วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
วานนี้ 21 เมษายน 2569 นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบเผ็ดร้อน แสดงความเห็นด้วยกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็น 10% พร้อมฟาดแรงถึงทัศนคติของคนในสังคม จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "เช้านี้เปิดโพสต์ให้ทัวร์ลงดีกว่าครับ 5555 มีข่าวจะเพิ่ม VAT เป็น 10% คนด่าทั้งเมือง ผมนี่แหละที่ยกมือ “เห็นด้วย” ผมเคยโพสต์มาเป็นสิบๆรอบ ประเทศไทยนี่แม่ง VAT จะต่ำที่สุดในโลกแล้ว ยุโรป เค้าเก็บที่ 23% บวก
คราวนี้จะมีคนอ้างต่อว่า อ้าว เค้ารวยไงมา มาดูประเทศที่จนกว่าไทยบ้าง Algeria เก็บที่ 19%, Philippines 12%, Andora 21%, Indonesia 11%, Lebanon 11%, Argentina 27%, Bolivia 13%, Peru 18%, Armenia 20%, Botswana 14%, Uganda 18% เอาเท่านี้ก่อน สำหรับประเทศที่จนกว่าไทย สิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยคือสบายจนชิน ชอบแบมือจนชิน เอาตรงๆคือวัฒนธรรมขอทานนั่นแหละ นักการเมือง ข้าราชการโกงคือครึ่งนึง
.jpg)
ส่วนประชาชนชอบเลี่ยงภาษี แม่งก็เจตนาโกงชาติอีกครึ่งนึงอย่าลืมเรื่องนี้เราจึงพบว่าราวๆ 50% ของ GDP ประเทศไทยแม่งไม่จ่ายภาษี เราจึงเจอว่า แม่ค้าขายอาหาร ขายข้าวโพดเข็น ขายไก่ต้ม ข้างทาง ออกรถกระบะป้ายแดง โหลดเตี้ย เปลี่ยนล้อ เพลงดังกันเป็นปกติแต่ร่วมใช้ถนนบนภาษีเดียวกันกับคนที่จ่ายทั้งภาษีรายได้ ภาษีที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ และ VAT แบบครบๆ มาดูยอดขายที่โดน VAT ต่อ 1 ในสิ่งที่จะโดนผลกระทบสูงมากคือเหล้า เบียร์ โซดา
เพราะเป็นสินค้าที่มียอดขายสูงมาก และหนี VAT ไม่ได้ สิ่งนี้ก็จะพบว่าภาครัฐแม่งชั่ว มาขึ้น VAT ขูดรีดคนจน แต่แม่งไม่ถามตัวเองกลับ คนจนประเทศไหนที่แม่งซื้อเหล้า-เบียร์-บุหรี่ ต่อประชากรสูงเป็นอันดับต้นๆของเอเชียได้ว่ะ (5555)
.jpg)
เน้นอีกรอบสินค้าที่ยอดสูงมากตามสะดวกซื้อ และโชว์ห่วยคือเบียร์ และเหล้าครับ ปัญหามันจึงไม่ใช่ VAT 10% หรือไม่ แต่ปัญหาคือสันดานการชอบของฟรี แต่ไม่ชอบจ่ายเพื่อรับผิดชอบอะไรต่อสังคม กูอยากได้ ถนนแบบ Autobahn การศึกษา Finland รักษาพยาบาล 30 บาท ครอบคลุมที่กูกินเหล้าจนตับพังเอง สวนฟรีทั่วเมืองแจกเงินรายปี คนมีความรับผิดชอบ ก็จะเห็นว่าอีแค่ 3% ที่เพิ่มมามันน้อยมาก แค่ลดเบียร์อาทิตย์ละ 1-2 กระป๋อง เงินในกระเป๋าก็เท่าเดิมแล้ว ส่วนพวกวัฒนธรรมขอทานก็จะบอกว่า การขึ้น VAT 10% แม่งขูดรีดประชาชน ทำให้กูต้องลดการกินเบียร์อาทิตย์ละตั้ง 2 กระป๋อง แต่ก็ขอเสริมต่อ
ผมกลับมองว่า อาหารพื้นฐานไม่ต้องเพิ่ม VAT แต่เพิ่ม VAT ที่บุหรี่ เหล้า เบียร์ อาหารน้ำตาล-เกลือสูง ให้โดดไป 12% แม่มเลย แบบนี้จะเอาอะไรมาด่านโยบายเพิ่ม VAT ก็ไม่ได้ ตัดความเอาแต่ใจของวัฒนธรรมขอทานในบ้านเราไปซะ"
.jpg)
หลังจากโพสต์ของ พงศ์พรหม ยามะรัต เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม เช่น
"เราค้นพบว่า คนไทยอยากได้ทุกอย่างจากรัฐ (เรียนฟรี รักษาฟรี ขึ้นรถเมล์ฟรี ซื้อของลดราคาคนละครึ่ง 10,000 บาท ฯลฯ) แต่อะไรที่ตัวเองต้องให้ เช่นเกณฑ์ทหาร ภาษี ค่าธรรมเนียม ฯลฯ แม่งปฏิเสธหมดด้วยสารพัดเหตุผลข้ออ้าง
แล้วก็ไปมี attitude ว่า ก็เลือกมึงมาแล้ว มึงต้องทำให้กูได้ โดยที่กูไม่ต้องเสียสละอะไรเลยสิ ปลูกพืชไม่คิดเยอะ ขายไม่ออก เสียหายจากธรรมชาติ เดี๋ยวรัฐก็ชดเชย ทำงานไม่มีคุณภาพ ตกงาน เดี๋ยวรัฐต้องชดเชยรายได้กินมั่วๆ เสพห่วยๆ เดี๋ยวรัฐก็ต้องรักษาให้ จ้องเอาของฟรีทุกอย่างเรียกสวยหรูว่า "รัฐสวัสดิการ" จนกระทั่งมีคนเคยถามว่าจะเอาเงินจากไหน ก็ได้คำตอบว่าลดงบกองทัพ ดีที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่งั้นโดนฮุนเซนฟาดหัวเราะงอหาย แล้วเดี๋ยวก็จะมีคนมาบอกว่า ถ้าพวกมึงไม่โกง กูก็ไมต้องควักเพิ่ม 3% หรอก หมายเหตุ: ประเทศไทย VAT 10% นะครับ แต่ตลอดทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ลดให้ 3% เหลือ 7% เพราะไม่อยากเป็นรัฐบาลที่โดนประชาชนเกลียด"
"ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ X% หรือ Y% หรือ Z% ครับ แต่มันอยู่ที่ความคุ้มค่าที่จะจ่าย ปชช จ่ายภาษีก็คือเพื่อซื้อบริการจากภาครัฐ 7% อาจจะแพงมากเมื่อเทียบกับบริการที่ห่วย หรือการใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล เงินส่วนใหญ่หมดไปกับเงินเดือนประจำ บำนาญ ดอกเบี้ยเงินกู้ และ/หรือมีทุจริตคอรัปชั่น 23% อาจจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะรัฐบาลให้บริการดี ใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อย่างโปร่งใส ก่อนที่รัฐบาลไทยจะขอเก็บภาษีเพิ่ม รัฐบาลควรทำให้เห็นว่า มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ที่ไร้ประสิทธิภาพเสียก่อน ถ้ารัฐบาลบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพ อาจจะลดอัตราภาษีลงได้อีก
"30 บาทรักษาทุกโรค...มันจะเจ๊งทั้งระบบ สุดท้ายต้องมีประกันชีวิตดีๆเพื่อไปรักษาที่เอกชน เพราะรพ.รัฐ เข้าไม่ถึง...ควรปรับนโยบายนี้ได้แล้ว ให้คนจนจริงๆใช้ แต่ต้องปรับ
ปล. บางทีแอบงงกับการบ่นค่ารักษาที่ต้องจ่ายเอง (ใน รพ.รัฐ) แต่จ่ายค่าเหล้า เบียร์ บุหรี่ ไม่เคยบ่นเลย"
"ผมมองอีกมุมว่า VAT มันเป็นภาษีตัวท้ายๆ ที่จะขึ้นนะ ภาษีพื้นฐานอย่างภาษีเงินได้บุคคล ภาษีธุรกิจรายย่อย พวกนี้ต่างหากที่ต้องปฏิรูปให้มีความเท่าเทียมเป็นอันดับต้นๆ ร้านส้มตำรถเข็นเจ้าดังแถวบ้านผมเจ้านึง โม้ให้ฟังว่าช่วงสงกรานต์เค้าขายทุกวัน แค่ 5 วันฟันมาสองแสนเกือบสามแสน คำถามคือ รายได้ขนาดนี้จ่ายภาษีบ้างไหม? พวกร้านดังรวยเงียบแบบนี้มีมากเหลือเกินในประเทศเรา แต่ระบบภาษีปัจจุบันไม่ครอบคลุม ภาครัฐก็อ้างแบบเฉื่อยๆ ว่า 'ไม่มีข้อมูล'
ซึ่งจะว่าไป ผลงานระดับเทพที่ลุงตู่เคยทำไว้คือ 'คนละครึ่ง'ที่สามารถรวบรวมข้อมูลธุรกิจน้อยใหญ่ไว้เยอะมาก ควรเอามาต่อยอดพัฒนาการจัดเก็บภาษีให้ครอบคลุมทั่วถึง ผมไม่ได้บอกให้รังแกคนหาเช้ากินค่าด้วยการรีดภาษี แต่ต้องเอารายได้พวกนี้มาเข้าระบบประเมินภาษีให้หมด บางรายอาจจะประเมินแล้วไม่ถึงขั้นรายได้ที่ต้องเสียภาษีก็ได้ แต่ต้องทำเพื่อจะได้เห็นภาพรวมของรายได้ประชากรที่ถูกต้อง วันนึงผู้เสียภาษีเงินได้ตัวจริงล้านกว่าคนที่แบกประเทศนี้อยู่อาจเสียภาษีในอัตราต่ำลง ประเทศมีระบบภาษีที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ ฯลฯ แค่คิดก็รวยไม่ไหวแล้ว"
"คุณปากคอจัดจ้านมากครับ"
"เห็นด้วยค่ะ แล้วก็เอาแต่ด่าว่าประเทศไม่พัฒนา แต่ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง เห็นแก่ตัว แต่ด่าคนอื่นไว้ก่อน ทางเท้าทำมาดีๆ ใหม่ๆ สวยๆ ก็เอารถขึ้นไปวิ่งให้มันพัง เอาร้านอาหาร เอาแผงขายของมาตั้ง เทของลงพื้นให้สกปรก แล้วก็ด่าว่าทางเท้าเน่า คลองเน่าๆ เหม็นๆ เขาพยายามขุดลอก ไล่ชาวบ้านที่ลุกล้ำพื้นที่ก็ด่า ก็ช่วยกันทิ้งขยะลงคลองกันทั้งนั้น แล้วก็ด่า แต่อยากได้คลองสวยๆ แบบญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรปนะ เขาพยายามขุดลองทางระบายน้ำ แต่เราไม่เลิกทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง แต่พอน้ำท่วมเราก็ด่าทีมงานของรัฐไว้ก่อน เขาพยายามรณรงค์ให้แยกขยะ ขอขึ้นค่าเก็บขยะถ้าไม่แยก แต่เราก็ด่าๆๆๆ ไว้ก่อน ด่าการศึกษาว่าไม่พัฒนา แต่คนไทยว่าคนไทยก็ไม่ได้อยากพัฒนาตัวเองสักเท่าไหร่ แค่จอดรถให้คนข้ามทางม้าลาย รณรงค์เท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ได้ แล้วจะเอาความตั้งใจจากใครไปพัฒนาประชากร ถ้าเราไม่เริ่มจากตัวเองก่อน"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี