529.jpg
พิชาย โดด ป้องส้ม ฟาด ปปช.ยื่นศาลฟัน 44 สส. อำนาจอธิปไตย ถูก พักใช้

พิชาย โดด ป้องส้ม ฟาด ปปช.ยื่นศาลฟัน 44 สส. อำนาจอธิปไตย ถูก พักใช้

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

วันนี้ 31 มีนาคม 2569 เกิดเป็นประเด็นร้อนแรงรับลมร้อนฉ่าส่งท้ายเดือนมีนาคม เมื่อนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์กรณีมีข่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้องเตรียมยื่นศาลฎีกา เอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล คดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "วันนี้มีข่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบร่างคำร้อง เพื่อยื่นศาลฎีกา กล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถ้าศาลรับ 10 และไม่มีคำสั่งอย่างอื่น สส.พรรคประชาชนจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

นี่ไม่ใช่เพียง “ข่าวการเมือง” แต่มันคือ “จุดตัดของอำนาจสามเส้า” ระหว่าง องค์กรอิสระ ตุลาการ ผู้แทนประชาชนและสิ่งที่ต้องถามทันที ไม่ใช่แค่ว่า “ใครผิด” แต่คือ “กระบวนการนี้กำลังทำอะไรกับระบอบประชาธิปไตยไทย” หัวใจของคดีนี้อยู่ที่คำว่า “ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ปัญหาคือ คำนี้ ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่มีความชัดเจนเชิงรูปธรรม แต่มันเป็น “นามธรรมที่ตีความได้กว้าง” ในทางทฤษฎีรัฐศาสตร์ นี่เรียกว่า บรรทัดฐานที่ยืดหยุ่นสูง (elastic norm)


พิชาย

ซึ่งมีคุณสมบัติอันตราย 3 ประการ 1. ขยายความหมายได้ตามบริบททางการเมือง 2. เปิดช่องให้ “ผู้ตีความ” มีอำนาจเหนือ “ตัวบท” 3. ทำให้การลงโทษสามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีความผิดเชิงรูปธรรมชัดเจน แปลตรงๆ คือ มันสามารถกลายเป็น “กฎหมายที่ไม่มีเส้นแบ่งแน่ชัด” และเมื่อเส้นไม่ชัด อำนาจของผู้ตัดสินจะยิ่งใหญ่ขึ้นทันที คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปราบโกงในกรณีนี้ แต่กำลังทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมประตูของระบบการเมืองกล่าวคือ ใคร “ควร” หรือ “ไม่ควร” อยู่ในสนามการเมือง และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญจาก “องค์กรตรวจสอบ” กลายเป็น “องค์กรกำหนดชะตาทางการเมือง” นี่คือการทำให้การเมืองถูกดึงเข้าไปอยู่ในกระบวนการกึ่งตุลาการหากคำร้องถูกส่งไปยัง

ศาลฎีกาสิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือการเมืองจะถูก “แปลงรูป” เป็นคดีความและมีผลกระทบเชิงโครงสร้างทันที ส.ส. อาจถูก “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ก่อนมีคำตัดสินเสียงของประชาชนในสภาถูก “ลดทอน” โดยกระบวนการทางกฎหมาย อำนาจอธิปไตย ถูก “พักใช้” ชั่วคราว นี่คือปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญไทยที่ใช้ “กฎหมาย” เพื่อจำกัด “ตัวแทนของประชาชน” กรณีนี้ต้องอ่านในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ “44 ส.ส.” แต่คือ “การจัดระเบียบใหม่ของผู้เล่นในระบบ” สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการลดบทบาทของพรรคที่ท้าทายโครงสร้างอำนาจเดิม การสร้าง “ต้นทุนความเสี่ยง” ให้กับนักการเมืองแนวปฏิรูป การส่งสัญญาณเชิงอำนาจ ไปยังทั้งสภา ใคร “คิดต่างมากเกินไป” อาจไม่ได้แพ้ในสนามเลือกตั้ง แต่แพ้ใน “สนามกฎหมาย” ปัญหาที่ใหญ่กว่าคดี คือ “ความเชื่อมั่นของระบบ” ถ้าประชาชนรู้สึกว่าผู้แทนที่เลือกมา ถูกถอดหรือหยุดงานผ่านกลไกที่ตีความกว้าง

พิชาย

โดยกระบวนการไม่ได้ยึดโยงกับเจตจำนงประชาชนจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า วิกฤตความชอบธรรม ซึ่งมีผลระยะยาวคือความศรัทธาต่อองค์กรอิสระลดลง ความขัดแย้งทางการเมืองยิ่งรุนแรงและการเมืองย้ายจาก “สภา” ไปสู่ “ถนน” หรือ “โลกออนไลน์” #คำถามที่ต้องถามและสังคมควรถามทันที

“มาตรฐานจริยธรรม” ถูกใช้เป็น หลักการ หรือ เครื่องมือ? การหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนตัดสิน คือ ความยุติธรรม หรือ การลงโทษล่วงหน้า? ใครเป็นผู้กำหนดเส้นแบ่งของ “จริยธรรมร้ายแรง” และมี ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ แค่ไหน? กระบวนการนี้ “ปกป้องหรือบิดเบือนระบอบประชาธิปไตย” ”? นี่ไม่ใช่คดีจริยธรรมธรรมดา แต่มันคือ “การต่อสู้เพื่อกำหนดว่า ใครมีสิทธิอยู่ในประชาธิปไตยไทย” และคำถามสุดท้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ถ้าระบอบที่ผู้แทนของประชาชน ถูกหยุดทำหน้าที่ด้วยการตีความขององค์กรที่ประชาชนไม่ได้เลือก ยังเรียกว่า “ระบอบประชาธิปไตยอยู่หรือไม่? #พรรคประชาชน #ปปช #จริยธรรม #การเมือง #ประชาธิปไตย #นิติสงคราม #พิชาย"

พิชาย

หลังจากที่โพสต์ของ นาย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตแห่กดไลก์กดแชร์ และเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด เช่น

"นับวันพวกโกงกินเข้ามามีอำราจแบบง่ายๆไม่ต้องสนใจกฏกติกานอกกฎของพวกกู.ภาวะวิกฤติน้ำมันจะเห็นๆได้ชัดเจนว่าฝ่ายปกครองไม่จำเปนค้องทำตามปชชผู้ร้องขอแม้นจะมีกฎหมายให้ทำได้. ฉันไม่ทำ..จะทำอะไรฉันได้. ตำแหน่งฉันKมอบให้..ทาแตะเท่ากับต่อต้่นตัวแทนK..."

"หดหู่ใจมากค่ะอาจารย์​มันไม่ยุติธรรมกับพวกเขา"

"องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือของชนชั้นนำไว้กลั่นแกล้งคนที่เห็นต่าง"

"สุดยอดค่ะ ฟังแล้วเข้าใจง่าย ชัดเจน"

"เขาไม่สน องค์กรไม่อิสระ เสื่อมหรอกครับ เงินเดือนแพง สวัสดิการ ต่างๆ เยอะแยะ หน้าที่ ออก แก้ ปรับปรุง กฎหมาย คือนิตืบัญญัติ ใน สภา กฎหมายแก้ได้ทุกข้อ ส่วนแก้ได้ไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่ง แต่ ฉาก รัฐธรรมนูญ ง่ายมาก ม 113 แถม ยึดอำนาจ ได้ปกครองประเทศ ยาวนาน จนประเทศพังเสียหาย ลอยนวล"

"กับดักที่สร้างขึ้นมาขัดขวางการพัฒนาประเทศและประชาชนันธุ์ไม่เชื่อง….!"

"อีกซักกี่ปี กีชาติคับอาจารย์ ประเทศไทยเราจะเปลี่ยนไปสู่ ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงซะที เหนื่อยกับระบบยุติธรรม ที่ไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย เป็นได้แค่เครื่องมือของผู้มีอำนาจ เอาไว้ทำลายฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ติดตามรับฟังอาจารย์มาตลอดคับ.."

พิชาย

พิชาย

พิชาย

พิชาย

พิชาย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top