วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
"สว.ชิบ"จี้รัฐบาล แก้ขาดดุลจีนทะลุ 2 ล้านล้านต่อปี ชี้ไทยไร้ยุทธศาสตร์รับมือ เสนอทีม"China Man"สู้ศึกเชิงลึก
10 เมษายน 2569 ในการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาล นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายถึงสถานการณ์การขาดดุลการค้าระหว่างไทยกับจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเสนอให้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ “China Man” เพื่อวางกลยุทธ์เชิงรุกในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
นายชิบ กล่าวว่า ประเด็นการเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก การสร้างพันธมิตรทางการค้า และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่พูดกันมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่คำถามคือทำอย่างไร ด้วยยุทธศาสตร์แบบไหน และทำไมประเทศไทยยังขาดดุลการค้ากับจีนในระดับสูงเช่นนี้
“ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6 แสนล้านบาทในปี 2558 จนล่าสุดปี 2567 สูงถึง 2.02 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเพียงเดือนมกราคมปีนี้เดือนเดียว ขาดดุลไปแล้วกว่า 2.6 แสนล้านบาท สะท้อนว่าปัญหานี้ยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง” นายชิบ กล่าว
นายชิบ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไทยมักอธิบายว่าการขาดดุลเกิดจากการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ แต่ข้อเท็จจริงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สินค้าที่ขาดดุลอันดับหนึ่งคืออุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน รวมมูลค่าเกือบ 1.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งดิจิทัล เอไอ หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด แต่ยังไม่มีความชัดเจนในเชิงระยะเวลาและเป้าหมายการแข่งขันกับจีน
“ผมขอถามตรงๆ ว่าอีกกี่ปีเราจะสามารถแข่งขันกับจีนได้ และเราจะชนะในอุตสาหกรรมไหน หนทางดูตีบตันจนแทบมองไม่เห็นว่าเราจะลดการขาดดุลได้อย่างไรแม้ไทยจะตั้งเป้าผลิตสินค้าคุณภาพสูง แต่จีนก็ยกระดับการผลิตไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มเช่นกัน ภายใต้นโยบาย “Made in China” ที่เน้นทั้งคุณภาพและต้นทุนที่แข่งขันได้ เมื่อจีนสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำกว่า แบบนี้เราจะแข่งขันอย่างไร” นายชิบ กล่าว
นายชิบ กล่าวถึงแนวทางของต่างประเทศว่า หลายประเทศใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือยุโรป รวมถึงอินโดนีเซียที่มีมาตรการควบคุมสินค้านำเข้าและอีคอมเมิร์ซอย่างเข้มงวด เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำของสินค้านำเข้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการจำกัดรูปแบบธุรกรรมบนโซเชียลมีเดีย
นายชิบ กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การผลิตสินค้าของไทยในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะที่แข่งขันกับจีน มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะหมวดคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่หนี้เสียในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสิ่งทอ เหล็ก และค้าปลีกแบบดั้งเดิม ส่งผลให้มีการปิดโรงงานจำนวนมาก โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปิดไปกว่า 852 แห่ง และในช่วง 2 ปีก่อนหน้านั้น ปิดไปเกือบ 1,700 แห่ง
นายชิบ ยังกล่าวถึงปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายว่า ธุรกิจจีนเทา สแกมเมอร์ และคอลเซ็นเตอร์ ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างมาก ส่วนภาพรวมการลงทุนว่า จากดัชนี Global Opportunity Index ปี 2569 ประเทศไทยหลุดจากการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุน ขณะที่มาเลเซียและเวียดนามกลับมีศักยภาพโดดเด่นขึ้นตนเสนอว่า ควรยกระดับ “ทีมไทยแลนด์” และจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ “China Man” เพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
“ความจริงคือ ต่อให้เรามีนโยบายที่ดีแค่ไหน หากไม่สามารถเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายของจีนในระดับสูงได้ ก็อาจไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ” นายชิบ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี