533.jpg
ศิริกัญญาสวมบทรัฐมนตรีเงา ชำแหละมาตรการช่วยเหลือ ปชช. ชี้งบน้อย-ล่าช้า-ตกหล่น

ศิริกัญญาสวมบทรัฐมนตรีเงา ชำแหละมาตรการช่วยเหลือ ปชช. ชี้งบน้อย-ล่าช้า-ตกหล่น

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.01 น.

"ศิริกัญญา"สวมบทรัฐมนตรีเงา ชำแหละมาตรการช่วยเหลือประชาชน ชี้งบน้อย-ล่าช้า-ตกหล่น จี้รัฐบาลเลิกแจกสุ่มแบบ"ไทยช่วยไทยพลัส" เตือนงบกลางเหลือไม่ถึง 2 หมื่นล้าน ฟันธง มิ.ย.นี้ กู้เงินมาแจกแน่นอน

29 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ในมาตรการช่วยเหลือการเยียวยาผลกระทบจากพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร ประมง และขนส่ง ว่า ใน ครม.นัดพิเศษได้มีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย เพียงแค่ 3,000 ล้านบาท และพบปัญหาว่าล่าช้า น้อย และไม่ได้สัดส่วน และตกหล่นอยู่มาก ซึ่งปัญหาของมาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ตอนนี้คือมาตรการช่วยเหลือค่าขนส่ง ที่เมื่อคำนวณออกมาแล้ว อุดหนุนตกน้ำมันลิตรละ 2 บาท จากการรับฟังความคิดเห็นภาคขนส่ง พบว่ามีปัญหาการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และมีรถสาธารณะบางประเภทตกหล่น ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือน้อยนิดมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการตกหล่น ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาคการขนส่ง แต่ยังมีเกษตรกรและชาวประมงที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงตอนนี้


น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลจะออกมาตรการต่อไป กลับกลายเป็นการเยียวยาแบบใหม่ที่เรียกว่าไทยช่วยไทยพลัส แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือคนละครึ่งที่ไม่ใช่คนละครึ่งจริงๆแล้ว แต่เป็น 60:40 และอีกส่วนคือเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมเติมเดือนละ 100 บาท เป็น 1,000 บาท ถือว่าได้สัดส่วนมากขึ้น แต่ในส่วนของคนละครึ่งนั้น เป็นการเยียวยาแบบสุ่ม คือใครมาก่อนได้ก่อน หรือใครลงทะเบียนได้ก็จะได้รับความช่วยเหลือนั้นไป เท่ากับว่าคนที่สมควรที่จะได้รับการเยียวยา หากลงทะเบียนไม่ทันหรือไม่ได้ ก็จะหมดสิทธิ์และไม่ได้โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือ ตนคิดว่าในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ถ้าอยากมุ่งเป้าจริง ไม่ควรใช้วิธีแจกแบบสุ่ม ควรแจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือไปเลย และเรายังคงคิดว่ามาตรการสำคัญที่ช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้คือการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าต้องลดหมดเลย แต่อาจจะปรับลดลงมา 1 - 2 บาท ก็น่าจะช่วยเหลือในภาพกว้างได้ ซึ่งมาตรการลักษณะนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศที่ใช้ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าหรือต้นทุนต่างๆเพิ่มขึ้นสูงเร็วเกินไป และจะเป็นภาระกับผู้บริโภค ส่วนเรื่องเม็ดเงินที่ต้องใช้สวัสดิการแบบสุ่มแบบนี้ต้องใช้สูงถึง 136,000 ล้านบาท

“ก่อนหน้านี้มีการช่วยเหลือแบบกระปริบกระปรอยอยู่เลย รัฐบาลน่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมใช้เรียบร้อยแล้ว บนหน้าตักที่มีอยู่ตอนนี้ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 20,000 ล้านบาท ถึงจะใช้ก๊อกสองเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท คงทำโครงการนี้ได้แค่เดือนเดียว ดังนั้น ไม่เกินเดือน มิ.ย.ถึง ก.ค.มีการกู้เงินแน่นอน และกู้เงินมาแจกแบบที่เกิดขึ้นแน่นอน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ดังนั้น ถือเป็นข้อสังเกตที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น เพราะแหลงเงินอื่นน่าจะยังมาไม่ทัน ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบ น่าจะต้องใช้ระยะเวลาไปถึงปลายเดือน ก.ค. รวมถึงงบประมาณปี 2570 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้เดือน ต.ค. นอกจากนี้ เราจะติดตามมาตรการด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมา ว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จะมาเมื่อไหร่ อย่างไร

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top