533.jpg
7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี

7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

7วันอันตรายดุเจ็บ486
ดับพุ่ง95ศพ
กทม.-ลำปางครองแชมป์
เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี
‘เชียงใหม่’สูงสุด246คดี
นายกฯชูซอฟต์พาวเวอร์
สงกรานต์ท้องถิ่นสู่สากล

“นายกฯ อนุทิน” ส่งความรักถึงคนไทยทั่วโลก ชูสงกรานต์ Soft Power ดันอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล พร้อมอ้อนชาวไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดีสร้างรอยยิ้มคืนความสุขหลังลุยงานหนัก ขณะที่ สถิติ 7 วันอันตรายผ่าน 3 วันยอดสังเวยพุ่ง 95 ศพ เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486คน “กทม.-ลำปางแชมป์” ดับสะสม ศปถ.สั่งด่วนกำชับทุกจังหวัดบังคับใช้กฎหมายเข้ม คุมเข้มขายน้ำเมาเด็กต่ำกว่า 20 ปี พร้อมเผยยอดคุมประพฤติเมาขับพุ่งกว่า 1.6 พันคดี “เชียงใหม่”ยังรั้งอันดับหนึ่งสถิติเมาขับสูงสุด หลังเกิดเหตุสยองที่ลาดหลุมแก้วเก๋งชนประสานงา จยย.ดับ 4 เจ็บ 4 ที่อุตรดิตถ์กระบะชนพ่อเฒ่าวัย 80 ขณะข้ามถนนดับคาที่

เมื่อเวลา 08.01 น.วันที่ 13 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 โดยระบุว่า ในโอกาสประเพณีสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย พุทธศักราช 2569 ขอส่งความรักและความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และผลักดันประเพณีสงกรานต์ให้เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านการนำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่ สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง รวมถึงถ่ายทอดความงดงามของสังคมไทยอย่างทรงคุณค่า ซึ่งสงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงประเพณี แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว การแสดงความรัก ความห่วงใย และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รวมถึงการเชื่อมโยงสายใยของครอบครัวและชุมชนให้แน่นแฟ้น นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและรอยยิ้ม หลังจากการทำงานตลอดทั้งปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์และเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทย พุทธศักราช 2569 นี้ ขอเชิญชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

“ในนามของรัฐบาล ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญครอบครัวอบอุ่น มั่นคง และสังคมมีความรัก ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

สุดท้ายนี้ ขอให้การเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน และสร้างความประทับใจแก่ทุกคน

3วันสังเวย95 ศพ กทม.-ลำปางแชมป์

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 12 เม.ย. 69 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน ผู้เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 46.20 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.56 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. ร้อยละ 24.56 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 22.80 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี 10 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ 9 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 3 ราย

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 10 – 12 เม.ย. 69 เกิดอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 486 คน ผู้เสียชีวิตรวม 95 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 25 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 25 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 6 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ตายเป็นศูนย์มี 30 จังหวัด

นายผดุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนจะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนท้องถนน รวมถึงมักมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสังสรรค์ ศปถ. จึงได้ประสานให้จังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัยต่าง ๆโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชนระหว่างเดินทางกลับบ้าน พร้อมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยไม่จำหน่ายให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเด็ดขาด หากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับทำให้เกิดเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับร้านค้า ผู้สนับสนุนให้เด็กดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคุมให้สถานบริการเปิด - ปิดตามเวลาที่กำหนด และเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน ด่านครอบครัว ในการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ เน้นตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

นอกจากนี้ ให้จังหวัดเตรียมพร้อมระบบสื่อสารและการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อประสานการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินเข้าถึง จุดเกิดเหตุ และส่งตัวผู้ประสบเหตุไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสามวันที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงทั้งของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้เส้นทาง ศปถ. จึงให้จังหวัดประชาสัมพันธ์การประเมินความพร้อมสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ก่อนขับรถ หากไม่พร้อมให้หยุดพักหรือเลี่ยงการขับขี่ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง ไม่สาดน้ำใส่รถจักรยานยนต์โดยตรงเนื่องจากอาจทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุ ไม่เล่นน้ำกลางถนนเนื่องจากอาจถูกรถเฉี่ยวชนได้ หากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกขณะรถเคลื่อนที่


‘เมาแล้วขับ’พุ่ง1.6พันคดี

วันเดียวกัน ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 12 เม.ย. 69 ว่าเนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่ จึงมีคดีเข้าสู่ กระบวนการ คุมความประพฤติรวมทั้งสิ้นเพียง 140 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 133 คดี คิดเป็นร้อยละ 95 และคดีขับเสพ 7 คดี คิดเป็นร้อยละ 5 โดยมีสถิติคดีสะสมช่วง 3 วัน ระหว่างวันที่ 10 - 12 เมษายน 2569 รวมทั้งสิ้น 1,750 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,613 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.2 คดีขับเสพ 134 คดี คิดเป็นร้อยละ 7.6 และคดีขับรถประมาท 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.2 สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 246 คดี นนทบุรี 147 คดี และสมุทรปราการ 145 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ได้กำชับมาตรการเข้มข้นคุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ผ่านการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครคุมประพฤติ นำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในจุดบริการประชาชน จำนวน 35 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 663 ราย ปรับภูมิทัศน์บริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและโทษภัยของ แอลกอฮอล์ และการนำผู้ถูกคุมความประพฤติเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) แบบเรียลไทม์

เก๋งกลับเล่นน้ำชนจยย.คว่ำดับ4เจ็บ 4

สำหรับอุบัติทั่วไป จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 13 เม.ย. พ.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ บุญรับ สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางเข้า อบต.หน้าไม้ ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มุ่งหน้าลาดบัวหลวง ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน พระนครศรีอยุธยา สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถที่บรรทุกมา 6 คน พบผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย คือ นายเขมชาติ อายุ 20 ปี คนขับ และ นายศุภชัย อายุ 23 ปี ต่อมาได้รับแจ้งว่า นายวิสูตร อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มที่โรงพยาบาลปทุมธานี

ห่างออกไปราว 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ MSX สีน้ำเงิน ทะเบียน นครนายก ตกอยู่ในน้ำริมทาง พบผู้เสียชีวิตคือ นายกิตติพันธ์ อายุ 21 ปี คนขับ จยย. ส่วนแฟนสาวที่ซ้อนท้ายมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส สรุปเหตุการณ์นี้มี ผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย

จากการสอบถาม น.ส.ณัฐกมล อายุ 19 ปี ผู้รอดชีวิตจากรถเก๋ง เล่าว่ากลุ่มเพื่อนทั้ง 6 คนกำลังเดินทางกลับบ้านที่ลาดบัวหลวงหลังจากไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ย่านสมบัติบุรี จ.นนทบุรี เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางมืดสนิท ไม่มีไฟกิ่ง จู่ๆ เห็นรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับส่ายไปมาในระยะกระชั้นชิด ทำให้คนขับรถเก๋งเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงจนรถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงพร้อมสอบปากคำผู้บาดเจ็บอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุสลดครั้งนี้ต่อไป


กระบะพุ่งชนพ่อเฒ่าวัย 80ดับคาที่

ที่ จ.อุตรดิตถ์ เช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.รัชตะ สร้อยแก้ว สารวัตร (สืบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนคนเดินเท้าบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 เส้นทางอุตรดิตถ์-พิษณุโลก ใกล้กับร้านจำหน่ายคอนกรีต พื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และอาสาสมัครกู้ภัยวัดหมอนไม้พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายคำ อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณริมฟุตบาท ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีแดง ทะเบียน ลำปาง สภาพตัวรถมีรอยบุบพังเสียหายจากการกระแทกอย่างรุนแรง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวขับมาจากจังหวัดลำปางมุ่งหน้ากลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายคำ ผู้เสียชีวิตได้เดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ทำให้ผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งขับมาด้วยความเร็วไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเป็นเหตุให้นายคำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สวนนงนุชจัด‘มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน’

เวลา 08.00 น. นายกัมพลตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานเปิดงาน“เทศกาลมหาสงกรานต์ดอกไม้บานที่สวนนงนุชพัทยา” ประจำปี2569 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและสืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย ในฐานะที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก(UNESCO) ให้เป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการแสดงออกถึงความกตัญญูผ่าน “พิธีรดน้ำดำหัวน้องช้าง” โดยลูกช้างร่วมคล้องพวงมาลัยและรดน้ำดำหัวแม่ช้าง4 เชือก สร้างความประทับใจแก่เหล่านักท่องเที่ยว พร้อมยังมีพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปจาก 9 วัด เพื่อเสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทย

บรรยากาศในพิธีเปิดเต็มไปด้วยความงดงามของขบวนแห่รถบุปผชาติ และการแสดงชุดพิเศษ “รากษสเทวีศรีสงกรานต์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยอย่างวิจิตร โดยมีนายยุทธนา สร้อยเสนา ปลัดอำเภอสัตหีบ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่นร่วมเป็นเกียรติ

พัทยาคุมเข้มลุยตรวจแอลกอฮอล์

ที่เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปราบดาสุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 พร้อมด้วยว่าที่ พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สารวัตรฯนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังร่วมกับกรมเจ้าท่าจังหวัดชลบุรีและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์

เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผู้ควบคุมเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยวทุกลำ อย่างเข้มงวดเพื่อตัดวงจรความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาใช้บริการจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสงกรานต์ นี้

‘อนุทิน’ขับเครื่องบินตรวจเมืองจันท์

บ่ายวันเดียวกัน เวลา 13.00 น.ที่ จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัว พร้อมด้วย นางธนนนท์ชาญวีรกูล ภริยา มายังสนามบินท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดย นายอนุทิน พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สส.จันทบุรี และตราดรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจด่าน 7 วันอันตรายบริเวณเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ โดยนายอนุทิน ได้มอบอาหารแห้งและเครื่องดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจพร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน “ดื่มไม่ขับเมาไม่ขับ” ซึ่งผลการตรวจเยี่ยมภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สุ่มตรวจปั๊มมีน้ำมันเพียงพอ

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังสถานีบริการน้ำมันเชลล์ บริเวณหน้าตลาดเจริญสุข เพื่อสุ่มตรวจผู้ประกอบการค้าน้ำมันถึงความพร้อมในการให้บริการโดยผลการตรวจสอบพบว่าทางสถานีบริการมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีปริมาณการเดินทางสัญจรหนาแน่นกว่าปกติก็ตาม

จัดจุดให้บริการปชช.ทุกจว.ทั่วไทย

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายปกครองกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ได้จัดจุดให้บริการประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้เดินทางสัญจรในถนนสายหลัก ให้ข้อมูลและรับแจ้งข้อมูล รวมถึงเป็นที่พักผ่อนอิริยาบถจากการขับรถเป็นเวลานานลดความง่วง และป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจ.จันทบุรี ถือว่าเป็น จังหวัดเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากธุรกิจอัญมณี เป็นอย่างมาก และมีรายได้จากผลไม้ รวมถึงมีการท่องเที่ยวที่ติดชายทะเล และหากไม่มีเหตุพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ก็จะมีการค้าขายชายแดนสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงถือเป็นจังหวัดสำคัญและยังเชื่อมต่อไป จ.ตราด ที่สามารถบูรณาการการท่องเที่ยว คมนาคม ขนส่ง อุตสาหกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของอีสเทิร์นซีบอร์ด รวมถึงพื้นที่อีอีซี ก็จะขยายออกมาจากจ.จันทบุรี

ย้ำอยากได้อะไรให้บอกผู้แทนมา

อีกทั้งผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น มีความเข้มแข็งและเข้าใจบริบทของพื้นที่ที่จะทำให้ จ.จันทบุรี และ จ.ภาคตะวันออกขยายตัวและสร้างความเข้มแข็งได้โดยรัฐบาลต้องให้การสนับสนุนทุกทางที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มี สส.จันทบุรี ยกจังหวัดรวมถึง จ.ตราด และ จ.ระยอง จึงมีความสะดวกในการสะท้อนปัญหาของประชาชนมาถึงรัฐบาล ถ้าต้องการให้รัฐบาลทำสิ่งใดเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตของท่านก็ต้องบอกผู้แทนและผู้นำท้องถิ่น เพราะถือว่าเป็นทีมเดียวกันเรื่องจะมาถึงรัฐบาลและเราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการลงพื้นที่ นายอนุทิน และคณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อทอง ณ โบสถ์เก่าวัดทองทั่ว ในการนี้ พระครูจารุเขมากร วิ. ดร.เจ้าคณะตำบลคลองนารายณ์ และเจ้าอาวาสวัดทองทั่ว ได้เมตตามอบวัตถุมงคลพระยอดธง ให้แก่นายอนุทินเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top