533.jpg
ลั่นจะอยู่ครบเทอม4ปี  ‘หนู-เชน’หารือชื่นมื่น  เคลียร์ใจเรื่องในอดีต

ลั่นจะอยู่ครบเทอม4ปี ‘หนู-เชน’หารือชื่นมื่น เคลียร์ใจเรื่องในอดีต

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทำเนียบฯเตรียมพร้อมที่ประชุมครม.นัดพิเศษ 6 เมษายนนี้ ภายหลังเข้าถวายสัตย์ฯ วงมื้อเที่ยง “หนู-เชน-หนิม” ชื่นมื่นเสิร์ฟ“อนุทิน” บอกไม่ใช่คนไกลคุ้นกันตั้งแต่ช่วยงานช่วงโควิด เคลียร์ใจไปถึงเรื่องอดีตย้ำมีอะไรโทรคุยได้ตลอด“ยศชนัน”ชี้เวลานี้ต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่เวลาการเมือง โวทำงานร่วมกันซัพพอตซึ่งกันและกัน มั่นใจอยู่ครบ4ปี ร่วมรักษาเสถียรภาพ สร้างความมั่นใจนักลงทุน”รองฯปกรณ์”เผยเหตุร่วม”ครม.หนู2” ลั่นขอสนองงานเพื่อประเทศชาติ-ไม่สนองการเมือง ไม่สังกัดพรรค-ไม่ยุ่งการเมือง-คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล มีการเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ ภายในตึกสันติไมตรี สำหรับใช้ในการประชุม รวมถึงห้องรับรอง และห้องสำหรับถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีแล้ว 


ทั้งนี้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.) เตรียมแจ้งครม.ชุดใหม่ ถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรี และตรวจคัดกรองโควิด-19 เวลา 15.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี โดยก่อนไปเข้าเฝ้าฯจะถ่ายรูปหมู่ ครม.คณะใหม่ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าก่อนที่ เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี นำ ครม.ชุดใหม่ เดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นนายกฯจะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อขอมติรับรองร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เบื้องต้นคาดว่าจะมีการแถลงนโยบาย ในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้

‘เชน-หนิม’มาตามนัดคำเชิญนายกฯ

เมื่อเวลา11.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล และขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตามคำเชิญ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

เวลา 11.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน ก่อนเดินเข้าไปสมทบภายในตึกไทยคู่ฟ้าโดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ

วงมื้อเที่ยง”หนู-เชน-หนิม”ชื่นมื่น

ต่อมาเวลา 12.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้นัดกันมาหารือแนวทางการทำงานร่วมกันโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ได้พูดกันหลายเรื่องและทั้งพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยเคยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อถามว่าบรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน หันไปอมยิ้มให้กับนายจุลพันธ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่นายจุลพันธ์และนายยศชนันจะพร้อมใจกันยิ้มจากนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า“ก็ยืนไหล่ชนไหล่กันอย่างนี้แล้ว”

หนูบอกคุ้นเคยช่วยงานช่วงโควิด

เมื่อถามว่าในการพูดคุยได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และนายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ มีความคุ้นเคยกันมาก่อน สมัยตนเป็นรมว.สาธารณสุข สู้กับโควิด ก็ได้นายยศชนันมาให้คำแนะนำหลายอย่างจึงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่านโยบายไหนจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหลังเข้าทำหน้าที่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกเรื่อง นโยบายของแต่ละพรรคเป็นเรื่องที่เราต้องทำด้วยกัน

เคลียร์ใจย้ำมีอะไรโทรคุยได้ตลอด

เมื่อถามว่าการทำงานหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ยึดถือความเป็นพรรคใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกันและพูดไปถึงขนาดว่าก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงานเพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ แต่จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มีเพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง นายยศชนัน นายจุลพันธ์หรือใครก็ตามที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยสามารถมาคุยกับตนได้ตลอด เราไม่ได้เจอกันเฉพาะตอนประชุมคณะรัฐมนตรีตนบอกนายยศชนันว่ามีอะไรไม่ต้องไลท์ให้โทรศัพท์มา หรือมาหากันเลย จะมาหาหรือให้ตนไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย

โวทำงานต้องซัพพอตซึ่งกันและกัน

มั่นใจอยู่ครบ4ปีมีเสถียรภาพ สร้างความมั่นใจนักลงทุน

เมื่อถามว่านายยศชนัน จะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าครับ คุมกระทรวงทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแลและยังมีหน่วยงานต่างๆในสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่าการลงพื้นที่จะชวนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงพื้นที่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างทานอาหารได้แจ้งนายยศชนันว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้งแรงงาน เกษตรและสหกรณ์และอว.ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง4 ปี นายอนุทินหัวเราะไม่ตอบคำถาม เช่นเดียวกับนายยศชนันที่หัวเราะแล้วกล่าวว่า”เราต้องซัพพอร์ทกัน ผมว่ารัฐบาลต้องการเสถียรภาพ ตอนนี้ประชาชนสำคัญมาก และเสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนฉะนั้นตอนนี้เราต้องร่วมกันรักษาเสถียรภาพไว้ให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้“

ภาวะวิกฤตต้องพร้อมทำงานทันที

ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะวิกฤติมีหลายเรื่องเราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เพราะความเดือดร้อนเมื่อรัฐบาลพร้อมทำงานเมื่อไหร่วันแรกต้องพร้อมทำงานทันทีจึงอยากหารือแนวทางให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าวันนี้เมื่อเข้ามาทำงานทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้และเป็นไปในแนวทางที่แถลงต่อรัฐสภา เพราะสิ่งที่แถลงเป็นมติของทุกคนที่พร้อมทำงานไปข้างหน้าให้บ้านเมืองและประชาชน โดยนายอนุทิน ได้ชวนคุยทิศทางและแนวทาง เพื่อให้เวลาที่เราสื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้งแล้วมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เมื่อถามว่าจากการพูดคุยวันนี้เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นายยศชนัน ตอบว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”

ยศชนันชี้ต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง

นายยศชนัน กล่าวว่า เราต้องแยกการเมืองกับการบริหารบ้านเมืองเพราะตอนนี้ความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก พอเรารับจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไปเพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมา เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองฉะนั้นเวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล นี้คือภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ ฉะนั้นเวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล เรามีหน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่องตรงนี้เป็นสิ่งที่คุยกับนายอนุทินว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้

ยอมรับเศรษฐีเงินล้านไปยาก

เมื่อถามว่านโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ9คนจะดำเนินการหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่าเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นรายละเอียดเกินไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เราหาเสียงไว้แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามคำแถลงนโยบายที่แถลงต่อสภาฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณซึ่งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย

ย้ำครม.นัดพิเศษเพื่อเคาะนโยบาย

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ถึงการยกเลิกMOU44 นายยศชนันตอบว่าเป็นเรื่องที่ต้องหารือในองค์รวมเพราะเป็นเรื่องเปาะบางสำหรับประชาชนด้านนายอนุทินกล่าวเสริมว่าเป็นเรื่องนโยบาย ที่เราจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯก็ต้องหารือกัน ถ้าเรามาอยู่ในรัฐบาลร่วมกันแล้วนโยบายพรรคร่วมเราก็ต้องนำมาปฏิบัติด้วย

เมื่อถามว่าสำหรับวันแถลงนโยบายประสานไปทางประธานรัฐสภาฯแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าประสานเบื้องต้นไปแล้วโดยจะมีขึ้นก่อนสงกรานต์ เมื่อเราถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 6เม.ย.แล้วจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลก่อนส่งต่อไปยังสภาฯ

‘รองฯปกรณ์’เผยเหตุร่วมครม.หนู2

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วม”รัฐบาลอนุทิน2”ว่าหลังจากที่มีข่าวว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงความประสงค์ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯได้มาทาบทามให้มาช่วยทำงานยอมรับว่าเมื่อถูกทาบทามตนคิดหนักเพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี มีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี ดำรงตำแหน่งเลขากฤษฎีกา 6 ปีและตำแหน่งเลขาธิการกฤษฎีกาก็ไม่ได้มีการกำหนดวาระด้วย ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯว่าขอช่วยในฐานะเลขากฤษฎีกา แต่ได้รับคำตอบกลับจากนายกฯว่าควรมาช่วยลงมือทำและผลักดันงานต่างๆที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆได้น้อย จากนั้นจึงมานั่งไตร่ตรองกับครอบครัวว่าหากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆก็ต้องลงมือทำเอง จึงได้ตอบตกลง

“ทั้งนี้ผมได้ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีว่าไม่ขอเป็นสมาชิกพรรคและปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง จึงเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองอย่างเดียวผมขอเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่สังกัดพรรค” นายปกรณ์ กล่าว

เป้าดันก.ม.ไทยเป็นที่ยอมรับสากล

นายปกรณ์กล่าวอีกว่าส่วนสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำคือ เรื่องการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) และการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ให้สำเร็จ เพราะจะเป็นการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล และเป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก

ส่วนหลักการทำงานด้านกฎหมายในตำแหน่งรองนายกฯ นั้น นายปกรณ์ ระบุว่า ตนก็ยังคงทำเหมือนเดิม และตั้งใจมาผลักดันงานที่ยังค้างอยู่ รวมถึงดูแลทางด้านกฎหมายของรัฐบาลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่ใช่นึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียนหรืออยากเสนออะไรก็เสนออันนี้มันผิดหลัก แต่ก็จะพยามเท่าที่ทำได้ให้เต็มที่ไป

ทำงานเพื่อชาติไม่สนองการเมือง

เมื่อถามว่าจะเป็นเนติบริกรเพื่อทำงานสนองภาคการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า “ผมสนองอย่างเดียวคือประเทศชาติ ผมไม่ได้สนองการเมืองเพราะเป็นนักการเมือง ผมเป็นข้าราชการการเมือง คือข้าราชการประเภทหนึ่งแต่งตั้งโดยฝ่ายการเมือง และทำหน้าที่เหมือนกับข้าราชการในการผลักดันแต่จะมีส่วนในการกำหนดร่วมในการกำหนดนโยบายทิศทางการบริหารราชการแผ่นดิน แทนที่จะทำตามคำสั่งฝ่ายการเมืองหรือนโยบายอย่างเดียว คราวนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและทิศทางต่างๆ แต่ยืนยันว่า ผมไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและไม่มีใบสั่ง ผมยังคงเป็นผม”

ลั่นไม่ยุ่งคดีฮั้วสว.-เขากระโดง

เมื่อถามถึงหลักการทำงานต่อคดีฮั้วเลือกสว.,คดีเขากระโดงหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ แม้กระทั่งตอนที่เป็นข้าราชการประจำตนก็ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ผมตรงไปตรงมา หากเรื่องอยู่ในกระบวนการศาลก็ต้องรอคำวินิจฉัย หากไปให้สัมภาษณ์อะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้สังคมเกิดความสับสน และจะเป็นการชี้นำสังคม ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ตนจะไม่ทำ “หน้าที่ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีใดๆ”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top