วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 7 เมษายน 2569 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า
สงครามน้ำลายกำลังปั่นป่วนเศรษฐกิจโลก รัฐต้องหาทางลดราคาน้ำมันลงโดยด่วน และเร่งออกมาตราการช่วยเหลือคนจนให้มากที่สุดเป็นอันดับแรก
ปธน.ทรัมป์ยังคงขู่ต่อไปแล้วก็จะมีคนกลางมาเจรจา การปะทะจะมีประปรายแล้วก็จะข่มขู่กลับไปมา น้ำมันก็จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ ฝ่ายที่แพ้จริงๆ คือประชากรโลก
เมื่อเช้าวันที่ 6 เมษายน ปธน.ทรัมป์มีแถลงที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง
“ทั้งประเทศสามารถถูกทำลายได้ภายในคืนเดียว และคืนนั้นอาจเป็นคืนพรุ่งนี้” โดยเส้นตายที่เขากำหนดเองจะหมดอายุในวันที่ 7 เมษายน เวลา 20.00 น. (ตรงกับเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 เมษายนในสิงคโปร์)
ทรัมป์ย้ำว่าอิหร่านต้องทำข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ “การขนส่งน้ำมันอย่างเสรี” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญ มิฉะนั้นจะเกิด “การทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง... และมันจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง”
“สะพานทุกแห่งในอิหร่านจะถูกทำลายราบ ภายในเวลาเที่ยงคืนของคืนพรุ่งนี้ ขณะที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านจะหยุดทำงาน ลุกไหม้ ระเบิด และจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป”
และทรัมป์กำลังพิจารณาแผนการเก็บค่าผ่านทาง สำหรับน้ำมันที่ผ่านช่องแคบดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงคำขู่ของอิหร่านที่จะทำในลักษณะเดียวกัน
ในมุมมองส่วนตัว
คำกล่าวของปธน.เป็นคำขู่ เพื่อให้คนกลางใส่ความพยายามเจราจาให้อิหร่านยอมรับ โดยเอื้อให้เห็นว่าสหรัฐเป็นฝ่ายมีชัย
อย่างไรก็ดีการสู้รบจะไม่ขยายวง แต่การขาดแคลนน้ำมันจะรุนแรงขึ้น รัฐบาลทั่วโลกต้องตื่นตัวรับมือกับสงครามข่าวสาร และสงครามจิตวิทยาที่กำลังทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นทำร้ายเศรษฐกิจโลก
คนไทยเองต้องยอมรับว่า เรากำลังอยู่ในภาวะสงครามที่ก่อเกิดวิกฤตพลังงาน ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์แทนการโยนความผิดให้รัฐบาล ทั้งนี้เพื่อวางแผนรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยระยะสั้น ผู้ที่หันมายอมรับความจริงและเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก คือผู้ท่ีจะบาดเจ็บน้อยที่สุด
***รัฐบาลไทยต้องทำงานแข่งกับเวลา งัดทุกมาตราการออกมาอย่างเร่งด่วน จะซื้อเวลาให้การแก้ปัญหาล่าช้าออกไปไม่ได้เลย แม้แต่วันเดียว***
คนรวยและผู้มีความพร้อมต้องช่วยประคองผู้ที่มีกำลังน้อย เช่น หาทางประคองกิจการโดยไม่ลดการว่าจ้างงาน และนำโมเดลช่วงโควิดออกมาใช้รับมือกับผลกระทบ
การที่ยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์พุ่งทะยานขึ้น แสดงให้เห็นว่าวิกฤตส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก **การให้ความช่วยเหลือของรัฐจึงต้องเพิ่มน้ำหนักไปที่ประชาชนกลุ่มนี้เป็นสำคัญ รัฐต้องมีนโยบายอุ้มคนจนให้มากที่สุด**
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี