542.jpg
ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัวคดี ม.110 เอกชัย แม้หมอสุภัทร ให้ความเห็นอาการปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง

ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัวคดี ม.110 เอกชัย แม้หมอสุภัทร ให้ความเห็นอาการปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.55 น.

15 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลฎีกายกคำร้องประกันตัวคดี ม.110 ‘เอกชัย’ แม้หมอสุภัทร ให้ความเห็นอาการปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง ควรได้รับการรักษาเฉพาะทางเพื่อคัดกรองโรคร้าย

วันที่ 15 ก.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังวัย 51 ปี ในคดีที่ถูกกล่าวหาในข้อหา “ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี” ตามมาตรา 110 หลังจากทนายความยื่นประกันตัวเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา


การยื่นประกันตัวครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ตั้งแต่ถูกคุมขัง ปัจจุบันเอกชัยระบุว่ามีอาการปวดท้องและน้ำหนักลดเรื้อรัง และในคำร้องขอประกันตัวได้อ้างความเห็นทางการแพทย์ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อคัดกรองภาวะโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือโรคอื่น ๆ จึงขอให้ส่งตัวเอกชัยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพ หรือควรให้เอกชัยได้รับการประกันตัว เพื่อรับการรักษาโดยละเอียดด้วยตนเองต่อไป

ศาลฎีการะบุคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบเหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว”

ขณะที่เอกชัยถูกขังมามากกว่า 10 แล้ว แม้ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องคดี จากนั้นศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับ และลงโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน จึงเป็นเหตุให้เอกชัยถูกขังระหว่างชั้นฎีกาตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

- ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำคุก 21 ปี 4 เดือน และถูกขังมา 10 เดือนเศษแล้ว หลังถูกขังชั้นฎีกา

เกี่ยวกับคดีที่เอกชัยถูกคุมขัง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ในคดีที่เขาและประชาชนรวม 5 คน ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินีที่ผ่านเข้ามาในที่ชุมนุม เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยลงโทษจำคุกเอกชัยถึง 21 ปี 4 เดือน

เอกชัยถูกคุมขังรอบนี้เป็นครั้งที่ 7 ในชีวิตแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยถูกคุมขังมาทั้งในคดีมาตรา 112 กรณีขายซีดีสารคดีของสำนักข่าว ABC และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์เรื่องเพศสัมพันธ์ในเรือนจำ เขากับเพื่อนร่วมคดีรวม 5 คน ได้ถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568

- ยื่นประกันตัวครั้งที่ 4: เอกชัยมีอาการปวดท้อง-น้ำหนักลดเรื้อรัง แพทย์ระบุควรได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อคัดกรองโรคร้าย ขอให้ส่งตัวเอกชัยเข้ารับการรักษา - ให้สิทธิประกันตัว

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวเอกชัยเป็นครั้งที่ 4 (นับตั้งแต่ถูกขัง) พร้อมระบุความเห็นทางการแพทย์ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ให้ความเห็นจากเวชระเบียนว่า เอกชัยมีอาการปวดท้องและน้ำหนักลดเรื้อรัง จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อคัดกรองภาวะโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือโรคอื่น ๆ ซึ่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีศักยภาพในการให้การรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ จึงขอให้กรมราชทัณฑ์ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพ หรือควรให้เอกชัยได้รับการประกันตัว เพื่อการเข้ารับการตรวจรักษาโดยละเอียดด้วยตนเองต่อไป

ทั้งนี้ ในการยื่นประกันตัวครั้งนี้ ได้เสนอหลักประกันเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาท หรือตามที่ศาลกำหนด พร้อมกับหากเห็นสมควร ให้ศาลเบิกตัวเอกชัยมาไต่สวนเพื่อตั้งเงื่อนไขในการประกันตัว และยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ

สำหรับคำร้องขอประกันตัวโดยสรุป ยืนยันจำเลยเคลื่อนไหวในทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ไม่เคยก่อความรุนแรง แม้ว่าจำเลยถูกดำเนินคดีกว่า 30 คดี และเคยถูกจองจำในคดีมาตรา 112, คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมถึงถูกคุมขังในชั้นสอบสวนในคดีนี้ก่อนได้รับการประกันตัว แต่จำเลยไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี และไม่คิดจะหลบหนี จำเลยต้องการต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด การควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างการพิจารณา นอกจากจะขัดต่อหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ยังเป็นการคุมขังที่เกินจำเป็นและอาจส่งผลต่อสุขภาพของจำเลยอย่างร้ายแรง

จำเลยเห็นว่า การที่จำเลยได้พักรักษาตัวที่บ้านพักซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกว่าย่อมเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง และเห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาที่ขัดแย้งกัน การที่ถูกปฏิเสธการให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกา จนเป็นเหตุให้สุขภาพตกอยู่ในความเสี่ยง จำเลยควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของจำเลย

สำหรับอาการป่วยของเอกชัย ระบุว่าก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน 2566 จำเลยป่วยเป็นโรคฝีในตับ จากการติดเชื้อในระหว่างคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จนถูกส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์วินิจฉัยว่าติดเชื้อแบคทีเรียจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แม้จำเลยจะพ้นโทษคดีนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่จำเลยยังคงต้องตรวจซีทีแสกนเป็นระยะเพื่อติดตามโรค

ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 จำเลยถูกคุมขังในคดีนี้ในเรือนจำคลองเปรมด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากบ้านพักของจำเลย เป็นผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง จำเลยยื่นคำร้องขอตรวจซีทีสแกนต่อเรือนจำคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2568 แต่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

จนกระทั่งวันที่ 4 มี.ค. 2569 จำเลยเริ่มมีอาการปวดแผลใกล้จุดที่เคยรักษาโรคฝีในตับและปวดเพิ่มขึ้นจากการถูกส่งตัวฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในวันที่ 13 มี.ค. 25569 จำเลยได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ และผลการตรวจะยังไม่พบความผิดปกติของตับ แต่จำเลยยังคงมีความเสี่ยงต่อการกลับมาของโรคฝีในตับและแพทย์พบอาการใหม่อย่างน้อยสองอาการคือ ต่อมลูกหมากโต และกระบังลมอักเสบ โดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน เห็นได้ชัดว่าสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากบ้านพักของจำเลยและการขาดการตรวจติดตามโลกอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพจำเลยทรุดโทรมลง

ทั้งนี้ ในคำร้องประกันตัวระบุว่า นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ทำความเห็นทางการแพทย์จากการอ่านเวชระเบียนผู้ป่วยในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ของจำเลย โดยมีความเห็นว่า

“เอกชัย หงส์กังวาน ควรได้รับการตรวจรักษาและการวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างจริงจังสำหรับอาการปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดเรื้อรัง เพื่อคัดกรองภาวะโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก หรือโรคอื่นใดที่เป็นเป็นสาเหตุได้ จากโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญหลายแผนก ซึ่งทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีศักยภาพในการให้การรักษาอย่างเพียงพอตามมาตรฐานทางการแพทย์ จึงขอให้กรมราชทัณฑ์ได้ส่งต่อเอกชัย ไปทำการตรวจรักษาอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลของรัฐที่มีศักยภาพ อาทิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ หรือควรให้เอกชัยได้รับการประกันตัว เพื่อการเข้ารับการตรวจรักษาโดยละเอียดด้วยตนเองต่อไป ขอให้ท่านให้ความสำคัญกับการเข้าสิทธิในการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์ของผู้ต้องขัง อันเป็นสิทธิและความเป็นธรรมที่คนทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม”

ข้อมูลทางการแพทย์มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เอกชัยไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องด้านขวา เคยมีประวัติเป็นฝีในตับเมื่อปี 2563 โดยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี การรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ในครั้งนี้ หลังจากได้รับตัวไว้นอนรักษาตัว 3 วัน (13-16 มี.ค. 2569) ได้รับการวินิจฉัยก่อนออกจากโรงพยาบาลว่า “Abdominal Pain” หรือ “ปวดท้อง” แปลว่า ยังไม่ได้ตรวจพบสาเหตุที่แท้จริง แพทย์ให้ยากลุ่มโรคกระเพาะ ยาต่อมลูกหมากโต และยาทาผิวแห้ง และระบุว่า “รอผลการตรวจอัลตราซาวด์ (USG) ในวันที่ 23 มี.ค. 2569 (โดยผลอัลตราซาวด์ช่องท้อง ระบุว่า มีตับม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งไม่อธิบายภาวะปวดท้อง) ดังนั้น แท้จริงการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่เอกชัยปวดท้องได้

2. ภาพรวมของสุขภาพเอกชัย อายุ 50 ปี ส่วนสูง 185 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 65 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานปกติมาก ตามมาตรฐานทางการแพทย์ชายที่สูง 185 เซนติเมตร ควรมีน้ำหนักตัวที่ 85 กิโลกรัม ทั้งนี้ น้ำหนักเอกชัยต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 20 กิโลกรัม และเอกสารในบันทึกทางการพยาบาล ระบุว่าเอกชัยมีภาวะน้ำหนักลดจาก 72 กิโลกรัม เหลือ 65 กิโลกรัมใน 6 เดือน

สิ่งที่ต้องหาสาเหตุคือ อะไรที่ทำให้เอกชัยมีภาวะน้ำหนักลดลง (Weight loss cause) ในทางการแพทย์นั้น น้ำหนักที่ลดลงเร็วเช่นนี้ ต้องคิดถึงโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งที่กำลังก่อตัว หรือสภาวะทางสุขภาพจิต

แต่ทั้งนี้ผลการการตรวจประเมินสุขภาพจิตรับใหม่ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ลงวันที่ 16 มี.ค. 2569 สรุปว่า “การประเมินในปัจจุบัน ไม่พบปัญหาสุขภาพจิต ไม่พบอาการโรคซึมเศร้า ไม่พบแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย ไม่พบข้อบ่งชี้อาการทางจิตที่เด่นชัด” เห็นได้ว่าเอกชัยไม่มีปัญหาสุขภาพจิต ดังนั้น สาเหตุที่น้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นสาเหตุจากโรคทางกาย ไม่ใช่สาเหตุทางสุขภาพจิต

อย่างไรก็ตาม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่ได้หาสาเหตุโรคทางกายที่ทำให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะโรคมะเร็งอย่างเพียงพอ

3. เมื่อเอกชัยปวดท้องเรื้อรังที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับภาวะน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว 7 กิโลกรัมใน 6 เดือน โดยที่ภาวะฝีในตับเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้หายหมดแล้ว (ทราบจากผลการตรวจอัลตราซาวด์ ในวันที่ 23 มี.ค. 2569 ระบุว่า ไม่พบร่องรอยของก้อนในตับ ซึ่งหมายถึงฝีในตับ มีเพียงตับม้ามโตเล็กน้อย)

ในทางการแพทย์ต้องหาสาเหตุว่า อะไรที่ทำให้ปวดท้องเรื้อรังและน้ำหนักลดเรื้อรังร่วมกัน โดยที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพจิต ต้องค้นหาโรคมะเร็งอย่างจริงจัง ก่อนจะสรุปว่าปวดท้องดังกล่าวไม่ใช่โรคมะเร็ง หรือค้นหาลุ่มโรคด้านภูมิคุ้มกันวิทยา หรือการติดเชื้อ เช่นพยาธิ เป็นต้น เมื่อหาไม่พบโรคที่ชัดเจนแล้ว จึงรักษาไปตามอาการ เช่น การให้ยากระเพาะที่ทำอยู่ในปัจจุบันได้ อีกทั้งภาวะต่อมลูกหมากโตที่ระบุนั้น ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่ได้ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแต่อย่างใด

หากศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า อาการเจ็บป่วยเหล่านี้ของจำเลยสามารถรักษาได้ในเรือนจำจนปฏิเสธให้ประกันตัวจำเลย จำเลยไม่อาจเห็นพ้องด้วย เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ล้วนให้สิทธิ์ประชาชนผู้ต้องขังรักษาอาการป่วยจากโรงพยาบาลของรัฐ การรักษาพยาบาลของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้นเป็นเพียงการรักษาตามอาการ แต่ไม่ได้วินิจฉัยหาสาเหตุโรคของจำเลย หากจำเลยเป็นโรคร้ายแรง สภาพความเป็นอยู่ และการรักษาพยาบาลที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของจำเลยได้

ศาลฎีกายกคำร้อง ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม - จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว

ต่อมาในวันที่ 15 ก.ค. 2569 นายประกันไปฟังคำสั่งศาลฎีกา และแจ้งคำสั่งว่ายกคำร้อง โดยศาลระบุว่า “พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบเหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้เอกชัยยังคงถูกขังอยู่ที่เรือนจำคลองเปรมต่อไป ซึ่งจนถึงวันนี้ (15 ก.ค. 2569) เอกชัยถูกขังมาแล้ว 10 เดือนเศษ

*อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/84640

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top