วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘หมอวรงค์’ หวัง สว.ซื้อข้าวกินเอง หลังที่ประชุมร่วมมีมติเอกฉันท์ ให้สส.ดูแลตัวเอง ย้ำสัญญาปี 69 ยกเลิกแล้ว ไม่เสียประโยชน์ พร้อมตั้งคนนอกศึกษาการลดจำนวนผู้ติดตามสส.-เงินบำนาญ ประกาศนำร่องตั้ง 3 ผู้ช่วย เป็นตัวอย่าง
เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมหัวหน้าพรรค และตัวแทนพรรคการเมือง หารือถึงการตัดงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับการประชุมสมาชิกรัฐสภา ร่วมกับประธานสภาฯ ว่า จากการหารือเรื่องงบประมาณอาหารกลางวันสส. ที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันทุกพรรคการเมือง ที่สส.จะซื้ออาหารรับประทานเอง โดยเริ่มหลังสงกรานต์ ส่วนข้อกังวลเรื่องการทำสัญญาจัดซื้ออาหารกลางวันที่ดำเนินการไปแล้วนั้น ทางเลขาธิการสภาฯ ยืนยันว่า สัญญานี้ได้ยกเลิกไปแล้ว และไม่เกิดความเสียหาย รัฐไม่เสียประโยชน์ และงบประมาณก็นำมาคืนแผ่นดินไป เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ ต่อไป
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ทางประธานสภาฯ ระบุว่า อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์ของสส. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะมีการนำไปคุยกับประธานวุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการในแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงหวังว่า สว.ก็คงจะซื้ออาหารรับประทานเองเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีการซื้ออาหารระหว่างการประชุมกรรมาธิการชุดต่างๆ นั้น เรื่องนี้ตนไม่ติดใจอะไร เนื่องจาก ในการประชุมจะมีการเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลด้วย จึงควรจัดหาอาหาร เครื่องดื่มมารับรองแขก แต่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งว่าการใช้งบฯ ส่วนนี้เยอะเกินไปหรือไม่ ส่วนจะมีการพิจารณาไปถึงเรื่องเบี้ยการประชุมด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่า มีความเป็นไปได้ ที่จะให้มีคนนอกมาศึกษา
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังมีการหารือเรื่องการลดจำนวนผู้ติดตามสส. จาก 8 คน เหลือ 3 คนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแตกต่าง ซึ่งตนเป็นคนเสนอเองว่าควรลดเหลือ 3 คน แต่มีตัวแทนพรรคการเมืองบางพรรคที่เห็นว่า ยังจำเป็นต้องมี 8 คน อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายมีความเห็นไม่ตรงกัน ตนจะนำร่องการตั้งผู้ช่วยจำนวน 3 คน มาทำงาน เพื่อให้ดูว่าทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะนำเรื่องนี้ไปให้กรรมาธิการกิจการสภา แต่งตั้งนักวิชาการคนนอก ที่ไม่ส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง มาศึกษา และไม่ควรให้สส.ร่วมในกรรมาธิการนั้น เนื่องจากจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้เพื่อให้มีทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องการนำภาษีประชาชนไปจ่ายเป็นเงินบำนาญสส. และ สว.ที่ปฏิบัติงานเพียง 1 ปี แต่ต้องดูแลไปตลอดชีวิต เรื่องนี้จะใช้กฎเกณฑ์เดียวกันเรื่องการตั้งผู้ช่วยสส. คือการตั้งคนนอกมาศึกษา ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้หนักหน่วงมาก จากการคำนวณพบว่าปีหนึ่ง เราสามารถเก็บเงินจากสส. และสว. คนละ 3,500 บาท คูณ 700 คน เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เรามีรายจ่ายเฉพาะเงินบำนาญที่จ่ายให้กับสส.และสว. 1,192 คน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 200 กว่าล้านบาท เฉพาะในส่วนนี้ ถ้าสส. และสว.ที่เหลือมาแจ้งความจำนงบ้างก็จะทำให้ภาษีของประชาชนบานปลาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี