533.jpg
รัฐบาลลุยหั่นค่ากลั่น  ลุ้นลดอีก2บ.  ประชุมกบง.21เม.ย.

รัฐบาลลุยหั่นค่ากลั่น ลุ้นลดอีก2บ. ประชุมกบง.21เม.ย.

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รัฐบาลลุยหั่นค่ากลั่น

ลุ้นลดอีก2บ.

ประชุมกบง.21เม.ย.

‘เอกนัฏ’เชื่อมั่นยังทุบได้

รัชดายันอนุทินไม่เกรงใจ

ไล่ฟาดแก๊งกักตุนน้ำมัน

เร่งคดี70ล้านลิตรล่องหน

รมว.พลังงาน นัดถกกบง.เคาะทุบค่าการกลั่นรอบสอง 21 เมษายนนี้ มั่นใจยังทำได้ มีลุ้นดีเซลลดลงอีกลิตรละ 2 บาท ด้านโฆษกรัฐบาล ยืนยันนายกฯอนุทิน ไม่เกรงใจแก๊งกักตุนน้ำมันเก็งกำไร สั่งไล่ฟาด เร่งคดี 70 ล้านลิตรล่องหนกลางทะเล

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สั่งการเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเต็มรูปแบบ ควบคู่การคุมเข้มต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทางทะเลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่น่านน้ำไทย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน 2569 ศรชล.ดำเนินการอย่างเข้มข้น สกัดจับต่อเนื่อง ยึดน้ำมันเถื่อนกว่า 335,000 ลิตร ตรวจยึดแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 19 ถัง พร้อมของกลางช่อดอกกัญชากว่า 1.2 ตัน รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารทะเลผิดกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง


ขณะเดียวกัน ศรชล. จากที่ได้รายงานตรวจพบความผิดปกติของการขนส่งน้ำมันทางทะเลจำนวน 20 เที่ยว มีปริมาณน้ำมันสูญหายรวมประมาณ 57 ล้านลิตร โดยพบว่ามีเรือบางส่วนปิดสัญญาณระบบติดตามอัตโนมัติ AIS (Automatic Identification System) หรือ Dark activity เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อีกทั้งมีพฤติการณ์จอดถ่ายเทน้ำมันกลางทะเลในลักษณะ Ship to Ship (STS) และการประวิงเวลาเดินเรือล่าช้าผิดปกติ

ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกับเรียกบริษัทที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ เพื่อให้การปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทุกขั้นตอนต้องชัดเจนโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและประชาชน

รัฐบาลย้ำชัด“ไม่ปล่อยผ่าน-ไม่เกรงใจ-ไม่ละเว้น” เดินหน้าคุมเข้มกวาดล้างขบวนการผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสสายด่วน ศรชล. 1465ตลอด24ชั่วโมง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุถึงความคืบหน้ามาตรการดูแลราคาน้ำมันในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงการเร่งดำเนินการปรับลดค่าการกลั่นระลอกที่ 2 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังจากที่ระลอกแรกในช่วงเดือนมีนาคมสามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงได้ 2.14 บาทต่อลิตร ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงเพื่อกำหนดค่าการกลั่นรอบใหม่ เนื่องจากพบว่าในช่วงวันที่ 1-15 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 15 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 7 บาทกว่า ถือเป็นระดับที่ผิดปกติมาก

โดยเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อหารือพิจารณาต้นทุนใหม่อีกครั้ง ภายในวันที่ 21 เม.ย.นี้  (มีผล 23 เม.ย.) ซึ่งจะพิจารณาหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ค่าความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ตามความเป็นจริง เพื่อกำหนดค่าการกลั่นใหม่โดยใช้ฐานข้อมูลของวันที่ 1-15 เมษายน คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงมาได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร

สำหรับประเด็นที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ปรับลดลงถึง 20% แต่ราคาหน้าปั๊มในประเทศกลับลดลงเพียงเล็กน้อยนั้น เกี่ยวข้องกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กองทุนฯ ได้เข้ามาพยุงราคาจนปัจจุบันมีภาระหนี้สะสมเกินกว่า 60,000 ล้านบาท

แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดีขึ้นโดยมีภาระจ่ายออกลดลงเหลือวันละ 100 ล้านบาท จากเดิมวันละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการราคาหน้าปั๊มยังคงต้องทำแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนฯ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top