวงการค้าน้ำมัน รับน้ำมันจากโรงกลั่นไป แต่เก็บไว้ในคลังของพวกเขา รอเวลาขายทำกำไรมหาศาล จากต้นทุนเก่า ขายได้เงินเพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาททันที (ถ้าเก็บไว้ 2,000 ล้านลิตร ได้กำไรทันที 12,000 ล้านบาท) ข้อพิสูจน์ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เมื่อขึ้นราคาน้ำมันในรุ่งสางวันที่ 26 มีนาคม 2569 แทบทุกปั๊มทั่วประเทศไทย มีน้ำมันขาย คิวรอเติมน้ำมันหายไป ป้ายน้ำมันหมดหายไปจากหัวจ่าย ทั้งๆ ที่ตลอดวันที่ 25 มีนาคม 2569 จนถึงหลังเวลาที่ กบน.ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนจะขึ้นราคาจริง มีคนขับรถไปต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด จนดึกดื่น แต่พอขายราคาที่ขึ้น มีน้ำมันขายทันที นี่คือหลักฐานยืนยันว่ามีการกักตุนน้ำมัน รอทำกำไรตอนที่รัฐบาลให้กบน.ประกาศขึ้นราคา ผมจึงถือว่านายกฯอนุทินละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันค้นหาและตรวจสอบปริมาณสต็อกน้ำมันก่อนจะขึ้นราคามากถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งในอดีตก่อนจะขึ้นราคาน้ำมัน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบปรมาณน้ำมันคงเหลือก่อนเสมอ และหลักฐานโดยอ้อมว่าน้ำมันมีพอ คือไทยยังมีน้ำมันสำเร็จรูป ส่งออกไปลาวได้ อ้างว่ามีสัญญากันอยู่ อละไทยพึ่งไฟฟ้าจากลาว


นอกจากนี้ ตลอดวันที่ 25 มีนาคม 69 สภาผู้แทนราษฎรมีการอภิปรายปัญหาวิกฤตน้ำมัน สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายกฯ และรัฐมนตรีพลังงาน ไม่สนใจเดินทางมารับฟังและชี้แจงใดๆ (อาจฟังทางสื่อต่างๆ) ทั้งๆ ที่ในสภามีการเสนอข้อมูลและแนวทางการแก้ปัญหาที่ดี น่ารับฟัง โดยเฉพาะการตรวจสอบว่ามีการกักตุนน้ำมันจริงหรือไม่ และการใช้มาตรการอื่นนอกจากกองทุนน้ำมัน เช่นการลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต

ในทางตรงข้าม เมื่อจบการประชุมสภา รมว.พลังงาน ในฐานะประธาน กบน.กลับจัดประชุมในเวลากลางคืนของวันที่ 25 มี.ค.เวลา 19.00 - 20.00 น.และมีมติขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท ประกาศเวลา 22.00 น.ให้ขายราคาใหม่ในเวลา 05.00 น. ภายหลังการประชุม ก่อนออกประกาศ รมว.พลังงาน ต้องรายงานผลการประชุม ให้นายกฯ อนุทินทราบอยู่แล้ว นายกฯ ควรใช้อำนาจสั่งการให้ชะลอเวลาการประกาศขึ้นราคา และประชุม ครม.ด่วนฉุกเฉิน เช้าวันที่ 26 มี.ค.69 หามาตรการที่จะประวิงเวลา และมาตรการต่างๆ ที่จะขึ้นราคาน้ำมันให้น้อยกว่าที่ กบน.มีมติ (เช่น ลดภาษีสรรพสามิต) และทะยอยขึ้นเป็นขั้นบันได อย่างนายกฯ เคยประกาศไว้ก่อนหน้า และผลจากการที่นายกฯ ปล่อยให้มีการขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวแบบนี้ ราคาขนส่ง สินค้าแพงก็จะตามมาอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผมจึงขอแสดงความไม่ไว้วางใจนายกฯ อนุทิน ในการบริหารราชการแผ่นดิน มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส

ผมจะไปยื่นหนังสือร้องเรียน และอภิปรายต่อว่านายกฯ อนุทิน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล

ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

หมายเหตุ ขอแสดงความชื่นชม รมว.สีหศักดิ์ และ รมว.ศุภจี ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ สามารถเจรจากับประเทศอิหร่านจนได้รับอนุญาตให้เรือน้ำมันของบางจาก และ SCG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้สำเร็จ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top