วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
"พริษฐ์"กาง 5 พฤติกรรมรัฐบาล เปรียบเหมือน"ผู้รับเหมา" จ่อขึ้น"บัญชีดำ" ทั้งเบี้ยวสัญญา-โยนงาน-ลดสเปค เหน็บ"บังเอิญ พลัส" "ภูมิใจไทย"ชนะเลือกตั้งในปีที่มีบาร์โค้ด-โยกย้าย ขรก.มหาดไทยมากสุด ขอ"นายกฯ"หนุนตั้ง กมธ.ให้ทุกพรรคตรวจสอบการเลือกตั้ง ยอมให้"กกต."ฟ้องคดีฮั้ว สว. พิสูจน์ความบริสุทธ์ ลั่น"ฝ่ายค้าน"จะเป็นเหมือนเงาตามรัฐบาลทุกฝีก้าว หาก"ทุจริต"สภาฯต้องเรียกมาขึ้นแบล็คลิสต์
10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นตัวแทนอภิปรายสรุปในฝั่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่า รัฐบาลใหม่นี้ ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีคนเดิม พรีเซนเตอร์ชุดเดิม เปลี่ยนเพียงพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่จากผลงานที่ผ่านมาโดยเฉพาะการรับมือวิกฤตพลังงานช่วงรักษาการ รวมถึงการตอบคำถามในวันแถลงนโยบาย
“รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพ ที่ประชาชนจะฝากผีฝากไข้ได้ แต่เหมือนผู้รับเหมาที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ เพราะหากดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ จะพบว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรมที่คล้ายกับที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมที่ 1.คือ การเบี้ยวสัญญา ที่ผ่านมาช่วงหาเสียงใช้วิธี ‘พูดแล้วทำ’ โดยการไม่พูดอะไรเลย นอกจากโอ้อวดตนว่ารักชาติ นโยบายที่ส่งให้ กกต.ก็น้อยกว่าพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยถึง 7 เท่า เช่น เรื่องการลดค่าไฟ 3 บาท ที่ไม่ได้ลดทุกครัวเรือน หรือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีการออกเสียงประชามติ กลับไม่ปรากฏเรื่องนี้ในคำแถลงนโยบาย 2.การส่งงานล่าช้า ในคำแถลงนโยบายได้ย้ำถึง 3 ครั้งว่าโลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้จะเป็นข้ออ้างหรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลต้องเบี้ยวสัญญา ข้ออ้างนี้จะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นว่านายกฯ ตอบสนองต่อประชาชนอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นการทำงานแบบ สั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน แต่นายกฯ มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการเสียที
“สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกฯ ไม่ได้มากที่สุด เพราะเมื่อปัญหาเกิดกับประชาชน ท่านมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อใดที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านยเอง ท่านจะแก้ปัญหาอย่างว่องไว เช่น วันที่ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาท ผมเชือว่าวันนั้นท่านตั้งใจให้สภาปิดประชุมก่อน เลิกพูดเรื่องพลังงานก่อน แล้วจึงตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาทรวดเดียว จะกลับมาพูดก็ไม่ได้อีก เพราะประธานไม่ได้นัดประชุมสภาฯ แต่การปกป้องประชาชน ท่านไม่วางแผนอะไรเลย ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ จากวันนั้นผ่านมา 2 สัปดาห์ ยังไม่มีเงินสักบาทส่งถึงพี่น้องประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.การลดสเปค ท่านนายกฯ ชอบการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า ‘พลัส’ แต่เครื่องหมายที่เหมาะกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวก แต่คือเครื่องหมายดอกจันท์ เพราะนโยบายมักจะห่างจากความคาดหวังของประชาชน ต้องมีหมายเหตุกำกับไว้เสมอ เช่น ราคามะพร้าว 7 - 10 บาทต่อลูก แต่ข้อมูลตามเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่ 3 - 5 บาทต่อลูก ล้งกลางที่รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำ ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชน 4.การโยนงาน นายกฯ มักโยนงานสำคัญๆ ให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทน เสมือนพ่อค้าคนกลางที่พร้อมลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ รอหักหัวคิด เรื่องชายแดนโยนให้กองทัพ เรื่องฝุ่นโยนให้ผู้ว่า เรื่องวิกฤตพลังงานก็โยนให้หน่วยงาน จะรอดูว่านายกฯ จะโยนให้รัฐมนตรีท่านใดมาตอบกระทู้แทน อีกทั้งดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรี กำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมดให้พรรคร่วมรัฐบาล การแบ่งกระทรวงกันทำเป็นเรื่องปกติ แต่การพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคต เป็นวาระที่นายกฯ จะสั่งการให้คนอื่นทำแทนทั้งหมดไม่ได้ เพราะถ้านายกรัฐมนตรี เห็นภาพไม่ตรงกับพรรคร่วม อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า และ 5.ข้อครหาเรื่องการทุจริต นายกฯ ออกมาพูดว่าอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราที่ตกต่ำ ท่านจะยึดแค่เพียงคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบาย ก็ถือว่าใช้ได้ แต่คำพูดจะขาดความน่าเชื่อถือ หากนายกฯ ยังกระทำการสุ่มเสี่ยงพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง อย่างการที่ผู้รับเหมามีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่คุมงานก่อสร้าง แต่นายกฯ ก็ยังเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปกำกับดูแลหน่วยงานด้านวิกฤตพลังงาน ทั้งที่รู้ว่านายพิพัฒน์ถือครองธุรกิจน้ำมัน ขณะที่การทุจริตอีกประเภทคือผู้รับเหมาได้งานมาโดยไม่สุจริต ทั้งการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือฮั้วประมูล ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ มากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ก็มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน เช่น สว. 150 คน ที่อยู่ในสำนวนเดียวกันกับพรรคของนายกฯ โดยคณะไต่สวนของ กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงการเลือกตั้งที่พรรคของท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดซึ่งสืบย้อนไปได้ว่าใครเลือกใคร และบังเอิญมีข้าราชการมหาดไทยในพื้นที่ถูกโยกย้ายมากที่สุดครั้งหนึ่ง
“หากท่านต้องการให้ประชาชนเชื่อว่า ความบังเอิญพลัสเหล่านี้ เป็นความบังเอิญจริง ท่านต้องยืนยัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ท่านต้องสนับสนุนให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้ทุกพรรคการเมืองร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ไม่ให้ใครกล่าวหาได้ ว่ามี สส.ที่เข้ามาเพราะโกงเลือกตั้ง และท่านต้องยืนยันให้ กกต.มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่ส่วนกรณีโกงเลือก สว.เพื่อให้ท่านได้พิสูจน์ในชั้นศาลว่า ครม.ของท่าน ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ปล้นอำนาจมาจากประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ตนเองหวังว่า 5 พฤติกรรมดังกล่าว จะเป็นอาการชั่วคราว เพื่อพิสูจน์ว่าพวกตนประเมินท่านผิดไป ตนเองและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำตัวเป็นดังเงา ติดตามท่านทุกฝีก้าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน หากรัฐบาลท่านเดินหน้าด้วยความทุจริตใดๆ ก็ตาม พวกเราสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกัน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี