วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
อนุทิน นำทีมแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายยิม เลียก-เบน สมิธ เพิ่มอีก 8,269 ล้าน ขอบคุณหน่วยงานแข็งขัน แม้ผู้ต้องหาใช้เทคโนโลยีขั้นสูง-อำนาจเงินมหาศาล แต่เอาผิดได้ ย้ำขอยึดหลักปราบปราม ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ลั่นถ้าทำผิดไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดีที่นางสาวแตงไทย กรณีนายยิม เลียก, นางวิรินยา ยิม, นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
ทำให้สำนักงาน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ อาทิ รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้เงิน เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวทั้งหมด มีจำนวน 102 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท
นายอนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการยึด และอายัดทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวไว้ได้มูลค่านับถึงวันนี้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่กลุ่มอาชญากรรมกลุ่มนี้ ที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยและสร้างความเดือดร้อนให้กับระบบเศรษฐกิจและประชาชนที่เป็นเหยื่อ เนื่องจากการกระทำความผิดนี้มีพื้นฐานมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยมองข้ามอาชญากรรมประเภทนี้ พร้อมขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ ที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เต็มใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานได้ หน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนัก และยอมรับว่า ประชาชนตลอดจนนานาชาติมีความต้องการที่อยากจะให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์ มีความซับซ้อน และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล และมีเครือข่าย หรือแม้กระทั่งมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ บริหารบ้านเมืองอยู่ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้กำชับกับหน่วยงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมลักษณะนี้ว่า ให้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากพบว่ากระทำความผิดก็จะดำเนินการทุกอย่างอย่างเข้มงวด และปราศจากข้อยกเว้น
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องทำตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงาน ปปง. ก็จะมีการดำเนินการ เช่น การคุ้มครองผู้เสียหาย ตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนให้กับผู้เสียหาย ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แล้วจะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย พร้อมทั้งความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนขยายผล โดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด นอกจากนี้จะมีการพิจารณาดำเนินการกล่าวโทษ กับผู้ที่กระทำความผิดอาญา ฐานฟอกเงินโดยไม่มีข้อยกเว้น
นายอนุทิน ย้ำว่า เครือข่ายดังกล่าวที่มีการแถลงข่าวในวันนี้ นอกจากจะพบว่า มีการกระทำความผิดประเภทสแกมเมอร์แล้ว ยังพบว่าพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งตนขอชื่นชมอย่างใจจริง ไปถึงหน่วยงานที่ทุ่มเทในการเอาผิดผู้กระทำผิด ซึ่งทำให้การปราบปรามอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีอำนาจทางการเงินอย่างมหาศาลประมาณค่าไม่ได้ ก็ไม่ได้อยู่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
นายกฯ ชี้เกณฑ์ธุรกรรมการเงินเข้มขึ้น ไม่หวั่นนอมินี - บริษัทผี สแกมเมอร์ ลั่นเปิดทางโล่งจนท.จัดการสุดซอย
เมื่อถามว่า สแกมเมอร์เข้ามาในประเทศไทยโดยใช้รูปแบบบริษัทนอร์มินี ให้คนไทยถือครองทรัพย์สินแทน เขาอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย จะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันนี้ เรามีการตั้งกฎเกณฑ์ธุรกรรมทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ทั้งจาก ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย และกลต. ต่อให้ไปตั้งบริษัทนอมินีหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันมีธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ สิ่งพวกนี้เรามีอํานาจในการสันนิษฐานไว้ก่อน แล้วก็จะเข้าไปตรวจสอบหน้าที่การงาน เส้นทางการเงินว่ามันไม่สอดคล้อง ก็จะนําไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผล ต่อให้เป็นเงินมาจากต่างประเทศ เราก็สามารถที่จะมีเครือข่าย เชื่อมโยงกัน คนที่ทําผิดกฎหมายแบบนี้ ด้วยเทคโนโลยีการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐของเรา ถ้าทําผิดกฎหมายโอกาสรอดยาก
เมื่อถามย้ำว่า แต่ที่ผ่านมาเขาไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อเจ้าหน้าที่ไปเจอ แล้วกลายเป็นบริษัทผี นายกฯกล่าวว่า ถ้าดูการแถลงวันนี้ก็ไม่ผีนะ คนชัดๆ เลย ไม่ใช่คนไม่มีตัวตน บุคคลแต่ละคน ชื่อเสียงเรียงนามธรรมดาเสียเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่จะต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เมื่อก่อนคนพวกนี้เข้าออกประเทศไทยสบายใจ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เราเข้มงวด เรื่องพวกนี้ขึ้นมา คนที่มีสัญชาติจีนก็ส่งกลับประเทศจีน ถ้าดูสมัยก่อน ผู้มีมีอํานาจในการบริหารบ้านเมืองไม่ได้เข้มข้น แล้วเปิดทางโล่งให้เจ้าหน้าที่ดําเนินการได้อย่างเต็มที่ขนาดนี้ ตนขอยืนยันว่าตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นนายกฯ และเชิญหัวหน้าส่วนราชการเข้ามาประชุมร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และตนเองบอกว่าให้ดําเนินการสุดซอยเต็มที่ ไม่มีใครคนไหนที่ดูหน้าตาแล้วจะไม่อยากทํา ทุกคนเต็มใจ พึงพอใจ อยากทํา เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนว่าเรื่องพวกนี้ประเทศไทยไม่เอา และรัฐบาลไม่เอา รวมถึงกลไกของรัฐบาลก็ไม่เอาด้วย ขอให้มั่นใจรัฐบาลชุดนี้ คนที่คิดว่าไปเคลียร์ตรงนั้นตรงนี้ได้ ใช้คอนเนคชั่นอะไรต่างๆ จะไม่สามารถทําได้ คนที่ทํางานก็สามารถทําด้วยความสบายใจและดําเนินการตามกฎหมายได้เต็มที่
เมื่อถามว่า ผู้เสียหายค่อนข้างกังวลเนื่องจากผู้ต้องหามีการตั้งทนายจากบริษัทยักษ์ใหญ่ขึ้นมาต่อสู้ นายกฯ กล่าวว่า คนนําทรัพย์สินไปคืนให้ผู้เสียหายคือ ภาครัฐ ผู้เสียหายไม่ต้องไปสู้กับทนาย ของผู้ต้องหา ทนายต่อให้เก่งระดับไหน ถ้าคุณทําผิดกฎหมายชัดเจนแบบนี้ และทําให้ประชาชนมีความเดือดร้อน มันไม่มีทางที่จะชนะความผิด ที่ลูกความตัวเองกระทําไปได้ ตนไม่เคยเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี