วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 นาย ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค กรรมการสรรหาคณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอสปี 2567 ได้เผยแพร่บทความระบุว่า
เกิดอาการตกใจพอประมาณ กับข่าวการตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส เพื่อทดแทนกรรมการที่ลาออกก่อนครบวาระ...ทำไปทำไม ในเมื่อมีบัญชีสำรองอยู่แล้ว?
“สมโภชน์ โตรักษา” คือกรรมการนโยบายด้านส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ ๑ ก.พ.๒๕๗๐ แต่ตัดสินใจยื่นใบลาออกต่อประธานคณะกรรมการนโยบาย และสำเนาแจ้งกรรมการนโยบายทุกคน โดยให้มีผลวันที่ ๙ มี.ค.๒๕๖๙ ก่อนครบวาระ ๑๐ เดือน ด้วยเหตุผล ”ส่วนตัว”

พลันที่การพ้นสภาพกรรมการนโยบายของสมโภชน์มีผลปุ๊บ ก็มีการตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบายแทนที่สมโภชน์ปั๊บ…รวดเร็วปานสายฟ้า!
ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ชุดใหม่ที่ตั้งขึ้น กับประธานกรรมการสรรหากรรมการนโยบายเมื่อปี ๒๕๖๗ คือบุคคลท่านเดียวกัน และเป็นบุคคลที่เคย ”ถูกหมายเหตุ” เอาไว้ในบันทึกรายงานการประชุมเมื่อปี ๒๕๖๗ ด้วยเหตุถูกร้องเรียนในประเด็นว่าด้วยความไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๑ (พระราชบัญญัติ ส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑) และที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯขณะนั้นเห็นพ้องกันว่า ”ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ” มิได้ถูกบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑
.jpg)
ตอนนั้นกรรมการสรรหาฯเสียงข้างน้อยจากกระทรวงการคลัง-สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นพ้องกันให้นำประเด็นดังกล่าว ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาตีความเพื่อให้เกิดความชัดเจน และเป็นบรรทัดฐาน ขณะที่กรรมการสรรหาฯเสียงข้างมาก เห็นควรให้ดำเนินการสรรหาฯต่อไป โดยวิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ขณะนั้นอ้างเหตุผลสนับสนุนอย่างแข็งขันด้วยการระบุว่าการมีตัวแทนจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ แทนประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมเป็นหนึ่งในสิบห้าคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบาย มิได้ทำให้เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส.ส.ท.พ.ศ.๒๕๕๑ เปลี่ยนแปลงไป
สาระรายละเอียดทั้งหมดต้องถูกบันทึกในรายงานการประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ อย่างถูกต้อง-ครบถ้วน ปราศจากการ ”แปลงสาร” และควรเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้เพื่อความโปร่งใส อย่าได้ปล่อยให้อำนาจ-อิทธิพลมืดมาครอบงำบงการเสกให้รายงานการประชุมที่ควรเป็น ”ข้อมูลสาธารณะ” ต้องกลายเป็น “ข้อมูลลับ”
อย่างไรก็ตามทีคณะกรรมการสรรหาฯเมื่อปี ๒๕๖๗ ได้ทำบัญชีรายชื่อกรรมการนโยบายสำรองไว้ รองรับกรณีมีกรรมการนโยบายลาออกก่อนครบวาระไว้อย่างครบถ้วนเรียบร้อย เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ราบรื่นไร้จุดสะดุด
ไม่ต้องเสียเวลา…ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินกระบวนการสรรหากรรมการนโยบาย
หากสมโภชน์ โตรักษา กรรมการนโยบายด้านส่งเสริมประชาธิปไตย ลาออก ก็ขยับคำนูญ สิทธิสมาน ในบัญชีรายชื่อกรรมการนโยบายสำรอง ด้านเดียวกันขึ้นมาทำหน้าที่ได้ทันที

คำนูญ สิทธิสมาน
ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ…แถมประธานกรรมการสรรหาฯที่ตั้งล่าสุดยังเป็นบุคคลที่ถูกผู้แทนกระทรวงการคลัง(คุณธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง) และผู้แทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (คุณรุ่งรัตนา บุญ-หลง รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) ขึ้น”หมายเหตุ”เอาไว้ พร้อมกับกำชับอดีตผอ.ส.ส.ท.ไปดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฏหมายบัญญัติไว้
หรือว่ามีไอ้โม่ง-อีโม่งที่ไหนดอดไปลักหลับไทยพีบีเอส ???
ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
กรรมการสรรหาคณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอสปี ๒๕๖๗
๑๘ เม.ย. ๒๕๖๙
ขอขอบคุณภาพจาก thaipbs.th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี