วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
"อนุทิน"เผยแถลงนโยบาย รบ.จบถก ครม.นัดแรกทันที 11 เม.ย. เหตุบ้านเมืองมีปัญหาเยอะต้องเร่งแก้ วางแผนการเตรียมดูแล ปชช.ช่วงสงกรานต์แล้ว ใช้น้ำมันปกติไม่ขาดแคลนแน่นอน ช่วงนี้ขอ ครม.ร่วมกันประหยัด ช่วยกันใช้รถส่วนตัว-รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมจอดรถแวะถามชายถือป้ายร้องทุกข์หน้าทำเนียบฯ
7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 17.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินมายังตึกบัญชาการ 1 โดย นายอนุทิน กล่าวว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียบร้อยหรือไม่ โดยนายกฯ ได้เดินดูห้องทำงานทุกชั้น จากนั้น นายอนุทิน ได้ลงมาจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ และห้องทำงานที่ปรึกษานายกฯ จากนั้น นายกฯ เดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางยังได้แวะดูจุดชาร์ทรถยนต์ไฟฟ้า
.jpg)
ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.แล้ว เมื่อถามว่า รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9 - 10 เม.ย.แล้ว จากนั้นวันที่ 11 เม.ย.จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์ จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถามว่า มาตรการที่บอกให้ทุกกระทรวงไปดูแล้วมาเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต้องโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง
เมื่อถามว่า จะลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ เมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจ จึงต้องรอการแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง มีการใช้อำนาจนายกฯ ในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบาย นี่คือเหตุผลที่พอเราแถลงนโยบายเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 เม.ย.เวลากลางคืน หากจะประชุม ครม.ต่อเลยคงไม่ทัน จึงนัดประชุมวันที่ 11 เม.ย.
.jpg)
เมื่อถามว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ จะไปไหน นายอนุทิน กล่าวว่า "วนอยู่แถวนี้ ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ ครม.ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย ตอนแรกตนก็ไม่อยากใช้ แต่พอมีวิกฤตน้ำมัน ครอบครัวก็บอกให้เอามาใช้เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ พอเอามาลองใช้ก็ติดใจ สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง ประหยัดกว่าน้ำมันแน่นอน"

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ ขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายอนุทินได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคน ที่ยืนถือป้ายข้อความว่า "ท่านนายกฯ ครับ ช่วยจับคนโกงเงินประชาชน เมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้ว ขอคืนด้วยครับ" "ท่านอย่าปกป้องคนโกงเงินคนจน มีรายชื่อทำไมไม่จับ" ซึ่งพบว่ามายืนเกือบทุกวัน โดยนายอนุทิน ได้สอบถามว่า ได้ทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า "ทำเรื่องไว้แล้วแต่มันเงียบ" นายอนุทิน จึงกล่าวตอบไปอีกว่า "กลัวเป็นลมเป็นแล้งยืนทั้งวันเลยหรือ" ชายคนดังกล่าวตอบว่า "ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน" จากนั้น นายกฯ ได้ขับรถเดินทางกลับ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี