วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
“สุริยะ” ควง 2 รมช.เกษตรฯ เข้ากระทรวงวันแรก ชู 5 นโยบายหลัก 6 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาภาคเกษตร รับมือวิกฤติพลังงาน จากผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง เดินหน้าเจรจานำเข้าปุ๋ยจาก รัสเซีย คู่กวาดล้างขบวนการกักตุนในประเทศ หลังพบราคาพุ่งกระทบต้นทุนการผลิตโดยรวมของเกษตรกร หยอดยาหอม ย้ำข้าราชการกระทรวง ดำเนินนโยบายยึดผลประโยชน์เกษตรกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ
วันที่ 8 มีนาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง 2 คน ถือฤกษ์ 09.09 น. เดินทางเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง 6 จุดสำคัญ บริเวณโดยรอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในวาระเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ ซึ่งบรรยากาศตลอดช่วงเช้าได้มีข้าราชการกระทรวงเกษตรฯอธิบดีกรมต่างๆ คณะทำงานรัฐมนตรี และทีมงานพรรคเพื่อไทย ใส่เชิ้ตขาวไม่สวมสูท รอต้อนรับ และร่วมส่งกำลังใจ
จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เรียกประชุมหน่วยราชการเข้าพูดคุย และหารือถึงแนวทางการดำเนินนโยบายของกระทรวงฯ ที่จะใช้ขับเคลื่อนแผนงาน ทั้งมาตรการแก้ปัญหาภาคเกษตร และการรับมือผลกระทบวิกฤติพลังงานโลกจากการสู้รบตะวันออกกลาง

นาย สุริยะ กล่าวว่า นโยบายที่จะขับเคลื่อนมี 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมผลักดันบิ็กดาต้า AI เข้ามาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและส่งเสริมคุณภาพสินค้า ทั้งในระดับชุมชนและภาคเกษตรกรรม /เพิ่มรายได้เกษตรกรผ่านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาและขยายตลาดทางการแข่งขัน/สร้างทักษะเกษตรกรทุกระดับผ่านการให้องค์ความรู้ในการทำเกษตรสมัยใหม่ /ปรับโครงสร้างสินค้าเกษตรให้สอดคล้องตลาดให้ผลิตผลค้าขายได้จริง ซึ่งจะต้องวางแผนตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการหาตลาด การขนส่งเชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นและไม่กลับไปตกต่ำ และจะทำควบคู่กับการปราบสินค้าเกษตรเถื่อนผิดกฎหมาย ตลอดจนจะต้องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วม/น้ำแล้ง ทำให้น้ำมีเพียงพอต่อภาคเกษตร และภาคครัวเรือน รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ขณะที่ นโยบายเร่งด่วนจะเดินหน้าขับเคลื่อน 6 มาตรการ ประกอบด้วย การปรับปรุงการใช้ปุ๋ยชีวภาพ 70/30 เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซีย ลดปัญหาการขาดคแคลน ควบคู่กับการพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เบื้องต้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเดินทางไป เจรจากับประเทศรัสเซีย เพื่อนำเข้าปุ๋ย ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการในฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง เพื่อแก้ปัญหาการกักตุนปุ๋ยที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาการกักตุนปุ๋ยที่มีอยู่ ส่วนปัญหาทางด้านราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ หลังจากตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการกักตุน และในขณะนี้ทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่ามีเครือข่ายไหนที่กักตุนปุ๋ย เบื้องต้นจะมีการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดเอาผิดดำเนินการเอาผิด ทางคดี เชื่อว่า ทั้ง 2 แนวทางทั้งเจรจานำเข้าและปราบปรามผู้กักตุนจะช่วยทำให้ เสนอสถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยและราคาเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนเรื่องปัญหาราคาน้ำมันภาคการเกษตรเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ในส่วนปัญหา เรื่องนี้มันภาคการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสรุปข้อมูลปัญหาทั้งหมดเพื่อ ใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาโดยรวมให้กับเกษตรกรต่อไป นอกจากนี้มาตรการแก้หนี้เกษตรกรที่พรรคเพื่อไทยได้เคยหาเสียงไว้ ซึ่งเป็นนโยบายเหรียญทองที่จะมีการพักหนี้ให้กับเกษตรกรนาน 3 ปีนั้น เบื้องต้นจะมีการหารือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ กำหนดแนวทางร่วมกันต่อไป
นายสุริยะ ย้ำว่า ทั้ง 3 รัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายอย่างจริงจัง เพราะภาคเกษตรเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ยอมรับ ปัจจุบันภาคเกษตรกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ซึ่งการทำงานของตน ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะปรับบวนทัพเกษตรกรให้มีความพร้อม ทั้งศักยภาพและพื้นที่การเกษตรที่มีความพร้อมต่อภาคการผลิต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี