วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
7 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" โพสต์ข้อความระบุว่า ยกคำร้อง! ศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวคดี ม. 110 ‘เอกชัย’ เห็นว่ามีสิทธิรักษาตามระเบียบ เจ้าตัวระบุยังไม่ได้ตรวจ CT Scan เพื่อหาสาเหตุอาการปวดแผล
ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังระหว่างฎีกาคดีมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินี หลังมีการยื่นประกันตัวไปเมื่อ 31 มี.ค. 2569
ในการยื่นประกันครั้งนี้ได้ระบุเหตุผลเกี่ยวกับอาการป่วยของเอกชัยที่เคยเป็นโรคฝีในตับ และมีอาการเจ็บบริเวณตับ ปัสสาวะไม่สุด โดยคาดว่าอาจเกี่ยวกับการถูกคุมขังที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง เห็นว่า “กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม อาการเจ็บป่วยจำเลยมีสิทธิรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว”
ศาลฎีกายกคำร้องเป็นครั้งที่ 3 ด้านเอกชัยยังไม่ได้รับการตรวจ CT Scan ที่ รพ.ราชทัณฑ์
เอกชัยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับ จากศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นลงโทษจำคุกเอกชัย 21 ปี 4 เดือน พร้อมกับจำเลยอีกสี่คนถูกจำคุกคนละ 16 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดในระหว่างฎีกา สำหรับกรณีของเอกชัยนั้น การยื่นประกันตัวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3
ในคำร้องได้ระบุว่าได้มีการเสนอหลักทรัพย์เป็นวงเงินประกัน 1,000,000 บาท และจำเลยยินยอมให้มีการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) รวมถึงยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพื่อป้องกันการหลบหนี พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลหลักเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพของเอกชัย ซึ่งการคุมขังอย่างไม่ถูกสุขลักษณะทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2566 ขณะที่จำเลยถูกคุมขังในคดีอื่น จำเลยป่วยเป็นโรคฝีในตับ ซึ่งติดเชื้อระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี หลังจำเลยพ้นโทษในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ก็ยังคงต้องตรวจ CT Scan เพื่อติดตามโรคทุก 3-6 เดือน
ต่อมาตั้งแต่กันยายน 2568 ที่จำเลยถูกคุมขังในคดีนี้ จำเลยร้องขอให้ตรวจ CT Scan ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2568 แต่ไม่เคยถูกเรียกเข้าตรวจ โดยเห็นว่าสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะภายในเรือนจำ ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง โดยจำเลยเริ่มมีอาการปวดแผล
จนวันที่ 4 มี.ค. 2569 มีอาการเจ็บใกล้จุดที่เคยรักษาฝีในตับ และมีอาการปัสสาวะไม่สุด ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2569 จนเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 ขณะยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ก็ยังไม่ได้รับการตรวจ CT Scan
ต่อมา คำร้องขอประกันถูกส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา ต่อมาในวันที่ 3 เม.ย. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยคำสั่งลงวันที่ 1 เม.ย. 2569 ระบุว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”
ทั้งนี้พบว่า เมื่อ 27 มี.ค. 2569 เอกชัยถูกส่งตัวกลับจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรมให้ตรวจสอบปัญหาการรักษาพยาบาลในกรณีของเอกชัย พร้อมเรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัว
ราชทัณฑ์ออกชี้แจง – ส่วนจดหมายเอกชัย ระบุถูกส่งตัวกลับเรือนจำโดยยังไม่ได้ตรวจ CT Scan ยังไม่ทราบสาเหตุที่ปวดแผล
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงชี้แจงถึงกรณีของเอกชัย โดยระบุถึงผลการตรวจอัลตราซาวน์ช่องทางส่วนบน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 พบภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ได้แจ้งผลให้เอกชัยทราบ และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย สามารถกลับไปคุมขังและดูแลต่อที่เรือนจำได้
และผลการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง โดยผลการตรวจเลือดและปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ พร้อมจัดยาให้รับประทานต่อเนื่อง 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยระบบขับถ่าย และมีความเห็นให้ส่งตัวกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 พร้อมกับนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค. 2569
ขณะเดียวกันวันที่ 7 เม.ย. 2569 เอกชัยยังได้ส่งจดหมายจากเรือนจำกลางคลองเปรม มาถึงโครงการ Freedom Bridge เพื่ออัปเดตอาการเจ็บป่วยของเขา โดยระบุเนื้อหาว่า
“13 มี.ค. ที่ผ่านมา รพ.ราชทัณฑ์ รับผมเป็นคนไข้ในเพื่อตรวจอาการปวดแผลบริเวณที่ผมเคยผ่าตัดตับก่อนหน้านี้ เนื่องจาก รพ.ราชทัณฑ์ เกรงอาการปวดแผลนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคเดิม
แม้ รพ.ราชทัณฑ์จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเตียงคนไข้กว่า 500 เตียง แต่มีแพทย์เฉพาะโรคเพียงไม่กี่คน เครื่องมือทางการแพทย์จำกัด บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ การตรวจรักษาผู้ต้องขังที่นี่จึงไม่สมบูรณ์
22 ก.ย. (2568) ที่ผ่านมา ผมร้องขอการตรวจ CT Scan เพื่อติดตามโรคฝีในตับที่ผมเคยรักษาที่นี่ แต่ผ่านไปเกือบ 6 เดือน ผมยังคงไม่ได้รับการตอบสนอง จนผมเริ่มมีอาการปวดแผลตั้งแต่ 4 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา
23 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา ผมได้รับการตรวจ Ultra Sound แพทย์แจ้งว่าไม่พบความผิดปกติใด ผมยังคงมีอาการปวดแผลเป็นระยะ ๆ แพทย์จึงสันนิษฐานผมมีอาการกระบังลมอักเสบ และจ่ายยาแก้อักเสบเพียง 2 วัน
27 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา ผมถูกส่งตัวกลับ รจ.คลองเปรม โดยยังไม่มีการตรวจ CT Scan ตราบใดที่ผมยังไม่ทราบสาเหตุอาการปวดแผลที่ชัดเจน ผมคงต้องออก รพ.ราชทัณฑ์ เพื่อพบแพทย์เป็นระยะ ๆ”
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี