533.jpg
อ.อัจฉราวดี จี้รัฐบาลทำงานแข่งกับเวลา งัดทุกมาตรการออกมา รับมือวิกฤตพลังงาน

อ.อัจฉราวดี จี้รัฐบาลทำงานแข่งกับเวลา งัดทุกมาตรการออกมา รับมือวิกฤตพลังงาน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.24 น.

วันที่ 7 เมษายน 2569 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า

สงครามน้ำลายกำลังปั่นป่วนเศรษฐกิจโลก  รัฐต้องหาทางลดราคาน้ำมันลงโดยด่วน  และเร่งออกมาตราการช่วยเหลือคนจนให้มากที่สุดเป็นอันดับแรก


ปธน.ทรัมป์ยังคงขู่ต่อไปแล้วก็จะมีคนกลางมาเจรจา   การปะทะจะมีประปรายแล้วก็จะข่มขู่กลับไปมา น้ำมันก็จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ  ฝ่ายที่แพ้จริงๆ คือประชากรโลก

เมื่อเช้าวันที่ 6 เมษายน ปธน.ทรัมป์มีแถลงที่ทำเนียบขาวว่า  เขาจะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง

“ทั้งประเทศสามารถถูกทำลายได้ภายในคืนเดียว และคืนนั้นอาจเป็นคืนพรุ่งนี้”  โดยเส้นตายที่เขากำหนดเองจะหมดอายุในวันที่ 7 เมษายน เวลา 20.00 น. (ตรงกับเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 เมษายนในสิงคโปร์)

ทรัมป์ย้ำว่าอิหร่านต้องทำข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับ “การขนส่งน้ำมันอย่างเสรี” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญ มิฉะนั้นจะเกิด “การทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง... และมันจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง”

“สะพานทุกแห่งในอิหร่านจะถูกทำลายราบ  ภายในเวลาเที่ยงคืนของคืนพรุ่งนี้ ขณะที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านจะหยุดทำงาน ลุกไหม้ ระเบิด และจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป”

และทรัมป์กำลังพิจารณาแผนการเก็บค่าผ่านทาง  สำหรับน้ำมันที่ผ่านช่องแคบดังกล่าว   ซึ่งสะท้อนถึงคำขู่ของอิหร่านที่จะทำในลักษณะเดียวกัน

ในมุมมองส่วนตัว

คำกล่าวของปธน.เป็นคำขู่ เพื่อให้คนกลางใส่ความพยายามเจราจาให้อิหร่านยอมรับ  โดยเอื้อให้เห็นว่าสหรัฐเป็นฝ่ายมีชัย

อย่างไรก็ดีการสู้รบจะไม่ขยายวง  แต่การขาดแคลนน้ำมันจะรุนแรงขึ้น  รัฐบาลทั่วโลกต้องตื่นตัวรับมือกับสงครามข่าวสาร  และสงครามจิตวิทยาที่กำลังทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นทำร้ายเศรษฐกิจโลก

คนไทยเองต้องยอมรับว่า  เรากำลังอยู่ในภาวะสงครามที่ก่อเกิดวิกฤตพลังงาน   ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์แทนการโยนความผิดให้รัฐบาล   ทั้งนี้เพื่อวางแผนรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยระยะสั้น  ผู้ที่หันมายอมรับความจริงและเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก   คือผู้ท่ีจะบาดเจ็บน้อยที่สุด   

***รัฐบาลไทยต้องทำงานแข่งกับเวลา งัดทุกมาตราการออกมาอย่างเร่งด่วน  จะซื้อเวลาให้การแก้ปัญหาล่าช้าออกไปไม่ได้เลย  แม้แต่วันเดียว***

คนรวยและผู้มีความพร้อมต้องช่วยประคองผู้ที่มีกำลังน้อย   เช่น  หาทางประคองกิจการโดยไม่ลดการว่าจ้างงาน  และนำโมเดลช่วงโควิดออกมาใช้รับมือกับผลกระทบ  

การที่ยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์พุ่งทะยานขึ้น  แสดงให้เห็นว่าวิกฤตส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก   **การให้ความช่วยเหลือของรัฐจึงต้องเพิ่มน้ำหนักไปที่ประชาชนกลุ่มนี้เป็นสำคัญ   รัฐต้องมีนโยบายอุ้มคนจนให้มากที่สุด**

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top