26 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกมติ ป.ป.ช.! ทำไม "ศักดิ์สยาม" รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ? เปิด 8 เหตุผลที่โลกต้องรู้
กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง! เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงมติสำคัญกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ทำไมในมุมของ ป.ป.ช. ถึงมองว่า 'ไม่มีความผิด'?
วันนี้เราจะมาย้อนรอยข้อเท็จจริงและบรรทัดฐานทางกฎหมาย 8 ประการ ที่ ป.ป.ช. ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเรื่อง 'เจตนา' และ 'นิติกรรม' ในโลกของการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองครับ"
(ส่วนพรุ่งนี้เราจะมาวิจารณ์คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. พร้อมทางออกของปัญหา)
1.นิติกรรมเสร็จสมบูรณ์ก่อนเข้ารับตำแหน่ง
จากการตรวจสอบพบว่า การโอนสิทธิเงินลงทุนและการชำระเงินเสร็จสิ้นตั้งแต่มกราคม 2561 และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทอย่างถูกต้อง นิติกรรมนี้เกิดขึ้น "ก่อน" นายศักดิ์สยามจะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ในตำแหน่งทางการเมือง
2. ขาดพฤติการณ์การควบคุม (De Facto Control)
ไม่พบพยานหลักฐานว่านายศักดิ์สยามเข้าไปบริหารจัดการ หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หลังการโอนหุ้น ขณะที่นายศุภวัฒน์ (ผู้รับโอน) ได้แสดงตนและบริหารจัดการในฐานะเจ้าของตามทะเบียนโดยอิสระ สอดคล้องกับพฤติการณ์ "โอนขาด" มิใช่การเชิดตัวแทน (Nominee)
3. หลักความเชื่อโดยสุจริต (Good Faith Mistake)
เมื่อนิติกรรมและการจดทะเบียนครบถ้วนตามกฎหมาย นายศักดิ์สยามย่อมเข้าใจโดยสุจริตว่าตนไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นนั้นแล้ว ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่า "ขาดเจตนาทางอาญา" ในการปกปิดทรัพย์สิน เนื่องจากยื่นข้อมูลตามพฤติการณ์ทางทะเบียนที่ปรากฏจริงในขณะนั้น
4. การยุติข้อพิพาทผ่าน "ศาลยุติธรรม"
ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ นายศักดิ์สยามได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และจบลงด้วย "สัญญาประนีประนอมยอมความ" ในชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยนายศุภวัฒน์ตกลงรับซื้อที่ดินจำนวน 323 ไร่ ด้วยราคา 51.5 ล้านบาท จากนายศักดิ์สยามเพื่อยุติข้อพิพาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาตามยอมโดยเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย สะท้อนถึงพฤติการณ์การซื้อขายหุ้นและที่ดินที่เกิดขึ้นจริงเพื่อเยียวยาข้อพิพาททางแพ่ง
5. การแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย (17 มกราคม 2567) นายศักดิ์สยามได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อติดตามสิทธิคืนทันที และเมื่อคดีถึงที่สุดในศาลยุติธรรม ก็ได้แจ้ง "ปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน" ต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับความเป็นจริงล่าสุด แสดงถึงเจตนาสุจริตในการให้ข้อมูล
6. ผลการตรวจสอบเชิงลึก (Substantive Review)
ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่แจ้งปรับปรุงใหม่ (เช่น เงินที่ได้รับจากการขายที่ดิน) พบว่า "มีอยู่จริงและถูกต้อง" ไม่พบความผิดปกติหรือพฤติการณ์ซ่อนเร้นที่เชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน
7. การแยกแยะฐานความผิด (Legal Distinction)
ป.ป.ช. ชี้แจงความแตกต่างของบรรทัดฐานทางกฎหมายไว้ดังนี้:
• ศาลรัฐธรรมนูญ: วินิจฉัยเรื่อง "ความเป็นรัฐมนตรี" โดยพิจารณาจาก "ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง" (Substance over Form)
• ป.ป.ช.: วินิจฉัยเรื่อง "การจงใจยื่นบัญชีเท็จ" ซึ่งต้องพิสูจน์ "เจตนาทุจริตทางอาญา" (Criminal Intent) เป็นสำคัญ
ดังนั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมองว่ายังเป็นเจ้าของหุ้น แต่ในทางอาญาไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นมีเจตนาปกปิดเสมอไป
8. เงื่อนเวลาที่แตกต่าง (Timeline Override)
เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น "ภายหลัง" การยื่นบัญชีทรัพย์สินในหลายกรณี นายศักดิ์สยามย่อมยื่นข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่รับรู้ ณ ขณะนั้น มติของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้จึงถือว่าไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ประการใด
เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยนี้จะฟังขึ้นหรือไม่ และมีทางออกอย่างไร โปรดติดตามรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ครับ
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
26/4/69
#ปปช #ศักดิ์สยามชิดชอบ #บัญชีทรัพย์สิน #กฎหมายน่ารู้ #การเมืองไทย #ตรวจสอบทุจริต #เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย #ศาลรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี