วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
​ทุบแลนด์บริดจ์ สภาสูงยำใหญ่ไม่คุ้มค่า รัฐบาลโวสิงคโปร์สนใจ

​ทุบแลนด์บริดจ์ สภาสูงยำใหญ่ไม่คุ้มค่า รัฐบาลโวสิงคโปร์สนใจ

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทุบแลนด์บริดจ์

สภาสูงยำใหญ่ไม่คุ้มค่า

รัฐบาลโวสิงคโปร์สนใจ

สภาสูง ขยับทุบโครงการ แลนด์บริดจ์จี้ทบทวน เหตุที่ใช้งบสูง ผลกระทบเยอะ แต่เร่งรัดเกินไป หวั่นสร้างโอกาสนายทุนประมูลล่วงหน้า ด้านโฆษกรัฐบาล เผยสิงคโปร์สนใจลงทุน เหน็บฝ่ายค้านอย่าเพิ่งด้อยค่าเพราะประเมินแล้วคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าวขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีต้นทุนสูงมากทั้งเรื่องเงินลงทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลออกมายืนยันชัดเจนหลายครั้งโดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะเร่งรัดดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันโครงการนี้ยังอยู่ในกระบวนการศึกษาผลกระทบ ท่าเรือทั้งฝั่งชุมพรและระนอง รวมถึงการทำรถไฟทางคู่และมอเตอร์เวย์ก็ยังอยู่ในโครงการศึกษา EHIA ดังนั้นการพูดว่า จะเร่งรัดให้ดำเนินการนั้นเท่ากับว่าการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเพียงการทำเป็นพิธีการหรือไม่


นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ เพราะรายงานของสนข. และการที่รัฐมนตรีออกมาพูดว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่านั้น ขณะที่รายงานของสภาพัฒน์ ระบุว่าโครงการนี้ไม่มีความคุ้มค่า กระบวนการที่เราจะต้องมาจอดท่าเรือฝั่งหนึ่งแล้วขนถ่าย ด้วยรถไฟเพื่อไปขึ้นท่าเรืออีกฝั่งหนึ่งนั้น ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรือหลายท่านมองว่ากระบวนการลักษณะนี้ไม่น่าจะมีใครประสงค์มาใช้บริการ

นายนรเศรษฐ์ ยัง ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่าการที่พูดหลายครั้งในการเร่งรัดดำเนินโครงการนี้เกี่ยวข้องกับคำสั่งคสช.ที่ 9/2559 หรือไม่ ที่เปิดโอกาสให้โครงการขนส่ง สามารถเปิดโอกาสให้เปิดประมูลล่วงหน้าได้แม้ รายงาน EIA หรือ EHIA ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ จะเป็นโอกาสเปิดให้กลุ่มทุนเข้ามาประมูลได้ก่อนหรือไม่ และกำลังจะมีการเร่งรัดกฎหมายเอสดีซี ให้เร็วขึ้นหรือไม่ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นการลอกกฎหมายอีอีซี มาทั้งหมด ซึ่งสามารถให้อำนาจคณะกรรมการในการยกเว้นข้อกฎหมายหลายฉบับมาก ทำให้การเดินหน้าโครงการแลนด์บริจด์ให้เร็วขึ้น เป็นการทำ fast track EHIA ให้เร็วขึ้น

“ผมจะยื่นญัตติเพื่ออภิปราย ประเด็นขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการเดินหน้าแลนด์บริดจ์เพื่อให้สมาชิกต่างๆ ได้มีโอกาสอภิปราย ใครเห็นด้วยใครไม่เห็นด้วยก็มีโอกาสได้อภิปรายทุกท่าน และประชาชนรับทราบว่า โครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ มีต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางวัฒนธรรมในพื้นที่สูงขนาดนี้จำเป็นต้องเร่งรัดขนาดนี้หรือไม่” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐและรมว.กลาโหม สาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยว่า มีการหารือประเด็นสำคัญหลายประเด็น อาทิ ความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้านการทหาร ด้านพลังงานสร้างความพอเพียงในภูมิภาค ทางด้านพลังงานฟอสซิล และพลังงานแสงอาทิตย์

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องโครงการแลนด์บริจด์ รัฐมนตรีสิงคโปร์ให้ความสนใจเพราะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และหากมีความชัดเจนและสามารถผลักดันได้ ก็จะมีนักลงทุนจากสิงคโปร์ รวมถึงชาติอื่นๆ มาร่วมพัฒนาโครงการนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สิงคโปร์จะมาช่วยสนับสนุนนักลงทุน หรือมาช่วยเรื่องอะไร น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่คุยลงลึกในรายละเอียด แต่เขารับทราบความน่าสนใจของโครงการนี้ และเห็นโอกาสว่าถ้าทำได้จริง โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยและภูมิภาค

เมื่อถามว่า สิงคโปร์พร้อมร่วมมือผลักดันโครงการนี้กับไทยใช่หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่รัฐมนตรีของสิงคโปร์กำลังติดตามโครงการนี้อยู่ เพราะเรื่องนี้ต้องผลักดัน และมีความชัดเจนจากรัฐบาลในระดับต่อๆ ไป ถึงจะค่อยมีการพูดถึงการลงทุน

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านระบุว่า ยังไม่มีการแสดงตัวเลขความคุ้มทุน แต่รัฐบาลพยายามผลักดันโครงการนี้แล้ว น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้มีการผลักดันมาหลายปีแล้ว และโครงการใหญ่ๆ จะต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะฉะนั้นขอบคุณฝ่ายค้านที่มีความกังวลในเรื่องนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการกระดาษเปล่าได้หรอก และไม่สามารถอยู่ๆ จะซุกแล้วทำเลย โดยที่ไม่ให้ประชาชนรู้ ดังนั้นอย่าได้กังวล ทุกอย่างโปร่งใส และย้ำว่าโครงการนี้ เป็นการนำเงินจากเอกชนมาลงทุน

เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร เพราะเหมือนยังมีแรงต้าน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ทุกโครงการขนาดใหญ่ ต้อง ทำความเข้าใจกับประชาชน ทุกความกังวลเราต้องรับฟัง และเราต้องสื่อสารเรื่อยๆ เพราะขณะนี้การสื่อสารกับประชาชนไม่ง่าย ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียว ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำอยู่แล้วว่า จะทำอะไรต้องเข้าใจหัวอกประชาชน และสื่อสารให้เข้าใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการนี้จะสำเร็จและเกิดขึ้นจริง น.ส.รัชดา กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ดีของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน และหวังว่าประชาชนจะเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่าดูเหมือนหลายประเทศให้ความสนใจประเทศไทย ทั้งประเทศจีนและสิงคโปร์ ยังมีประเทศอื่นอีกหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขออย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศไทยว่าคนโน้นก็ไม่สนใจคนนี้ก็ไม่สนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง เรามีความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งในรอบ2ปีที่ผ่านมาไทยกลับมาอยู่ในอันดับประเทศที่นักลงทุนสนใจอยากลงทุน และประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่เรามีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันซึ่งทั่วโลกเป็นหมด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นความมั่นคงและมีความน่าสนใจที่ประเทศอื่นไม่มี แต่ทำไมยังมีคนบางกลุ่มคิดด้อยค่าทำลายความน่าเชื่อถือ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการลงพื้นที่เพื่อติดตามโครงการแลนด์บริดจ์ในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงเดือนพฤษภาคม ว่า ต้องขอหารือวิธีระดมความคิดเห็นก่อน พร้อมย้ำว่ายังไม่มีการทําประชาพิจารณ์ใดๆ

ฝ่ายนายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) กล่าวถึงโครงการดังกล่าว ว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะมีการศึกษามาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีนโยบายที่จะผลักดัน ในช่วงที่ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาก็เจอเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด ดังนั้นถ้าโครงการนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ ทั้งในวันนี้และอนาคต

นายสาโรจน์ กล่าวว่า แม้โครงการนี้จะใช้งบประมาณมาก แต่สิ่งที่จะได้รับนั้น สามารถที่จะเชื่อมทะเลทั้งสองฟากฝั่ง รวมถึงเป็นการไม่ประมาทจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคตด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสต่อต้านในพื้นที่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามความจริง เพราะความต่างย่อมมีในสังคมอยู่แล้ว แต่ต้องเอาเหตุเอาผลมาฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้นายพิพัฒน์ ได้กำชับและพร้อมที่จะรับฟัง และต้องยึดความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top