วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 1 เมษายน 2569 นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมคนไทยไม่เชื่อเรื่องคุณภาพน้ำมัน ที่รัฐบาลออกมาพูด
ผมพูดในฐานะคนที่ถูกเรียกตัวไปรณรงค์ทุกครั้ง เมื่อรัฐบาลต้องการบอกประชาชนเรื่องพลังงาน
ย้อนไปสักสามสิบปีที่แล้ว ครั้งที่ ไอทีวี เพิ่งจะเริ่มเปิดสถานี ตอนนั้นรัฐบาลต้องการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใช้ “น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว” ที่คนใช้รถกลัวอาการ “บ่าวาล์วทรุด”
นั่นคืองานแรกที่ “ภาครัฐ” เรียกตัวผมออกไปยืนแถวหน้าเพื่อพูดว่า “ใช้เถอะครับไม่มีปัญหา แต่จะช่วยให้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้นครับ” นั่นคือสามสิบปีที่แล้วมา
ต่อมาอีกไม่นาน รัฐบาลก็ต้องการให้คนใช้รถยนต์ เติมน้ำมันให้ถูกต้อง ไม่เติมน้ำมันที่ “แพงเกินความจำเป็น” ซึ่งจะทำให้เงินไหลออกนอกประเทศมากเกินไป จึงเกิดโครงการ “ขับ ๙๑ เติม ๙๑” ขึ้นมา
ผมก็ถูกเรียกตัวไปยืนแถวหน้า เพื่ออธิบายว่า ๙๑ คืออะไร ๙๕ คืออะไร แถมตอนนั้นมีบางยี่ห้อ ขาย ๙๓ และ ๙๗ อยู่ด้วย ผมจึงเสือกไปขวางทางตีนบริษัทน้ำมันพอสมควร เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ดันเอาส้นตีนมาแขวนคอ นั่นก็ใกล้ๆสามสิบปีมาแล้ว
ต่อมาเมื่อมี แก๊สโซฮอลเกิดขึ้น “ก็กูอีกนี่แหละ” ที่ต้องออกไปบอกว่า เอธานอลคืออะไร แก๊สโซฮอลคืออะไร ถึงขนาดเปิดห้องจัดเลี้ยงโรงแรม เดินสายอธิบายกันทั่วประเทศ
เรื่องแก๊สโซฮอลนี่ ลุยมาตั้งแต่ อี ๑๐ หรือแก๊สโซฮอล จนถึง อี ๒๐ และ อี ๘๕ โดนด่าระงมประเทศมาตลอด
จากแก๊สโซฮอล มาถึง ไบโอดีเซล งานนี้ก็เล่นเอางานงอก หูดับชาไปจนแทบจะเป็นหูหนวก
มาหนักสุดตอนน้ำมันแพง บาเรลล์ละราวหนึ่งร้อยสี่สิบดอลล่าร์ ตอนนั้นเดินสายพูดเรื่อง แอลพีจี และ ซีเอ็นจี เดินสายพูดทุกวันไม่มีวันหยุด พูดไปถูกด่าไป จนลูกคนเล็กที่เรียนอยู่ต่างประเทศ ส่งอีเมล์มาบอกว่า “มีคนด่าพ่อเยอะเลย”
สิ่งที่ผมบอกมานั้น ถ้ามีรัฐบาลไหน รัฐมนตรีคนไหนอยู่ในช่วงเวลานั้น ปลัดกระทรวงคนไหน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานคนไหนอยู่ในตำแหน่งตอนนั้น จะออกมาบอกว่า “มึงไม่เกี่ยว” ช่วยออกมาบอกด้วยก็แล้วกัน
ผมทำมาตลอด โดยที่ได้แต่กล่องเป็นส่วนใหญ่ เป็นกล่องสุ่ม คือชมบ้างด่าบ้าง ได้เงินน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เสียไป
สิ่งที่ทำให้คนใช้รถไม่เชื่อมั่นในคำพูดของรัฐบาลก็คือ ( หมายถึงทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่เจาะจงว่ารัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ) ความชักว่าวของนโยบาย
การเอาน้ำมันเชื้อเพลิง ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง กล่าวคือพอปาล์มราคาตก ก็รณรงค์ ( คือ เอากูนี่ละไปตากหน้า ) ให้ใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนเยอะๆ จากบี ๕ เป็น บี ๗ ขยับไปเป็น บี ๑๐ แล้วก็ไปถึง บี ๒๐
พอน้ำมันปาล์มแพง น้ำมันปาล์มบรรจุขวดทำอาหารแพงขึ้น ตามร้านตามห้างสรรพสินค้า ติดป้าย “ครอบครัวละไม่เกิน ๒ ขวด” ภาครัฐก็ชักรอกลงมา เหลือ บี ๗ บ้าง บี ๕ บ้าง ยกเลิก บี ๒๐ ไปบ้าง
แก๊สโซฮอลก็ไม่ต่างกัน พอราคาต่างประเทศสูงขึ้น คนที่กลั่นเอธานอลได้ ก็อยากส่งออก ส่วนผสมเอธานอลสูงๆเช่น อี ๘๕ ก็ขลุกขลัก จนต้องยกเลิก พอราคาเอธานอลในตลาดโลกลดลง ก็มาเพิ่มมารณรงค์ มาชักชวนให้ผู้ผลิตรถยนต์ ทำเครื่องยนต์รองรับเอธานอลสูงๆขึ้นมา แล้วอยู่ๆก็ยกเลิก เอธานอล ๘๕ ออกไป
การชักเข้าชักออกอย่างที่ว่ามา จึงทำให้คนใช้รถสับสน ไม่รู้ว่าที่ชวนให้ใช้ กับที่ยกเลิกไปนั้น มันดีหรือเลวอย่างไร
สิ่งสำคัญก็คือข้าพเจ้า หรือกูนี่ละ พอถึงเวลาอยากเชิญชวน ก็มาขอร้อง มาบอกว่ากูต้องทำเพื่อประเทศชาติ แต่ไม่เคยสนับสนุนอะไรกู พออยากเลิก กูก็ถูกทอดทิ้ง รายได้ค่าโฆษณาจากบริษัทน้ำมัน ที่เคยได้ตามปรกติของธุรกิจ พอไปขวางทางเขาเข้า เขาก็ถอดออก เงินรายได้กูก็หาย ภาครัฐที่มาขอร้องกู ก็ไม่เคยคิดจะช่วยจริงจังและถาวร
เอากันจริงๆ แม้แต่บริษัทน้ำมันที่รัฐกำกับดูแล ก็ทิ้งๆขว้างๆ ทำเหมือนกับกูต้องไปงอนง้อ อยากใช้ก็ให้ผู้ใหญ่โทรมา เลิกใช้ก็ทำเหมือนคนแปลกหน้าไม่รู้จักกัน
วันนี้มาเรียกร้องให้ใช้ ไบโอดีเซล บี๒๐ มาเรียกร้องให้ใช้ อี ๘๕ อีกแล้ว คำถามคือ แล้วกระทรวงอุตสาหกรรม ยังจะยืนหยัดที่ ยูโร ๕ ยูโร ๖ ต่อไปอีกหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ต้องมาดูกันว่า น้ำมันที่อยากให้ใช้ มันพาไปถึงจุดนั้นจริงหรือ และผู้ผลิตรถยนต์เขาต้องเพิ่มงบประมาณเท่าไหร่ ถ้าอยากสนองตอบนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง และเมื่อไหร่จะ “ชักว่าว” อีกครั้ง ครับ ( วะ ) สวัสดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี