วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
เลิกข้าวฟรีสส.
หลังสงกรานต์จ่ายเอง
เบี้ยบำนาญยังไม่เคาะ
ถึงคิวจี้ต่อมสำนึกสว.
มติพรรคการเมืองเคาะให้ สส.ควักเงินซื้อข้าวกินเอง เริ่มหลังสงกรานต์ ส่วนลดผู้ติดตามจาก 8 คน เหลือ 3 คน ยังไม่ได้ข้อสรุปโยนกรรมการรัฐสภาไปศึกษา พร้อมให้กมธ.กิจการสภาฯ ชุดใหม่ชี้ขาดเบี้ยเลี้ยงชีพ ด้าน “หมอวรงค์”ดึงคนนอกร่วมพิจารณาด้วย กระทุ้งถึง สว.ควรยกเลิกงบฯอาหารฟรีเช่นกัน
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฏรให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมือง กรณีสวัสดิการสส. และการดำเนินงานในสภาฯว่า เรื่องแรกคือการจัดอาหารสส. ในวันประชุมสภาฯ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าสมาชิกจะจ่ายกันเองโดยฝ่ายเลขาสภาฯจะจัดอาหารบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ห้องอาหารเดิม แต่ต้องจ่ายเงินกันเอง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้นไป
ส่วนเรื่องที่2.การแต่งตั้งผู้ช่วยสส. และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ประชุมมีความเห็นว่าในยุคที่ทั่วโลกมีวิกฤตการณ์น้ำมันแพง เราจะหาวิธีการประหยัดงบประมาณได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากระเบียบสภา ออกโดยกรรมการรัฐสภา(กร.)ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กร. ซึ่งในวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะมีการเลือก กร. ครบทั้งฝ่ายวุฒิสภาและฝ่ายสภาฯ จากนั้นในวันที่ 28 เม.ย. ตนจะนัดประชุม กร.เพื่อสรุปในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
“ส่วนประเด็นที่3.กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือเบี้ยเลี้ยงชีพ สืบเนื่องจากเรื่องนี้เป็นพ.ร.บ และออกเป็นระเบียบโดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการสภาผู้แทนราษฎรในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อมี กมธ.กิจการสภาฯ ก็จะมอบให้ กมธ. ไปพิจารณาว่าเบี้ยเลี้ยงชีพจะมากมากน้อยเพียงใด”นายโสภณ กล่าว
นอกจากนี้ ยังหารือเกี่ยวกับความสง่างามของสภาฯ ระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัยไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เราให้การบ้านแต่ละพรรคการเมือง ไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน ที่ตนในฐานะประธานสภาฯอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ให้งดเว้นการสวมสูทผูกเนคไท โดยสามารถสวมเสื้อเชิ้ตมีปกที่ไม่ต้องเป็นคอพระราชทานแต่ต้องเป็นผ้าไทย
“ผมจะหารือกับรองประธานสภาฯทั้ง 2 ท่านว่า จะเปิดการประชุมก่อนเวลา 09.00 น. โดยจะปรับมาเป็นเวลา 08.45น.ได้หรือไม่ เพื่อใช้เวลาให้เร็วที่สุด ส่วนการทำงานต่อไปจะใช้เวทีในการปรึกษาหารือนอกรูปแบบ เช่น วิปนอกรูปแบบ เมื่อได้ข้อตกลง ก็ขอให้แต่ละฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เคารพข้อตกลงที่ได้หารือ เพื่อที่สภาฯจะไม่ได้เป็นที่เบื่อหน่ายของประชาชน” ประธานสภาฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภา พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุมยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 อย่างไรก็ดีมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาฯ ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันทุกพรรคการเมือง ที่สส.จะซื้ออาหารรับประทานเอง โดยเริ่มหลังสงกรานต์ ส่วนข้อกังวลเรื่องการทำสัญญาจัดซื้ออาหารกลางวันที่ดำเนินการไปแล้วนั้น ทางเลขาธิการสภาฯ ยืนยันว่า สัญญานี้ได้ยกเลิกไปแล้ว และไม่เกิดความเสียหาย รัฐไม่เสียประโยชน์ และงบประมาณก็นำมาคืนแผ่นดินไป เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ ต่อไป
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ทางประธานสภาฯ ระบุว่า อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์ของสส. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะมีการนำไปคุยกับประธานวุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการในแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงหวังว่า สว.ก็คงจะซื้ออาหารรับประทานเองเช่นเดียวกัน ส่วนจะมีการพิจารณาไปถึงเรื่องเบี้ยการประชุมด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่า มีความเป็นไปได้ ที่จะให้มีคนนอกมาศึกษา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องการลดจำนวนผู้ติดตามสส. จาก 8 คน เหลือ 3 คนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแตกต่าง ซึ่งตนเสนอเองว่าควรลดเหลือ 3 คน แต่มีตัวแทนพรรคการเมืองบางพรรคที่เห็นว่า ยังจำเป็นต้องมี 8 คน หากสุดท้ายมีความเห็นไม่ตรงกัน ตนจะนำร่องการตั้งผู้ช่วยจำนวน 3 คน มาทำงาน เพื่อให้ดูว่าทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง โดยเรื่องนี้จะให้กรรมาธิการกิจการสภาแต่งตั้งนักวิชาการคนนอกที่ไม่ส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองมาศึกษา รวมทั้งเรื่อง เงินบำนาญสส. และ สว.ด้วย
“จากการคำนวณพบว่าปีหนึ่ง เราสามารถเก็บเงินจากสส. และสว. คนละ 3,500 บาท คูณ 700 คน เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เรามีรายจ่ายเฉพาะเงินบำนาญที่จ่ายให้กับสส.และสว. 1,192 คน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 200 กว่าล้านบาท เฉพาะในส่วนนี้ ถ้าสส. และสว.ที่เหลือมาแจ้งความจำนงบ้างก็จะทำให้ภาษีของประชาชนบานปลาย”นพ.วรงค์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี