วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
‘สภาฯ’ ถก 3 ญัตติบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ ‘ภท.’ แนะ 3 ข้อหนุนรัฐบาลทำงานบูรณาการ-พัฒนาระบบข้อมูลน้ำแจ้งเตือนให้ปชช.เตรียมรับมือ-เพิ่มการช่วยเหลือ เยียวยา
วันที่ 8 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ จำนวน 3 ฉบับ ของทั้งสส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ ญัตติของนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ญัตติของนายจุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และญัตติของน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)
โดยนายร่มธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างสุดความสามารถและมีมาตรการต่างๆ ตามมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ปัญหาอุทกภัยก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จึงอยากเสนอรัฐบาลให้ดำเนินการป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ที่ผ่านมาประชาชนต้องเผชิญกับอุทกภัยหลายรูปแบบ หลายพื้นที่เผชิญกับอุทกภัยน้ำท่วม ขณะนี้หลายพื้นที่เผชิญกับภัยความร้อน ความแล้ง และการขาดแคลนน้ำ ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับว่าด้วยการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่รุนแรงแปรปรวน และเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าภาวะโลกรวน ทำให้ภัยเหล่านี้รุนแรงมากขึ้น ถี่ขึ้น คาดเดาได้ยากขึ้นเหมือนที่เราเห็นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาคือการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ชีวิต โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งตนได้เห็นการทำงานเชิงรุกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคนในขณะนั้นที่มีการระดมสรรพกำลังและงบประมาณเข้าไปให้การช่วยเหลือ การให้เงินเยียวยาน้ำท่วมสำหรับครัวเรือนที่เร็วที่สุด และยังเพิ่มการช่วยเหลือแบบขั้นบันไดไปจนถึงมาตรการของกระทรวงต่างๆ ที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มอาชีพต่างๆ ในการฟื้นฟูจากเหตุภัยพิบัติ ซึ่งภัยธรรมชาติกับภาวะโลกรวนถือเป็นบทเรียนที่สำคัญว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า ฉะนั้นวันนี้ เราจึงต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดหากภัยพิบัติจะเกิดขึ้น และตนมีข้อเสนอดังนี้ 1.สนับสนุนให้รัฐบาลผลักดันให้ยกระดับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละลุ่มน้ำให้มีการทำงานอย่างใกล้ชิด เป็นเอกภาพเพื่อให้เกิดการวางแผนจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การจัดสรรงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานเรื่องน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือกู้ภัย การตั้งศูนย์พักพิงให้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ 2.สนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาระบบข้อมูลน้ำ การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและเป็นระบบเดียว หรือที่เรียกว่า single command เราสามารถใช้เทคโนโลยีดาวเทียม เอไอ และเทคโนโลยีต่างๆ นำข้อมูลเรื่องน้ำและสภาพอากาศของหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกันมาประมวลผลปริมาณน้ำฝน และปริมาณน้ำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที และ 3.สนับสนุนรัฐบาลพิจารณาเพิ่มการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนจากภัยพิบัติทุกภัยพิบัติธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยขอสนับสนุนแนวคิดระบบประกันภัยครัวเรือนเข้ามาช่วย ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลของดาวเทียมและเทคโนโลยีแล้ว เราจะสามารถให้เงินเยียวยาประชาชนได้ตรงจุด รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน มีความเหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี